อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 24 มกราคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 24 มกราคม 2563

กลุ่มที่ไม่ใช่รัฐ

การประชุมนานาชาติว่าด้วย “ทุ่นระเบิด” ที่กรุงออสโล ประเทศหัวแถวของการสรรค์สร้างสันติภาพโลก โดยผู้แทนจากบรรดาประเทศได้รับผลกระทบ รวมทั้งองค์กรเอ็นจีโอที่เคลื่อนไหวทางด้านนี้ และ กลุ่มประเทศผู้บริจาค ไปร่วมหารือกันถึงแนวทางบรรลุเป้าหมาย อังคารที่ 10 ธันวาคม 2562 เวลา 07.30 น.

ช่วงปลายเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา มีการประชุมนานาชาติว่าด้วย “ทุ่นระเบิด” ที่กรุงออสโล นอร์เวย์ ประเทศหัวแถวของการสรรค์สร้างสันติภาพโลก โดยผู้แทนจากบรรดาประเทศได้รับผลกระทบ รวมทั้งองค์กรเอ็นจีโอที่เคลื่อนไหวทางด้านนี้ และ กลุ่มประเทศผู้บริจาค ไปร่วมหารือกันถึงแนวทางบรรลุเป้าหมาย ทำให้โลกปลอดทุ่นระเบิดโดยสิ้นเชิง ภายในปี พ.ศ. 2568 หรือไม่เกิน 6 ปีข้างหน้า

รายงานสำคัญที่นำเสนอต่อที่ประชุม บอกว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากกับระเบิดทั่วโลก สูงขึ้นประมาณ 2 เท่าในปี พ.ศ.2561 จากระดับต่ำในปี พ.ศ. 2556 ส่วนใหญ่จากความขัดแย้งในอัฟกานิสถาน ซีเรีย มาลี ไนจีเรีย เมียนมา และยูเครน

และส่วนใหญ่ตายจากระเบิดแสวงเครื่อง ที่กลุ่มก่อการร้ายลักลอบฝังไว้ เช่น กลุ่มไอเอส, อัล-กออิดะห์,อัล-ชาบับ หรือ โบโก ฮาราม

รายงาน Landmine Monitor 2019 โดยกลุ่มรณรงค์นานาชาติต่อต้านทุ่นระเบิด หรือ ไอซีบีแอล (International Campaign to Ban Landmines) ระบุว่า ในรอบปี พ.ศ. 2561 มีประชาชนทั่วโลก เสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บจากกับระเบิด และระเบิดตกค้างจากสงคราม หรือ อีอาร์ดับเบิลยู (explosive remnants of war : ERW) รวม 6,897 คน

โดย 71% ของจำนวนดังกล่าวเป็นพลเรือน ซึ่งหมายถึงประชาชนทั่วไป ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง หรือเข้าร่วมสู้รบ และกว่าครึ่งของพลเรือน (54 %) ที่ว่า เป็นเด็ก

ในปี 2561 ผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากกับระเบิดทั่วโลก ส่วนใหญ่เป็นระเบิดแสวงเครื่อง ที่วางหรือฝังไว้โดยบรรดากลุ่ม ที่ไม่ใช่รัฐ  (non-state groups)

ปีที่ชาวโลกตกเป็นเหยื่อทุ่นระเบิดน้อยที่สุด เท่าที่มีการบันทึก คือปี พ.ศ. 2556 ซึ่งเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ 3,457 ราย
ไอเน่ อีริคสัน โซรีด รัฐมนตรี ต่างประเทศหญิงของนอร์เวย์ กล่าวว่า การจะลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากทุ่นระเบิด จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดการกับ “กลุ่มที่ไม่ใช่รัฐ” เสียก่อน ซึ่งเธอยอมรับว่า เรื่องนี้ “ยากลำบากมาก”

นอร์เวย์เป็นหนึ่งในประเทศผู้บริจาคสูงสุด สำหรับงานเก็บกู้ทุ่นระเบิดทั่วโลก โดยรัฐบาลออสโลให้คำมั่นช่วยเหลือเงินจำนวน 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,210 ล้านบาท) แก่ 20 ประเทศ ในปี 2561 และ 2562

รายงานระบุว่า ปัจจุบันอิรักเป็นประเทศที่มีทุ่นระเบิดถูกฝังไว้มากที่สุด ในโลก ส่วนหนึ่งเกิดจากกลุ่มไอเอสฝังไว้ เพื่อป้องกันพื้นที่ที่บุกยึดครองในอิรักและซีเรีย เมื่อกลางปี พ.ศ. 2557

นี่เป็นทุ่นระเบิดใหม่ในอิรัก ที่เพิ่มขึ้นอีกเพียบ จากของเก่าที่เยอะอยู่แล้ว ซึ่งฝังไว้ในช่วงกองทัพสหรัฐและพันธมิตรรุกรานอิรักในปี 2546 รวมทั้งในช่วงเกิดสงครามอ่าวปี 2534 และสงคราม อิรัก-อิหร่าน ระหว่างปี 2523–2531

การศึกษาวิจัยโดยทีมผู้เชี่ยวชาญของกลุ่ม Mine Action Review พบว่า ตอนนี้ผืนดินอิรักปนเปื้อนทุ่นระเบิดอย่างน้อย 1,818 ตารางกิโลเมตร กว้างขวางกว่าพื้นที่มหานครลอนดอน เมืองหลวงของอังกฤษ

พอร์เทีย สแทรตตัน ผู้อำนวยการ กลุ่มเอ็นจีโออังกฤษ MAG ประจำอิรัก กล่าวว่า กลุ่มไอเอสฝังทุ่นระเบิดในอิรักจำนวนมาก เนื่องจากมีโรงงานผลิตเอง แถมติดหมายเลขเรียงลำดับทุ่นระเบิดแต่ละชิ้นด้วย กลุ่มไอเอสฝังระเบิดหลายชั้นรอบเมืองและหมู่บ้านทุกแห่งในพื้นที่ยึดครอง

องค์กรและกลุ่มเอ็นจีโอนานาชาติ กำลังปรึกษาหารือ เพื่อเริ่มงานเก็บกู้ทุ่นระเบิดในอิรักอย่างจริงจัง โดยจะเริ่มที่เมืองโมซูล เมืองใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ ทางภาคเหนือ ซึ่งเคยมีประชากรประมาณ 2 ล้านคน และมีทุ่นระเบิดถูกฝังไว้มากที่สุด.

--------------------------
เลนซ์ซูม.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 20