อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2563

จีนแผ่อิทธิพล

แถลงการณ์ของที่ประชุมผู้นำนาโต(องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ) ที่ชานกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ ระบุว่า นาโตต้องยอมรับว่าจีนกำลังแผ่อิทธิพลมากขึ้นและนำเสนอนโยบายต่างประเทศ ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและการท้าทายซึ่งนาโตจะต้องร่วมมือกันในฐานะพันธมิตร จันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2562 เวลา 07.30 น.


    แถลงการณ์ของที่ประชุมผู้นำนาโต(องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ) ที่ชานกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาระบุว่า นาโตต้องยอมรับว่าจีนกำลังแผ่อิทธิพลมากขึ้นและนำเสนอนโยบายต่างประเทศ ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและการท้าทายซึ่งนาโตจะต้องร่วมมือกันในฐานะพันธมิตร
        
    สหรัฐอเมริกาเองนั้นก็เป็นแกนนำสำคัญ ที่จะต้องคอยจับจ้องไปที่จีนเป็นสำคัญเช่นกันและเชื่อมั่นได้เลยว่าประเทศส่วนใหญ่ในยุโรปก็วิตกกังวลเกี่ยวกับการแผ่อิทธิพลทางเศรษฐกิจของจีน ผู้บริหาร   ในสหภาพยุโรปนั้นก็มองว่า จีนคือระบบที่เป็นศัตรูและขอให้พิจารณากันให้มากกว่านี้หลังจากหลายปีที่ผ่านมาพากันอ้าแขนรับการเข้ามาลงทุนของจีนอย่างไม่มีการขัดขวาง
      
    นายมาร์ค เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า ตอนนี้เป็นที่เข้าใจกันมากขึ้นในยุโรปว่ากำลังเผชิญกับการท้าทายจากการขยายอิทธิพลทางทหารของจีนซึ่งรวมเอาไว้ทุกอย่างตั้งแต่อาวุธระดับซูเปอร์ไฮเปอร์โซนิคไปจนถึงเรือบรรทุกเครื่องบิน เมื่อถือว่าจีนคือการท้าทายทางยุทธศาสตร์สำหรับเรา ดังนั้นเราจะต้องก้าวไปข้างหน้าให้ได้ก่อนจีน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าขณะนี้ จีนคือศัตรูแต่เราจะต้องช่วยกันร่วมกันเป็นพันธมิตร เพื่อเตรียมตัวเอาไว้สำหรับบางสิ่งบางอย่างที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น ขณะที่ นายแยนส์ สโตลเตนเบิร์ก เลขาธิการนาโตบอกด้วยว่า จีนคือประเทศผู้ใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลกรองจากสหรัฐ
   
      จีนยังมีการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งสหรัฐเองก็ไม่พอใจเพราะถูกแย่งส่วนแบ่งการตลาด ซึ่งประเมินกันว่าจีนมีขีปนาวุธราว 2,000 ลูก แน่นอนว่าเป็นการละเมิดสนธิสัญญาไอเอ็นเอฟ (สนธิสัญญากำลังนิวเคลียร์พิสัยกลาง) ซึ่งห้ามมีหรือครอบครอง แต่จีนไม่ได้เป็นภาคีสนธิสัญญาฉบับนี้
       
     ข้อมูลจากข่าวบีบีซีระบุด้วยว่า ในขบวนพาเหรดแสดงแสนยานุภาพทางทหารในโอกาสวันชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน  เมื่อ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา จีนได้เปิดตัวขีปนาวุธข้ามทวีป DF-41 รุ่นล่าสุดซึ่งสามารถโจมตีเป้าหมายได้ทั่วโลก สามารถบรรทุกหัวรบขีปนาวุธ กลับสู่ชั้นบรรยากาศแบบแยกเป้าโจมตีเป้าหมายได้หลายหัวรบและหัวรบหนึ่งสามารถส่งไปโจมตีเป้าหมายที่เจาะจงได้ 1 แห่ง แต่สามารถแยกโจมตีเป้าหมายได้ 10 จุด ในบริเวณกว้าง
      
       นอกจากนั้นยังมีระบบขีปนาวุธ DF-17 ซึ่งสามารถบรรทุกเครื่องร่อนความเร็วเสียงที่คล้ายกับระบบอแวนการ์ดของรัสเซีย พาหนะประเภทนี้สามารถเคลื่อนที่ได้เร็ว  มาก เพื่อหลบหลีกการตรวจจับระบบป้องกันขีปนาวุธ และยังมีขีปนาวุธร่อน ขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน ขีปนาวุธต่อต้านเรือ รวมถึงเครื่องยิงจรวดพิสัยไกลพร้อมกันหลายลูกแบบใหม่ และอากาศยานแบบไร้คนขับขนาดเล็กและน้ำหนักเบา (UAV) เป็นต้น
      
     แต่ทั้งหมดนี้กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนยืนยันว่า เป็นนวัตกรรมอุตสาห กรรมป้องกันประเทศและพัฒนาขีดความสามารถในการโจมตี
        
     ขณะเดียวกันนักวิเคราะห์ด้านการทหารคือนายอเล็กซานเดอร์ โกลต์ส กล่าวว่าทุกครั้งที่สหรัฐประกาศว่าจะเข้าไปติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธแบบใหม่ให้กับประเทศ พันธมิตรในยุโรปหรือแม้กระทั่งในเอเชีย ปัญหาเกี่ยวกับสนธิสัญญากำลังนิวเคลียร์ พิสัยกลางก็จะตามมา แม้สหรัฐจะบอกว่าระบบป้องกันขีปนาวุธนั้นมีเอาไว้เพื่อป้องกันตัวเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็เป็นหนึ่งในพันธมิตรของสหรัฐซึ่งอาจจะมีระบบป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐเข้ามาติดตั้งก็ได้ แน่นอนว่ามันย่อมไม่เกิด ผลดีต่อภูมิภาคนี้เลย ไหนจะข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ ซึ่งจีนเองก็มีความขัดแย้งกับบางประเทศในอาเซียนเรื่องการอ้างกรรมสิทธิ์ ในเขตทะเลจีนใต้ซึ่งจีนอ้างว่าทั้งหมดเป็นของจีน กิจกรรมทางทหารของจีนต่อต้านกิจกรรมทางทหารของสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงท่าทีที่แฝงไปด้วยเงื่อนงำและท้าทาย เช่น การเดินเรือผ่านเขตทะเลจีนใต้ เพื่อแสดงถึงเสรีภาพของการเดินเรือของกองทัพสหรัฐ เกิดการแข่งขันตามมาซึ่งไม่เป็นผลดีต่อภูมิภาคนี้ด้วยประการทั้งปวง.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 67