อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562

เสียงจากเวทีMr Gay World Thailandกับโจทย์ที่ท้าทาย

ความเข้าใจความหลากหลายทางเพศ เสียงจากเวที Mr Gay World Thailand กับโจทย์ที่ท้าทาย ทำอย่างไรให้ละอคติเรื่องเพศ และมองความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกันให้เกิดขึ้นจริง พฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2562 เวลา 12.00 น.


สัปดาห์นี้เปลี่ยนจากการเล่าเรื่องการเมืองที่สาละวันเตี้ยลงๆ อยู่แค่ไม่กี่ประเด็น เช่น นายกฯ จะมาชี้แจง กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตหรือเปล่า ใครจะเป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญศึกษาวิธีแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ซึ่งก็ไม่รู้จะเถียงกัน สาดโคลนกันเยอะแยะอะไรหนักหนา) มาเล่าเรื่องสิทธิมนุษยชนบ้างดีกว่า สิทธิมนุษยชนมีใจความหลักๆ คือทุกคนมีความเท่าเทียมกันโดยไม่ถูกเลือกปฏิบัติด้วยเชื้อชาติ ศาสนา ชนชั้น เพศ ความพิการ

เรื่องเพศ ในปีนี้ถือว่าประเทศไทยมีความก้าวหน้าทางสิทธิมนุษยชนค่อนข้างมาก ตั้งแต่การส่งเสริมบทบาท ที่มี ส.ส.เป็นกลุ่มหลากหลายทางเพศ ( LGBT ) เข้าสภาฯ ได้ 4 คน มีการแก้ไขตำราเรียนสุขศึกษาที่สร้างความเข้าใจว่ากลุ่มหลากหลายทางเพศเป็นพวกวิปริต และจะต้องใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทรมาน มหาวิทยาลัยมีการยอมรับอัตลักษณ์กลุ่มข้ามเพศให้แต่งกายตามเพศสภาพมากขึ้น จะผลักดันกฎหมายคู่ชีวิตและกฎหมายรับรองเพศสภาพ ( คนข้ามเพศใช้นางสาวได้ )

พื้นที่หนึ่งที่พยายามสื่อสาร หาทางแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมอันเกิดจากเพศวิถี (อัตลักษณ์ทางเพศที่แสดงออกมา) และได้ทำมาเป็นปีที่ 4 แล้วคือ เวที Mr Gay World Thailand (MGT) จัดโดยองค์กรบางกอกเรนโบว์ เป็นเวทีที่เปิดกว้างให้เกย์ทุกรูปแบบ เกย์ล่ำ เกย์หมี เกย์ผอม เกย์สาว เกย์แมน และช่วงอายุกว้างตั้งแต่ 18-45 ปีได้ประกวด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ความคิดกัน ปีนี้เปิดกว้างเพิ่มอัตลักษณ์คือมีทั้งเกย์พิการและตัวแทน sex worker ร่วมประกวดด้วย

สิ่งที่ผู้เข้าประกวดต้องการสะท้อนคือปัญหาที่ประสบอยู่ ซึ่งถ้าจะมองให้เป็นพื้นฐานที่สุด คือการที่สังคมยอมรับชุดความคิดแบบทวิลักษณ์ ( binary ) เช่น มืดสว่าง ขาวดำ ชายหญิง เมื่อกลุ่ม LGBT ไม่อยู่ในกฎเกณฑ์ของความเป็นทวิลักษณ์ เป็นชายรักชาย หญิงรักหญิง ก็ถูกผลักออกจาก “ความเป็นปกติ” นำไปสู่การไม่ยอมรับ และนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ตามมา ทั้งการได้สิทธิไม่เท่าเทียม การถูกตีตราหรือใช้ภาพเหมารวมว่าไม่ดี การใช้ความรุนแรงด้วย



การแก้ปัญหาต่างๆ เพื่อสิทธิมนุษยชนของ LGBT เป็นอย่างไร มีความเห็นจากผู้เข้าประกวด MGT ได้สะท้อนออกมาผ่านการสื่อสารในพื้นที่โซเชี่ยลเน็ตเวิร์คของพวกเขา และมีประเด็นที่น่าสนใจที่น่านำมากล่าวถึง โดยผู้เข้าประกวดสองคนที่จะมาบอกเล่าเรื่องการแก้ไขความไม่เท่าเทียมคนแรก คือ “หมี-กฤษฏิ์ เพียรมุ่งสัมพันธ์” ผู้เข้าประกวดMGT หมายเลข 13 ที่มองว่า ปัญหาแรกของการไม่ยอมรับ LGBT คือเรื่องวิธีคิด

กฤษฏิ์แสดงความเห็นเรื่องนี้ว่า “เรื่องความไม่เข้าใจมันมาจากวิธีคิด ( mind set ) ของสังคม เราต้องทำให้สังคมมองไปที่พื้นฐานก่อนเป็นอันดับแรกว่า คนเรามีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน ความเป็นมนุษย์มีความหลากหลาย แต่ความหลากหลายไม่ได้ชี้ว่าใครมีคุณค่าด้อยกว่าใคร วิธีสร้างการยอมรับมันเป็นสิ่งที่ต้องทำระยะยาวครับ คือการสร้างการเรียนรู้และการสื่อสาร ตั้งแต่บทเรียนในระดับเด็กเลยว่า ความหลากหลายทางเพศไม่ใช่ความผิด”

“ผมดีใจที่ในปีนี้มีการเคลื่อนไหวของภาคส่วนต่างๆ อย่างคุณกิตตินันท์ ธรรมธัช นายกสมาคมฟ้าสีรุ้ง เคลื่อนไหวจนแก้ไขบทเรียนสุขศึกษาที่เคยสร้างภาพจำหรือตีตราว่า LGBT ผิดปกติ ใครเป็นต้องมีความทุกข์ ให้เกิดความเข้าใจว่านั่นคือชีวิตอีกรูปแบบหนึ่ง แล้วเด็กๆ ควรปฏิบัติตัวหรือมีความคิดต่อเพื่อน LGBT อย่างไร ซึ่งควรจะต้องมีการแนะแนวผู้ปกครองที่ยังเป็นคนรุ่นเก่าให้เข้าใจด้วยว่า อัตลักษณ์มันคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ และมันต้องเคารพตัวตนกัน”



“การให้ความรู้กับสังคมไม่ใช่แค่บทเรียน  แต่คือการสื่อสารด้วย การผลิตสื่ออะไรต่างๆก็ต้องเลิกการสร้างภาพลักษณ์ที่เป็นลบ เลิกใช้คำที่เป็นลบ และเลิกทำให้เห็นว่า LGBT เป็นสิ่งที่แปลกแยก หรือสร้างภาพเหมารวมประเภทต้องเป็นตัวตลก ต้องผิดหวังในความรัก ทำให้มันเห็นว่า LGBT คือรูปแบบการใช้ชีวิตรูปแบบหนึ่ง คนทำงานธรรมดาๆ ทั่วไปก็คือ LGBT ได้ หรือส่งเสริมบทบาทของคนที่เป็น LGBT ที่โดดเด่นให้คนเห็นคุณค่าเขามากกว่าเอาเรื่องเพศมาตีกรอบ”

“เมื่อเราสร้างภาพลักษณ์ว่า LGBT ไม่ใช่ความแปลกแยกในสังคมตั้งแต่เด็ก พอมีความเข้าใจ เรื่องกรอบเพศที่ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมมันก็ค่อยๆ สลายไปเองในคนรุ่นใหม่ๆ ผมว่าการเรียนการสอนและการสื่อสารคือตัวแปรสำคัญ แล้วทีนี้ความเท่าเทียมมันจะเกิดขึ้นตามมา ขณะนี้ประเทศไทยอาจถูกมองว่าเป็นประเทศที่เป็นมิตรต่อ LGBTคือการยอมรับว่ามีตัวตนนะครับ แต่ไม่ได้รับการส่งเสริมบทบาท และเรื่องกฎหมายนโยบายอะไรก็ยังไม่เท่าเทียม”

“อย่างเช่น พ.ร.บ.คู่ชีวิต มันก็ไม่ได้ทำให้การแต่งงานของ LGBT เท่าเทียมเท่าชายหญิง ซึ่ง 22 พ.ย. เขาก็จะไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความว่า กฎหมายสมรส คือ ปพพ.1448 นี่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 27 ที่ทุกคนต้องเสมอภาคกันตามกฎหมายหรือเปล่า แต่เรื่องการผลักดันนี่คือการศึกษาและการสื่อสารสำคัญ ไม่ใช่เราเรียกร้องกันในหมู่ LGBTแต่เราต้องทำให้กลุ่มชายหญิงทั่วไปตระหนักด้วยว่า LGBT ก็ต้องได้รับความเท่าเทียม แล้วพลังการผลักดันจะแข็งแรงขึ้น”



ในเรื่องการผลักดันกฎหมายคู่ชีวิต อาร์ค-สาโรจน์ คุณาธเนศ ผู้เข้าประกวด MGT หมายเลข 23 ก็มีความเห็นวิพากษ์ในเชิงความหมายของครอบครัวว่า ชุดความเชื่ออนุรักษ์นิยมยังมองถึงต้องมีพ่อแม่ และมีบุตรที่สืบสายเลือดมาจากพ่อแม่ มันทำให้กลุ่ม LGBT เหมือนต้องยอมจำนนด้วยเพศสภาพของตัวเอง ซึ่งอาจต้องรื้อถอนบางอย่างที่เป็นอคติออกไป มองทุกอย่างอย่างเท่าเทียมในความเป็นมนุษย์ มองสิทธิโดยไร้กรอบเพศ ใช้ความเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้นทุกอย่างก็ดี”

“มันมีรายงานข่าวจากการทำวิจัยต่างประเทศว่า การยอมรับการสมรสเพศเดียวกันมันลดอัตราการฆ่าตัวตายของกลุ่ม LGBT ได้ ผมมองว่า ถ้ารัฐรับรองกฎหมาย คือเป็นชั้นนโยบาย มันก็ส่งผลอีกด้านหนึ่งถึงในระดับการศึกษา หรือการสื่อสาร ก็จะเห็นเรื่องความเป็น LGBT เป็นเรื่องปกติ เด็กที่เป็น LGBT ก็จะไม่รู้สึกแปลกแยก และเด็กคนอื่นก็ไม่ได้เห็นว่า เด็ก LGBT ด้อยกว่า การกลั่นแกล้งรังแกกันก็มีแนวโน้มลดลงไปด้วย”



“แรงผลักดันที่สำคัญให้เรื่องสิทธิของ LGBT ออกมาได้เป็นนโยบายจริงคือเรื่องของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการแสดงพลัง ร่วมกันขับเคลื่อน มันไม่ใช่แค่เสียง LGBT แต่ LGBT ต้องรณรงค์สื่อสารกับกลุ่มอนุรักษ์นิยมให้เห็นความสำคัญของความเท่าเทียมให้ได้ด้วย ผมมองว่า อันหนึ่งที่สำคัญคือการสื่อสารล้างภาพเหมารวมในเชิงลบเกี่ยวกับเกย์ เช่นเป็นพวกมั่วเซกส์ ทำให้เห็นว่าเกย์ก็มีลักษณะอื่นๆ ทำงานดีๆ มีศักยภาพได้ พอล้างภาพได้การสนับสนุนก็ตามมา”

โดยภาพรวมที่ผู้เข้าประกวดทั้งสองคนแสดงความเห็นคือการเปลี่ยนวิธีคิดของสังคม ซึ่งต้องใช้การสื่อสาร และการรวมกลุ่มกันในการผลักดัน เปลี่ยนความคิดว่า “ความหลากหลายทางเพศ” ไม่ใช่มีแค่ LGBT แต่มันคือทุกเพศ เสียงจะดังออกไปได้เมื่อทำให้คนมองข้ามกรอบเพศไปมองถึงความสำคัญของสิทธิมนุษยชน การรวมกลุ่มกันนี้ตรงกับแนวคิดของเวทีปีนี้คือ “we are family” นั่นเอง ซึ่งการประกวดจะจัดที่แมมโบ้คลับ ย่านพระรามสาม วันที่ 24 พ.ย.นี้

ละอคติเรื่องเพศ และมองความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียม เป็นโจทย์ที่ท้าทาย แต่มันต้องทำให้เกิดขึ้นได้จริง.

ทั้งนี้ ติดตามการประกวดได้ที่เพจเฟซบุ๊ก mr gay world Thailand
........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    25%
  • ไม่เห็นด้วย
    75%

บอกต่อ : 141