อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 24 มกราคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 24 มกราคม 2563

"ปริศนา"หรือ"ฆาตกรรม" มหาเศรษฐี"เจฟฟรีย์ เอปสไตน์"

หลายปีมาแล้วที่สำนักงานราชทัณฑ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐต้องเผชิญกับความล้มเหลวของระบบไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขาดแคลนบุคลากรไปจนถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นในทัณฑสถาน แต่หน่วยงานที่ใหญ่ที่สุดในกระทรวงยุติธรรมสหรัฐไม่อาจหลุดพ้นการถูกจับตามองของประชาชน อาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2562 เวลา 09.30 น.


หลายปีมาแล้วที่สำนักงานราชทัณฑ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐต้องเผชิญกับความล้มเหลวของระบบไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขาดแคลนบุคลากรไปจนถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นในทัณฑสถาน แต่หน่วยงานที่ใหญ่ที่สุดในกระทรวงยุติธรรมสหรัฐไม่อาจหลุดพ้นการถูกจับตามองของประชาชนกับเป้าใหญที่เพิ่งจะเกิดขึ้นได้ไม่นาน


       
นั่นคือการเสียชีวิตของมหาเศรษฐีนักการเงินคนดัง “เจฟฟรีย์ เอปสไตน์” วัย 66 ปีซึ่งมาพร้อมกับการเปิดโปงว่าเขาสามารถที่จะฆ่าตัวตายได้เชียวหรือ ทั้งที่อยู่หลังลูกกรงหนึ่งในเรือนจำที่มั่นคงที่สุดของสหรัฐ เช่นเดียวกับอีกหลายเรื่องที่รุมล้อมหน่วยงานแห่งนี้ ซึ่งผู้อำนวยการสำนักงานราชทัณฑ์ได้ไปให้การต่อคณะกรรมาธิการยุติธรรมแห่งวุฒิสภาสหรัฐแล้ว
     
การขาดแคลนบุคลากรของสำนักงานราชทัณฑ์ซึ่งมีลูกจ้างกว่า 35,000 คนและงบประมาณประจำปีเกินกว่า 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการขับเคลื่อนงานราชทัณฑ์ทั้งผู้คุมซึ่งมักจะต้องทำงานล่วงเวลาหรือไม่ก็ต้องควงกะ ปัญหาความรุนแรงในเรือนจำซึ่งมักจะนำไปสู่การปิดตายทัณฑสถานทั่วสหรัฐ อเมริกา และรายงานที่นำเสนอต่อสภาคองเกรสระบุว่ามีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางปกปิดการกระทำบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง ขณะเดียวกันสำนักงานราชทัณฑ์ก็จะต้องรับผิดชอบการประหารชีวิตรายแรกในรอบกว่า 15 ปีตามกำหนดในวันจันทร์ที่ 9 ธ.ค.นี้
    
ดร.แคธลีน ฮอว์ค ซอว์เยอร์ ผอ.สำนักงานราชทัณฑ์หญิงคนแรกได้ไปให้การต่อสภาคองเกรสในขณะที่สำนักงานอัยการของรัฐบาลกลางสหรัฐที่นิวยอร์ก แจ้งข้อหาเจ้าหน้าที่ทัณฑสถาน 2 คนซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้คุมดูแลรับผิดชอบนายเอปสไตน์ ซึ่งจบชีวิตด้วยการผูกคอตายเมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมาขณะถูกคุมขังอยู่ในศูนย์ทัณฑสถานนครบาลเขตแมนฮัตตันนครนิวยอร์ก แต่สำนักงานชันสูตรศพนครนิวยอร์กตรวจพิสูจน์การเสียชีวิตแล้วว่าเป็นการฆ่าตัวตาย


      
เจ้าหน้าที่ทัณฑสถาน 2 คนถูกตั้งข้อหาว่า ลงบันทึกเอกสารการตรวจตราอันเป็นเท็จเพื่อปกปิดว่าพวกเขาหลับและเล่นอินเทอร์ เน็ตในระหว่างหน้าที่ที่ต้องจับตาดูผู้ถูกคุมขังอย่างนายเอปสไตน์
        
ดร.ฮอว์ค ซอว์เยอร์ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานราชทัณฑ์มาตั้งแต่ปี 2535-2546 บอกว่ามีการเปลี่ยนแปลงมากกับสำนักงานราชทัณฑ์ สาเหตุก็เพราะงบประมาณลดลง แต่เมื่อเธอถูกเสนอชื่อให้กลับมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการอีกครั้งเมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา จึงได้ให้ความสำคัญกับการสรรหาบุคลากรเข้ามาทดแทนพร้อมทั้งฝึกลูกจ้างขึ้นมาใหม่ เพื่อให้งานราชทัณฑ์ดำเนินต่อไปได้
        
การบันทึกข้อมูลอันเป็นเท็จถือว่าเป็นปัญหาหนึ่งของระบบราชทัณฑ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐ ซึ่งเจ้าหน้าที่เองก็ไม่เห็นด้วยกับการลดกำลังบุคลากรลงมา ซึ่งจะทำให้ทั้งผู้คุมและผู้ต้องขังอยู่ในอันตราย
        
คณะลูกขุนใหญ่รับแจ้งข้อกล่าวหาสะท้อนถึงความล้มเหลวของการรักษาความปลอดภัยภายในศูนย์ทัณฑสถานนครบาลเขตแมนฮัตตันซึ่งเป็นหน่วยงานความมั่นคงสูงในนครนิวยอร์ก จุดที่นายเอปสไตน์จบชีวิตลงขณะรอการพิจารณาคดีค้ากาม แต่ในข้อกล่าวหานั้นมีรายละเอียดใหม่ซึ่งเพิ่มน้ำหนักไปที่การวางแผนการที่เกี่ยวข้องระหว่างเอปสไตน์กับผู้ที่เขาเกี่ยวข้องด้วยทั้งหมดจนไปถึงบุคคลผู้มีอำนาจว่า การเสียชีวิตของเขานั้นเป็นการฆ่าตัวตายแต่ก็สามารถที่จะป้องกันได้
      
โดยอัยการสหรัฐ จอฟฟรีย์ เอส. เบอร์แมน บอกว่า จำเลยซึ่งในที่นี้คือเจ้าหน้าที่ทัณฑสถานทั้งสองคนคือ นายโทวา โนเอล กับนายไมเคิล โธมัส มีหน้าที่ที่จะต้องรับประกันความมั่นคงและปลอดภัยให้กับผู้คุมขังของทัณฑสถานที่อยู่ในความดูแลของศูนย์ทัณฑสถานนครบาลเขตแมนฮัตตัน แต่จำเลยกลับละเลยในการปฏิบัติหน้าที่ตรวจเช็กตามระเบียบทุก ๆ 30 นาที แต่กลับนั่งอยู่ที่โต๊ะทั้งที่อยู่ห่างจากห้องคุมขังนายเอปสไตน์เพียง 15 ฟุตเท่านั้น แล้วก็ช้อปสินค้าออนไลน์สั่งซื้อเครื่องเฟอร์นิเจอร์และรถจักรยานยนต์ นอกจากนั้นยังเดินไปรอบห้องรวม และยังมีช่วงหนึ่งของเวลา 2 ชั่วโมงในการทำหน้าที่ยังพบว่า เขาทั้งสองยังหลับด้วย
        
อัยการสหรัฐระบุด้วยว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่า ไม่มีใครเข้าไปในพื้นที่ห้องคุมขังของนายเอปสไตน์ในคืนที่เขาเสียชีวิตด้วย หลักฐานนี้เองที่หักล้างทฤษฎีสมคบคิดของคนที่ยังสงสัยว่าเขาปลิดชีพตัวเองจริงหรือไม่
      
ส่วนทนายจำเลยโธมัสบอกว่า จำเลยทั้งสองคือแพะรับบาป ยังไม่ควรไปตัดสินจากคำให้การของฝ่ายอัยการ ส่วนทนายจำเลยโนเอล บอกว่าหวังว่าจะทำข้อตกลงกันได้เพื่อเลี่ยงไม่ต้องถูกสั่งฟ้อง
        
อย่างไรก็ตามจำเลยทั้งสองได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาทำบันทึกราชทัณฑ์อันเป็นเท็จและได้รับการปล่อยตัวไปโดยวางหลักทรัพย์ประกันตัวออกไปด้วยพันธบัตรมูลค่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่จะปกปิดหน้าตาออกจากศาลแล้วขึ้นรถออกไป
       
การเสียชีวิตของนายเอปสไตน์ถือเป็นการฉีกหน้าสำนักงานราชทัณฑ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐ เพราะห้องขังที่ใช้ควบคุมตัวเขานั้นเป็นหน่วยความมั่นคงสูง เคยใช้ควบคุมตัวผู้ก่อการร้ายและเจ้าพ่อค้ายาเสพติด
   
นายเอปสไตน์ถูกจับตาดูอยู่แล้วโดยเจ้าหน้าที่ว่าเสี่ยงที่จะคิดฆ่าตัวตายหนีความผิด หลังจากที่เขาเคยถูกพบเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมาว่านอนอยู่กับพื้นในห้องขังในสภาพที่มีเศษผ้าปูเตียงพันอยู่ที่คอ หลังจากนั้น 24 ชั่วโมงเขาจึงถูกส่งไปยังส่วนของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เพื่อทำการตรวจสภาพจิตใจ ซึ่งทำให้เขาต้องถูกจับตาดูอย่างใกล้ชิด จากนั้นจึงถูกส่งกลับมายังห้องคุมขังอีกครั้งในวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเขาขอให้มีเพื่อนร่วมห้องขังด้วย แต่ก็อยู่ด้วยไม่นาน เพราะเพื่อนร่วมห้องขังของเขาถูกย้ายไปอยู่ทัณฑสถานอีกแห่งในวันที่ 9 ส.ค.หนึ่งวันก่อนเขาเสียชีวิต
     
ในสำนวนฟ้องระบุด้วยว่า ไม่มีการตอบรับจากนายเอปสไตน์ในห้องขัง ขณะที่ผู้คุมได้นำอาหารเช้าไปให้ เพราะกลายเป็นศพแขวนคอตายเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งผู้คุมโนเอลรับสารภาพว่า ไม่ได้เข้าไปตรวจในรอบเวลา 03.00 น. และ 05.00 น.
      
ดร.ไมเคิล บาเดน นักนิติพยาธิวิทยาซึ่งครอบครัวเอปสไตน์จ้างมาเพื่อการชันสูตรศพ เคยบอกว่า ร่องรอยบาดแผลของนายเอปสไตน์นั้นสอดคล้องกับการฆาตกรรมมากกว่าการฆ่าตัวตาย แม้ผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ จะไม่เห็นด้วยก็ตาม และเจ้าหน้าที่ทัณฑสถานทั้งสองคนที่ถูกจับกุมน่าจะมีข้อมูลสำคัญที่ชี้ชัดได้ว่าเป็นการฆาตกรรมหรือฆ่าตัวตาย
        
อย่างไรก็ตามการจบชีวิตของนายเอปสไตน์อาจจะยุติการพิจารณาคดีค้าประเวณีเด็กซึ่งอาจจะพัวพันไปถึงคนสำคัญอีกหลาย ๆคนที่เขารู้จักและความไม่พอใจว่าทำไมเขาถึงไม่ยอมเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับข้อกล่าวหา แต่ก็ยังมีกลุ่มผู้เสียหายเป็นผู้หญิงและเด็กอายุต่ำสุดก็ 13 ปีจำนวน 20 คนได้ยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อเรียกค่าเสียหายจากทรัพย์สินมูลค่า 577 ล้านดอลลาร์สหรัฐของนายเอปสไตน์ จากการถูกล่วงละเมิดทางเพศช่วงระหว่างปี 2545-2548 แม้จะจบชีวิต 5 สัปดาห์หลังถูกจับกุมในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ และค้าประเวณีเด็ก เป็นต้น.

................................................
ข้อมูล/ภาพ-สำนักข่าวเอพี


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 71