อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562

กายพิการไม่เป็นอุปสรรค 'เก็บขยะขาย'เลี้ยงพ่อแม่

สัปดาห์นี้เปิดชีวิตหนุ่มวัย 32 ปี แม้กายพิการแต่หัวใจสุดแกร่ง ไม่ยอมแพ้แดดฝน คุ้ยขยะค้นหาเศษของเก่า ลั่นเหนื่อยต้องทนท้อต้องสู้ ยึดคำว่า “อดทน” เป็นยาชั้นดี หวังดูแลคนทั้งบ้านรวม 5 ชีวิต อาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม 2562 เวลา 08.00 น.


สิ่งที่สัมผัสได้จากการกระทำของ “อาทร ยังสุข” หนุ่มพิการวัย 32 ปี คือความกตัญญูและความรักที่เขามอบให้คนในครอบครัวอย่างเต็มเปี่ยม แม้เขาจะรู้ดีว่า...ร่างกายที่เป็นตัวเขาในทุกวันนี้ ฟ้าไม่ได้สร้างมาให้ครบสมบูรณ์เหมือนอย่างคนอื่น แต่สิ่งที่เขามีมากกว่าคนทั่วไปคือ “หัวใจอันแข็งแกร่ง” ที่คอยสู้กับอุปสรรคและปัญหาทุกด้านของคนในครอบครัว เพราะเขาถือเป็นหนึ่งเสาหลักของบ้านรองจากผู้เป็นพ่อ
 
หนุ่มพิการหัวใจแกร่งผู้นี้มีชื่อเล่นว่า “พี่หมู” โดยสาเหตุที่ทำให้กลายมาเป็นคนพิการ ได้รับการเปิดเผยจาก “บุญแจ่ม พรสวัสดิ์” ผู้เป็นแม่ เล่าความทรงจำในอดีตให้ฟังว่า หลังจากที่ลูกชายคลอดออกมาลืมตาดูโลก หมอยังไม่พบความผิดปกติ ร่างกายสมบูรณ์ทุกอย่าง แต่เมื่อเติบโตขึ้นช่วงกำลังจะหัดเดินกลับล้มลงไปกองกับพื้นทุก ๆ ครั้ง จนเกิดความสงสัยว่าลูกชายเป็นอะไรกันแน่


 
ทั้งนี้ด้วยความสงสัยทำให้คนเป็นแม่เกิดความกระวนกระวายใจ ผู้เป็นแม่จึงพาลูกชายเดินทางจากบ้านเช่าใน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี รีบพาลูกไปหาหมอย่านปากเกร็ด จนพบว่าเส้นเอ็นเด็กเกิดอาการยึดตรึง ต้องรักษาด้วยการทำกายภาพ แต่อาการไม่ดีขึ้น จากนั้นไปรักษาต่อด้วยการนวดน้ำมันที่ จ.จันทบุรี ซึ่งรักษาได้ปีกว่า ๆ ก็เริ่มเดินได้ และพูดก็ไม่ค่อยชัดเจน กระทั่งสามารถเดินได้ด้วยตัวเองจริง ๆ เมื่ออายุ 9 ขวบ
 
แม่ของพี่หมู ยังบอกอีกว่า แต่เดิมเคยทำไร่ใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างจังหวัด ทว่าทำแล้วขาดทุนเป็นหนี้ จึงประกาศขายบ้านและที่ดิน กลายเป็นเหตุทำให้ต้องตัดสินใจเข้ามาทำงานก่อสร้างใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพ ฯ และมีลูก 3 คนกับสามี โดยอีก 2 คนเป็นผู้หญิง แยกไปมีครอบครัวแล้ว และได้ทิ้งหลาน 2 คนไว้ให้ดูแล ขณะที่หมูและผู้เป็นพ่อต้องเป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัว


 
แต่สภาพร่างกายของพี่หมูในวัยเด็กที่ไม่พร้อมเข้าเรียนเหมือนเด็กทั่วไป ทำให้พี่หมูไม่รู้หนังสือ เมื่อโตขึ้นจึงไม่มีใครรับเข้าทำงาน ฉะนั้นอาชีพ “เก็บของเก่าขาย” จึงกลายเป็นอาชีพหาเลี้ยงครอบครัวมาตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อน โดยในระยะเริ่มแรกเขาใช้รถเข็นคันเก่าเข็นไปตามถนนเรื่อย ๆ เมื่อขวดและเศษของเก่าเต็มรถเข็นก็จะรีบนำกลับมากองไว้ที่บ้าน แล้วออกไปเก็บในรอบที่ 2
 
ชาวบ้านละแวกนั้นที่พบเห็นสงสาร จึงพากันเรี่ยไรเงินได้จำนวนหนึ่งซื้อรถจักรยานยนต์มือสองให้ 1 คันเพื่อใช้ประกอบอาชีพมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีแม่เป็นคนคัดแยกอีกครั้ง เพื่อนำออกไปขายที่ร้านวงษ์พาณิชย์ในช่วง 4 โมงเย็น เฉลี่ยแล้วจะมีรายได้จากการขายของเก่าวันละ 200-500 บาท แต่ทุกวันนี้สภาพรถรถจักรยานยนต์เก่ามากแล้ว ต้องเสียเงินซ่อมแล้วซ่อมอีกวันเว้นวัน ถ้าหากใครต้องการช่วยพี่หมูสามารถช่วยเหลือได้ เพราะถ้าพี่หมูหยุดงาน คนทั้งบ้านจะไม่มีข้าวกิน ทำให้อาชีพที่พี่หมูทำ...ไม่เคยมีวันหยุดเลย


 
พี่หมู บอกว่า อุปสรรคที่เกิดขึ้นให้เห็นบ้างในเวลาทำงานก็คือ บ้านบางหลังไม่อยากให้ไปคุ้ยถังขยะหน้าบ้าน เพราะกลัวทำเลอะเทอะ แม้จะถูกขับไล่บ้าง แต่ก็เข้าใจเจตนาของเจ้าของบ้านเป็นอย่างดี นี่แหละเป็นสิ่งที่เรียกว่า “หัวใจอันแข็งแกร่ง” ของผู้ที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อชะตาชีวิต แม้พิการร่างกายแต่หัวใจของเขาไม่เคยยอมแพ้แดดและฝน ไม่ว่าแต่ละวันจะเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม คำว่า “อดทน” กลายเป็นยาชั้นดีที่พี่หมูนำมาใช้ทุก ๆ ครั้ง ร่างกายที่ไม่สมบูรณ์เหมือนอย่างใคร ๆ แต่อาศัยความขยันและอดทนสู้ เป็นสิ่งที่ร้านวงษ์พาณิชย์ชื่นชมพี่หมูทุกครั้งที่นำของเก่ามาขาย   
 
“ถึงผมจะพิการ ผมอยากเห็นพ่อกับแม่มีความสุข มีกิน ถึงผมเหนื่อยลำบากแค่ไหน ผมต้องอดทน เพื่อพ่อกับแม่ และหลาน ๆ คนในครอบครัว จะเหนื่อยก็ทนเอา ท้อก็ต้องสู้ ทนหาตังค์ให้แม่ให้หลาน ไม่ออกไปก็ไม่มีกิน เห็นแม่เห็นหลานยิ้ม ผมก็มีความสุขแล้ว ผมไม่อยากให้ใครเป็นอะไร”


 
ด้านคุณพ่อของพี่หมู ก็อายุมากแล้ว แต่ก็ยังทำงานเป็น รปภ. ของหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านบางใหญ่ จ.นนทบุรี เงินเดือนประมาณ 8,000 บาท จะต้องนำมาจ่ายเป็นค่าเช่าบ้าน 5,000 บาท ก็แทบจะหมดแล้ว ทำให้ทุกวันนี้พี่หมูต้องเป็นหัวเรือหลักหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการเก็บขยะและของเก่าขายดูแลคนทั้งบ้านรวม 5 ชีวิต
 
ส่วนคุณแม่ของพี่หมู ก็ไม่สามารถทำงานหนักได้ เธอบอกว่า ...ไม่แน่ใจว่า จะอยู่กับลูกได้นานไหม” เพราะด้วยสภาพร่างกายที่กระดูกสันหลังคด ซ้ำยังตรวจพบเป็นโรคเบาหวานและความดัน นอกจากนี้ยังต้องดูแลหลานทั้ง 2 คน ทุกวันนี้จึงทำได้เพียงช่วยคัดแยกเศษของเก่าเท่านั้น แต่ประโยคที่เธอมักจะได้ยินจากลูกชายพิการคนนี้เสมอก็คือ “ผมรักแม่นะครับ” บางวันที่พี่หมูเก็บขยะได้น้อย หรือรถเกิดเสียกลางทาง ก็จะออกไปขอข้าววัด เพื่อให้คนในครอบครัวได้กินอิ่มท้อง


 
ทุก ๆ การกระทำที่แสดงออกมาให้เห็น นี่แหละชีวิตที่อดทนต่อสู้กับปัญหาที่ต้องเผชิญ พี่หมูกำลังพิสูจน์ให้อีกหลายคนเห็นโดยไมรู้ตัวว่า “ความพิการ” ไม่เป็นอุปสรรคเลยแม้แต่น้อย กลับทำให้ยิ่งต้องลุกขึ้นสู้กับอุปสรรคที่พบเจอ ต่อให้พิการ เหน็ดเหนื่อย ลำบาก หรือท้อแค่ไหน พี่หมูก็ไม่ยอมแพ้ เพราะคำว่า “เพื่อคนในครอบครัว” นับถือหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ของผู้ชายคนนี้จริง ๆ ดังเช่นคำพูดหนึ่งของพี่หมูฝากบอกทุกคนที่เข้ามาอ่านว่า ...อย่าท้อสู้ต่อไป ทำอะไรเราต้องสู้...สู้เท่านั้น”
...............................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”
ขอบคุณภาพ : Poramet Misomphop (เมศ เจ้าชายน้อย)

คลิกติดตามอ่านคอลัมน์นิยายได้ทั้งหมดที่นี่ 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 81