อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562

'ครูวา'และการรับรองสิทธิ์ คนข้ามเพศตามกฎหมาย

สัปดาห์นี้ว่าด้วยเรื่องวุ่นๆ ของ “ครูวา” นางฟ้าไบค์เกอร์ หลอกให้รัก-แอบลักทรัพย์สิน จนนำไปสู่ปมถกสิทธิกฎหมาย “คนข้ามเพศ” พฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน 2562 เวลา 12.00 น.


เมื่อเร็วๆ นี้มีข่าวน่าสนใจหยิบยกมาพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องเพศข่าวหนึ่ง คือมีหนุ่มคนหนึ่งชื่อนายคริช (นามสมมุติ) ออกมาระบายความในใจยาวเหยียดว่าเจอหญิงสาว “นางฟ้าไบค์เกอร์” หลอกให้รัก แล้วมีพฤติกรรมประหลาดๆ ไปจนถึงแอบขโมยทรัพย์สิน นางฟ้าไบค์เกอร์รายนั้นเรียกชื่อว่า “ครูวา” แล้ววันหนึ่งครูวาหายไป นายคริชตามสืบหาในข้อมูลทะเบียนราษฎร์ว่า เป็นใครมาจากไหน เพื่อตามตัวเอาทรัพย์สินคืน

หาไปหามา หาเท่าไรก็ไม่เจอ เลยลองเปลี่ยนการหาคำนำหน้านามจาก “นางสาว” เป็น “นาย” แทน ก็โป๊ะเชะขึ้นมาคือเจอ “นายธัญญฐิตา อัมพวัน” ทางหนุ่มคริชก็เสียอกเสียใจบอกว่าคิดว่าเป็นสาวแท้ และก็ไปแจ้งความ จนกลายเป็นคดีดังที่อาจเรียกว่า “เป็นขี้ปากเขาไปทั่วเมือง” ขึ้นมา บางคนตั้งข้อสังเกตว่า แยกไม่ออกจริงเหรอ? ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่อาจเรียกได้ว่าน่าภูมิใจเกี่ยวกับวงการแพทย์ไทยก็ได้ เพราะเรื่องศัลยกรรมแปลงเพศบ้านเรานี่ก้าวหน้ามาก

คือมีโรงพยาบาลใหญ่ๆ บางแห่งหมอฝีมือตกแต่งดีจนเหมือนจริงเป๊ะ แถมยังละเอียดอ่อนถี่ถ้วนขนาดเก็บเส้นประสาทไว้ได้ด้วย ขนาดที่ว่า ถ้ามีเพศสัมพันธ์ก็มีความรู้สึก ไม่เพียงแค่หมอศัลยกรรมแปลงเพศ แต่หมอความงามบ้านเราก็ใช่ย่อยแบบว่าไม่ต้องบินไปทำถึงเกาหลีหรอก ในไทยนี่ครบ เปลี่ยนหน้าเป็นอีกคนได้ เสียงห้าวก็เหลาแก้กล่องเสียงให้เสียงเล็กได้ แต่ต้องเลือกหมอดีๆ กันเท่านั้นแหละเพราะหมอความงามบ้านเราหลังๆ “หมอกระเป๋า” ชักจะเยอะ





เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ตำรวจก็เรียกครูวาไปสอบสวน ครูวายืนยันว่า ตัวเองไม่เคยปกปิดตัวเองว่าเป็นคนข้ามเพศ (พวกนี้บางคนเขาก็ไม่ชอบให้เรียกว่าสาวสอง) และยืนยันไม่ได้เอาทรัพย์สินนายคริชไป ขณะที่นายคริชก็สัมภาษณ์มาแบบหนังคนละม้วน ยืนยันว่าจนอยู่กินด้วยกันแล้วเขาก็ไม่รู้ว่าครูวาจริงๆ แล้วใช้คำนำหน้านามว่านาย และดูพฤติกรรมแล้วเหมือนเขาตั้งใจมาหลอก แถมยังพูดว่าลักษณะแบบนี้มีคนโดนหลายคนมาก แต่เขาไม่กล้ามาแจ้งความ

ก็ไม่รู้ว่าคดีจะจบอย่างไร แต่แน่ๆ คือตำรวจดูเหมือนจะเอาผิดครูวาเรื่องแต่งกายเลียนแบบข้าราชการ แจ้งข้อกล่าวหาว่า ผู้ใดไม่มีสิทธิที่จะสวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องหมายหรือไม่มีสิทธิใช้ยศตำแหน่ง เครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือสิ่งที่หมายถึงเครื่องราชอิสริยาภรณ์ กระทำการเช่นนั้นเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน1ปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 146 ประมวลกฎหมายอาญาไปเบื้องต้น

เรื่อง “สาวข้ามเพศทำให้งง” นี่ จริงๆ มันมีหนังมาตั้งแต่ปี 2543แล้วคือเรื่อง “โกซิกส์ โกหก ปลิ้นปล้อน กะล่อน ตอแหล” ที่เคน ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ เล่นสมัยเข้าวงการใหม่ๆ กำกับโดยพชร อานนท์ ที่ฝ่ายชายก็ถูกสาวข้ามเพศหลอกให้แต่งงาน เรียกง่ายๆ ว่าหนังย้อนหลังไปเกือบ 20 ปีแล้ว ก็มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ถึงเป็นหนังแต่มันก็เป็น “ภาพจำลอง” หนึ่งของสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม นัยยะบางอย่างในหนังไม่ใช่แค่เรื่องความบันเทิงอย่างเดียว



ย้อนกลับมาที่คดีครูวา จริงๆ แล้ว เรื่องนี้มีความเกี่ยวพันกับกฎหมายข้อหนึ่งที่กลุ่มหลากหลายทางเพศ (LGBT) เรียกร้องให้เกิดขึ้นอยู่ คือ พ.ร.บ.รับรองเพศสภาพ (ชื่อยังไม่เป็นทางการ) ซึ่งข่าวเรื่องยกร่าง พ.ร.บ.ตัวนี้มีมาสามสี่ปีแล้ว โดยกรมกิจการสตรี กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นเจ้าภาพ แต่ก็เงียบๆ ดังๆ กันอยู่เป็นพักๆ เสียงของการเรียกร้องกฎหมายสมรสเท่าเทียมมันดูจะดังซะกว่า

หลักๆ คือกฎหมายตัวนี้จะให้การรับรองสิทธิตามเพศใหม่ ที่ไม่ใช่สิทธิตามเพศกำเนิด ซึ่งกฎหมายบางฉบับของไทยก็มีเรื่องเพศเข้ามากำกับอยู่ เช่น กฎหมายการเกณฑ์ทหารที่ “ชายไทย” ต้องเกณฑ์ทหาร เมื่อคุณข้ามเพศแล้วคุณก็สามารถใช้คำนำหน้าตามเพศใหม่ได้ ชายข้ามเพศเป็นหญิงก็ใช้นางสาว หญิงข้ามเพศเป็นชาย (มันทำได้แล้วเรื่องสร้างองคชาติเทียม) ก็สามารถใช้นายได้ และได้สิทธิตามเพศใหม่ทุกประการ

ที่น่าสนใจคือ ในกฎหมายฉบับนี้ที่เขาเรียกร้องกัน คือเพื่อความเสมอภาคเท่าเทียม จึงควรมี “กองทุนแปลงเพศ” เพื่อให้โอกาสกับกลุ่มคนข้ามเพศที่มีฐานะยากจนด้วย การข้ามเพศมันเป็นศัลยกรรมความงามทำให้มีค่าใช้จ่ายสูง แล้วยังมีค่าศัลยกรรมอื่นๆ ให้ดูเหมือนเพศใหม่โดยสมบูรณ์อีก อย่างการทำหน้าอก การศัลยกรรมใบหน้า คือต้องทำให้การแปลงเพศเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับกลุ่มคนข้ามเพศ และเป็นสวัสดิการที่รัฐควรให้

ปัจจุบันกฎหมายฉบับนี้ไม่รู้ไปถึงไหนแล้วเพราะเรื่องมันเงียบเหลือเกิน เคยถามนักเคลื่อนไหวเรื่องนี้เพื่อขอดูตัวร่างเขาก็บอกมันยังไม่เรียบร้อยเพราะมีข้อถกเถียงโต้แย้งอยู่มาก แต่ยังไงเขาก็ยืนยันว่า การรับรองเพศสภาพใหม่เป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะคนข้ามเพศต้องเจ็บปวดกับการที่คนไม่ยอมรับการข้ามเพศ นำไปสู่ความรังเกียจ อย่างในกรณีต่างประเทศเช่น อเมริกา บราซิล เมกซิโก มีปัญหาการฆาตกรรมคนข้ามเพศที่เกิดจากความเกลียดชังอยู่มาก

ในประเทศไทย นางแบบข้ามเพศ “เซรีน่า ไทย” ก็ยื่นเรื่องนี้ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยเรื่องความเท่าเทียมระหว่างเพศ ตาม พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ว่าการที่รูปเป็นหญิง แต่คำนำหน้านามในพาสปอร์ตเป็นชาย ทำให้ถูกเลือกปฏิบัติมาก ถูกตรวจค้นตัวหนัก หรืออีกกรณีคือการรักษาพยาบาลที่ผู้ป่วยข้ามเพศต้องไปอยู่วอร์ดตามเพศกำเนิด ทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจ หรือถูกคนไข้, ญาติคนไข้อื่นมองในเชิงรังเกียจ



สำหรับกรณีครูวาที่เกิดขึ้น ได้คุยกับหลายๆ คนเขาบอกว่า มันทำให้เขายิ่งกลัวว่า ถ้าให้สาวข้ามเพศใช้นางสาว เขาจะถูกหลอกแต่งงาน ทั้งที่เขาอยากมีลูก จริงๆ เรื่องนี้ถ้าจะตอบคำถามในเชิงอารมณ์ความรู้สึก มันก็ตอบได้ประมาณว่า ถ้าคนเรารักกันจริง ย่อมต้องการถนอมความรักนั้นไว้ให้นานที่สุด โดยไม่ปกปิด ไม่มีเงื่อนไขต่อกัน ให้ยอมรับในความที่เราเป็นตัวเรา ไม่ว่าเพศไหนก็รักกันได้ เราก็เห็นผู้ชายเปิดตัวคบกับสาวข้ามเพศอยู่บ้าง

ถ้าตอบในลักษณะปัญหาเชิงโครงสร้าง คือความที่สาวข้ามเพศกลัวการเปิดเผยตัวตน ก็เพราะกลัวถูกรังเกียจ กลัวถูกเลือกปฏิบัติ เพราะสังคมยังใช้กรอบเพศในการตัดสินหรือตีตรากันอยู่มาก ถ้าสังคมมองข้ามเรื่องกรอบเพศ มองถึงความเท่าเทียมกันในความเป็นมนุษย์ เพศคืออัตลักษณ์ที่ไม่ควรเหยียดหรือกดต่ำใครเหมือนเชื้อชาติ ชนชั้น ศาสนา ความพิการ เมื่อมองเขาอย่างไม่แปลกแยก เขาก็พร้อมจะเปิดเผยเป็นตัวเองอย่างภูมิใจ

คดีครูวาจะจบลงเช่นไร จะมีกรณีตัวอย่างอื่นๆ ตามมาหรือไม่ กลุ่มข้ามเพศเขาไม่อยากให้มองเป็น “ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งข้อง” จนทำให้ไม่เห็นความสำคัญของการให้สิทธิตามกฎหมายในการรับรองเพศ ความที่กฎหมายไม่เท่าเทียมกันมันก็คือการถูกเลือกปฏิบัติรูปแบบหนึ่ง เรื่องนี้ก็ต้องดูการเคลื่อนไหวของกลุ่มข้ามเพศต่อไปว่าจะผลักดันกฎหมายของเขาให้ถึงฝั่งฝันหรือไม่ ถ้าระดับนโยบายยอมรับ LGBT ก็เป็นตัวชี้วัดสิทธิมนุษยชนไทยอย่างหนึ่ง

การเคลื่อนไหวของLGBTในไทยค่อยๆ แข็งแรงขึ้น เราก็ต้องดูกันต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร.
...........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง” 

ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก : 
Wonderland Films Thailand

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 96