อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2563

ข้าวไทยวิกฤติหนักอาการโคม่า คู่แข่ง-ค่าเงินแข็งรุมถล่ม

สัปดาห์นี้สถานการณ์ “ข้าวไทย” วิกฤติหนัก ออกอาการโคม่า เจอมรสุมคู่แข่งแซงหน้า ขายราคาต่ำกว่า หนำซ้ำพิษค่าเงินแข็ง หากไม่ทำอะไรมีแต่ตายกับตาย พฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน 2562 เวลา 08.00 น.


ข้าวเป็นสินค้าส่งออกที่เชิดหน้าชูตาประเทศไทยมาหลายทศวรรษ แต่วันนี้อุตสาหกรรมข้าวไทยกำลังทรุดหนักหลายฝ่าย ฟันธงว่าปีนี้ไทยน่าจะส่งออกข้าวได้ไม่น่าเกิน 8 ล้านตัน ต่ำกว่าเป้าหมายทั้งปีที่ 10 ล้านตัน โดยที่ภาพรวมการค้าข้าวโลกยังคงเท่าเดิมราวๆ ปีละ 40 ล้านตัน นับตั้งแต่โครงการจำนำข้าวมีปัญหา ก็มีนโยบายจำนำยุ้งฉางและช่วยต้นทุนการผลิต ก่อนมาเป็นโครงการประกันรายได้ แต่ละโครงการล้วนแก้ที่ปลายทางทั้งสิ้น แทบไม่ได้เพิ่มศักยภาพการผลิตแต่อย่างใด เน้นแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ชาวนามีรายได้ที่เพิ่มขึ้นเป็นการหาคะแนนจากชาวนาเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ทุกวันนี้ทั้งโรงสีและผู้ส่งออก ยังใช้ทักษะเดิมๆ ใช้ความรู้เดิมๆ ในการทำธุรกิจส่งออกข้าวขณะที่การแข่งขันจากต่างประเทศนับวันยิ่งรุนแรง ตลาดมีความผันผวนสูง ยิ่งกว่านั้นตลาดยังเป็นของผู้ซื้อต่างประเทศ จึงทำให้ต้องขายตัดราคากัน



จากการสำรวจสภาพตลาดปีนี้คู่แข่งที่มาแรงมีทั้ง อินเดียซึ่งส่งออกข้าวนึ่งได้มากขึ้น เช่นเดียวกันปากีสถาน เมียนมา ส่งออกปลายข้าวขาวเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งเวียดนามส่งออกข้าวหอมมะลิในราคาด้วยราคาขายต่ำกว่าไทยเกือบเท่าตัวในราคา 400-500 ดอลลาร์ต่อตันเท่านั้น ส่วนราคาข้าวหอมมะลิของเราราคาอยู่ระดับ 1,100-1,200 ดอลลาร์ต่อตัน จึงไม่แปลกใจที่เวียดนามเจาะตลาดข้าวหอมมะลิในแอฟริกาและตะวันออกกลางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

มิหนำซ้ำปีนี้ไทยต้องเสียแชมป์ข้าวหอมมะลิอร่อยที่สุดในโลกไปแล้ว ผลการประกวดปีปี 2019 เพิ่งจะผ่านไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จัดขึ้นที่เมืองมะนิลา ฟิลิปปินส์ แชมป์เป็นม้ามืดตัวใหม่ ข้าวออร์แกนิก “ซอค ตรัง” หรือ ST24 จากเวียดนามข้าว ST24 ของเวียดนาม ซึ่งเป็นผลผลิตของจังหวัดซอคตรังได้คะแนนแซงหอมมะลิไทย ซึ่งได้ที่ 2 ไปอย่างเหลือเชื่อ



ทั้งๆ ที่ปีที่แล้ว ข้าว ST24 จากเวียดนามเพิ่งจะเปิดตัวครั้งแรกใช้เวลาปีเดียวเท่านั้นก็วิ่งเข้าเส้นชัยได้สำเร็จข้าวหอมมะลิไทยเคยครองแชมป์มากที่สุด 5 ครั้งจากที่มีการแข่งขัน 11 ครั้ง แม้บางปีจะเสียแชมป์แต่ก็ทวงกลับคืนมาได้ทุกครั้ง คราวนี้กลับโดนน้องใหม่โนเนม เป็นม้ามืดมาแรงแซงโค้งแย่งตำแหน่งแชมป์ไปดื้อๆ แสดงว่าเวียดนามพัฒนาคุณภาพข้าวเร็วและดีกว่าไทย

อุตสาหกรรมข้าวของเวียดนามทรานฟอร์มไปเรียบร้อยแล้วเมื่อ 8 ปีที่แล้วส่งออกข้าวพื้นนุ่ม 8 หมื่นตัน ปีที่แล้วส่งออกข้าวได้ 2 ล้านตัน แล้วในปีนี้ก็ข้าวพันธุ์ ST24ที่คว้าแชมป์โลก ก็เป็นข้าวพื้นนุ่มที่พัฒนาขึ้นมาเองมาจากรัฐบาลเองก็สั่งลดพื้นที่ปลูกข้าว และต้องการเพิ่มข้าวคุณภาพ เพิ่มประสิทธิภาพเรื่องกำไรมีการทำอย่างต่อเนื่อง

นอกจากสถานการณ์การแข่งขันรุนแรงแล้ว อีกปัจจัยที่ฉุดให้ข้าวไทยส่งออกทรุดหนักคือ “ค่าเงินบาทแข็ง” ตลอดทั้งปีค่าเงินบาทแข็งค่าราวๆ 6% บรรดาพ่อค้าข้าวต่างคาดการณ์กันว่า ปีนี้ว่าหนักจากค่าเงินบาทแล้วแต่ปีหน้าเหนื่อยหนักกว่าปีนี้แน่นอนหากสถานการณ์ยังเป็นอย่างนี้ เมื่อราคาและค่าเงินบาททำให้แข่งขันลำบาก ราคาเราสู้คู่แข่งไม่ได้ ผู้ซื้อก็จะหันไปซื้อจากจีน พม่า อินเดีย ซึ่งราคาต่ำกว่าตั้งแต่ 20-70 เหรียญ ค่าเงินบาทแข็งได้ทำลายอุตสาหกรรมข้าวไทยอย่างราบคาบ หากใครจำได้ในคราววิกฤติต้มยำกุ้งค่าเงินบาทอ่อนค่าไหลรูดลงเรื่อยๆ จาก 25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐมาเป็น 52 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐยุคนั้นจึงเป็นยุคทองของการส่งออกสินค้าเกษตรไทยโดยเฉพาะข้าวขายได้เงินเพิ่มเท่าตัว เกษตรกรพากันรวยอู้ฟู้



ทำไมไม่คิดว่าในช่วงที่ผลิตผลการเกษตรออกมา ถ้าค่าเงินบาทแข็งก็ควรจะเข้าไปดูแลไม่ให้แข็งเกินไป ขืนปล่อยอย่างนี้ข้าวไทยก็คงจะตายกับตายกลายเป็นโศกนาฏกรรมน่าเศร้าจริงๆ ทุกวันนี้อุตสาหกรรมข้าวไทยกำลังอยู่ในอาการโคม่า ทั้งวงจรตั้งแต่ชาวนา โรงสี หยง ผู้ส่งออก ตลอดจนหน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ส่งเสริมอย่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกระทรวงพาณิชย์ที่กำกับดูแลการค้าและการตลาด

หากไม่เร่งกู้วิกฤติเกษตรกรชาวนาผู้ผลิตอาจจะต้องล้มละลายอย่างมิอาจปฏิเสธได้.
..................................................
คอลัมน์ : เศรษฐศาสตร์ข้างทาง
โดย “ทวี มีเงิน"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    91%
  • ไม่เห็นด้วย
    9%

บอกต่อ : 114