อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562

เข้าแคมป์ ตอนที่ 2

แคมป์ติวของนักเรียนเสธ.ชุด 57 ของผมนั้นประกอบด้วยรุ่นพี่รุ่นน้องรวมแล้วเกือบ 200 ชีวิต... จันทร์ที่ 2 ธันวาคม 2562 เวลา 11.00 น.


การเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ของผู้บังคับบัญชาเหล่านี้มิได้มีความหมายแค่เพียงว่าเพื่อเปิดโอกาสให้น้อง ๆ สำหรับอนาคตเท่านั้น แต่หากมีเรื่องมีราวถูกสอบสวนขึ้นมา พี่และผู้บังคับบัญชาเหล่านี้ย่อมต้องรับผิดชอบด้วยที่ปล่อยให้มีการทำผิดระเบียบในเรื่องใหญ่แบบนี้ตามหลักการเป็นผู้บังคับบัญชาที่ว่า “ขาข้างหนึ่งย่อมแหย่อยู่ในตะรางวันละ 24 ชั่วโมงเสมอ” นั่นแล

ผมพรรณนาเสียจนดูเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตถึงขนาดเฉียดคุกเฉียดตารางซึ่งความจริงก็เป็นเช่นนั้น แต่ถึงที่สุดแล้วเรื่องนี้ก็ไม่ได้ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตายอะไร เพราะเป็นที่รับทราบกันอย่างกว้างขว้างของทุกคน ในกองทัพตั้งแต่ตัวผู้บัญชาการทหารบกลงมาเลยก็ว่าได้ว่า พออีก 6 เดือนจะสอบเข้าโรงเรียนเสธ.ก็จะมีนายทหารทั่วประเทศหลายร้อยคนหายตัวไปเงียบๆ (แต่มีร่องรอยซึ่งภรรยาสามารถตามตัวได้) จากหน่วยเพื่อไปเข้าแคมป์ติวกัน

ผู้บัญชาการทหารบกท่านไม่ว่าพวกผมหรอกครับ เพราะว่า…

ตัวท่านเองย้อนหลังไปก็เคยมาเข้าแคมป์เช่นเดียวกัน และไม่ใช่แต่ท่านเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงบิ๊ก ๆ ทั้งหลายในกองทัพบกทุก ๆ ท่านอีกด้วย ดังนั้น คงกล่าวได้ว่า การเข้าแคมป์ของว่าที่นักเรียน เสธ. เหล่านี้ได้ยึดถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมายาวนานจนกระทั่งกลายเป็นขนบประเพณีอย่างหนึ่งของคนในกองทัพแล้วก็ว่าได้




ดังนั้น ท่านใดที่คิดขยับจะวิจารณ์ว่าพวกผมเบียดบังเวลาราชการมาใช้เพื่อความก้าวหน้าส่วนตัวก็ขอโปรดกรุณาคิดใหม่เสียให้รอบคอบ เพราะที่พวกเราใช้เวลาราชการมารวมตัวกันติวนี้ จริง ๆ แล้วก็คือการมาหาความรู้ใส่ตัวนั่นเอง ซึ่งต้องนับว่าเป็นผลดีต่อกองทัพโดยตรงอย่างแน่นอน เพราะความรู้ทั้งหมดนี้ก็จะนำมาใช้ในการทำหน้าที่ในกองทัพบกต่อไปในภายภาคหน้านั่นเอง

ประเพณีรวมตัวกันดูตํารา ก็ยังดีกว่ารวมกันแทะบ้านแทะเมืองอย่างประเพณีของบางอาชีพละน่า...คุณว่ามั้ย

ดังนั้น สรุปแล้วก็ต้องขอบคุณผู้บังคับบัญชาและรุ่นพี่ละครับ ที่เปิดโอกาสให้พวกเรามาเข้าแคมป์ติวกัน ขอบคุณจริง ๆ ครับ…

แคมป์ติวของนักเรียนเสธ.ชุด 57 ของผมนั้นประกอบด้วยรุ่นพี่รุ่นน้องรวมแล้วเกือบ 200 ชีวิต ซึ่งเมื่อมาอยู่ร่วมกันหมู่มากเช่นนี้จึงต้องมีกฎเกณฑ์ทำให้มีการเลือกคณะกรรมการ มีประธานฝ่ายต่าง ๆ แยกแยะกันไปตามวัตถุประสงค์ของการเข้าแคมป์ จากนั้นก็กำหนดระเบียบปฏิบัติการใช้ชีวิตขึ้นมา แม้จะไม่เข้มงวดเหมือนสมัยนักเรียนนายร้อย แต่ที่สำคัญก็เช่นใครจะไปไหนมาไหนต้องมีการลาหัวหน้าชุด มีเวลาเข้าเรียน มีตารางการติว ฯลฯ เป็นต้น



ชีวิตตอนนั้นก็คล้าย ๆ กลับไปเป็นนักเรียนนายร้อยอีกครั้งหนึ่ง

วงรอบชีวิตประจำวันช่วงนั้นโดยภาพรวมก็คือ ตอนเช้าใครจะตื่นกี่โมงก็ตามใจ แต่พอถึงเวลาเข้าห้องเรียนก็ต้องมาเข้าให้ตรงเวลาเพื่อรับฟังการติวเข้มจากอาจารย์ซึ่งเราไปขอร้องให้รุ่นพี่ ๆ ที่เรียนเก่ง ๆ รวมทั้งอาจารย์จากโรงเรียนเสนาธิการทหารบกมาติวให้ พอตกเย็นก็ปล่อยให้เป็นเวลาอิสระส่วนกลางคืนนั้นก็ปล่อยให้ดูหนังสือกันตามลำพัง หรือบางครั้งก็อาจมีชั่วโมงติวพิเศษให้

วิชาที่กำหนดให้สำหรับการสอบก็เช่นวิชาเหล่า อันได้แก่ ทหารราบ ทหารม้า ทหารปืนใหญ่ ฯลฯ นอกจากนั้นก็มีวิชายุทธวิธี วิชาเสนาธิการกิจ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ฯลฯ เหล่านี้เป็นต้น

พวกเราทุ่มเทกันอย่างสุดชีวิต และยิ่งใกล้วันสอบเข้ามาอาการแปลก ๆ ในหมู่นักรบที่อยากเป็นนักเรียนเสธ.เหล่านี้ก็เริ่มปรากฏขึ้น…
..............................................................
คอลัมน์ : สอยดาวมาร้อยบ่า – RELOADED
โดย “พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์”
Facebook : Gen.Bunchon - บัญชร ชวาลศิลป์


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 40