อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2563

เชียร์สุดใจ!รู้จักทางด่วนสายแว้นเส้นแรก'กะทู้-ป่าตอง'

ชาวภูเก็ตเชียร์สุดใจ ทางด่วน “กะทู้-ป่าตอง” เพื่อสายแว้นเส้นแรกของประเทศไทย รอคอยมานานกว่า 20 ปี สร้าง 6 เลนไปกลับ แยกเลน จยย. ชัดเจนเพื่อความปลอดภัย อังคารที่ 10 ธันวาคม 2562 เวลา 08.00 น.


สัปดาห์นี้จะพาไปทำความรู้จักกับ “ทางด่วนเพื่อสายแว้นเส้นแรกของประเทศไทย” ที่ชาวจังหวัดภูเก็ต เรียกร้องให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เร่งก่อสร้าง เนื่องจากรอคอยมานานกว่า 20 ปีแล้ว ทำไม?? ถึงเปิดให้รถจักรยานยนต์ (จยย./มอเตอร์ไซด์) หรือที่คนภาคใต้เรียกกันติดปากว่า “รถเครื่อง” ขึ้นใช้ทางด่วนได้ ....แล้วจะมีโอกาสได้ไปต่อหรือยังเป็นหมัน... ไปดูกันเลยย!!



วันที่ 16 ธ.ค. นี้ นายสุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์ ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) จะลงพื้นที่ จ. ภูเก็ตเพื่อประชุมหารือกับผวจ. ภูเก็ต เรื่องการผลักดันทางพิเศษ(ทางด่วน) สายกะทู้-ป่าตอง จ.ภูเก็ต ระยะทาง 3.98 กม. วงเงิน1.4 หมื่นล้านบาท โดยขณะนี้กทพ.อยู่ระหว่างรอขั้นตอนการรออนุมัติจากคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนภาครัฐ(พีพีพี) หากเห็นชอบจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาตามลำดับต่อไป

“กทพ. รับฟังเสียงเรียกร้องจากชาวภูเก็ตที่รอคอยทางด่วนสายนี้มากว่า 20 ปีแล้ว และส่วนตัวมีความตั้งใจที่จะผลักดันโครงการนี้ในช่วง 6 เดือนก่อนหมดวาระในตำแหน่งผู้ว่าการ กทพ. เพื่อให้เริ่มก่อสร้างภายในปี 63-64 เปิดบริการปี 67-68” นายสุชาติ ย้ำถึงความตั้งใจ



การลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต ครั้งนี้เพื่อหารือ ผวจ.ภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากทางจังหวัดต้องการให้ผลักดันโครงการนี้เช่นกัน โดยจะหารือเรื่องการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินว่าได้ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่เรียบร้อยหรือไม่ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะได้จัดรับฟังความคิดเห็นประชาชนไปแล้วในช่วงที่มีการศึกษาเส้นทางก็ตาม จากนั้นจะสรุปความชัดเจนก่อนดำเนินการต่อไป

กรณีมีการเสนอให้เชื่อมทางด่วนกับรถไฟฟ้ารางเบา (แทรมภูเก็ต) เฟสแรกสายท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง ระยะทาง 42 กม. และเฟส 2 ช่วงท่านุ่น-เมืองใหม่ ระยะทาง 17 กม. ซึ่งมีส่วนต่อขยายถึง อ.กะทู้และเมืองใหม่ป่าตองนั้น กทพ.ยังยึดแบบก่อสร้างตามผลการศึกษาเดิม เนื่องจากนำเสนอขออนุมัติคณะกรรมการพีพีพีไปแล้ว เพราะที่ปรึกษาศึกษามาดีแล้วผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนชาวภูเก็ตเรียบร้อยแล้ว



โครงการทางด่วนสายใหม่นี้มีขนาด 6 ช่องจราจรไปกลับ ด้านละ 3 ช่อง มีความพิเศษตรงที่ให้รถมอเตอร์ไซด์ ขึ้นใช้ทางพิเศษนี้ด้วย กำหนดช่องซ้ายสุดเป็นเลนจยย. ถือเป็นทางด่วนสายแรกในประเทศไทยที่เปิดโอกาสให้รถจยย.ใช้ทางด่วน ได้ครั้งแรก เนื่องจากเป็นความต้องการของท้องถิ่นที่อยากให้รถจยย.วิ่งได้ จึงมีการออกแบบให้มีช่องทางรถจยย.แยกเฉพาะทั้งขาไปและขากลับ โดยกั้นเลนจยย.แยกจากรถยนต์เพื่อความปลอดภัย เพื่อแก้ปัญหาการจราจร และอุบัติเหตุบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4029 กะทู้-ป่าตอง จึงให้รถจยย. ใช้ทางพิเศษได้เพื่อระบายรถ

รวมทั้งใช้เป็นเส้นทางอพยพกรณีเกิดภัยพิบัติ และยังเป็นการสนับสนุนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวในการพัฒนากลุ่มจังหวัดสามเหลี่ยมอันดามัน (ภูเก็ต-พังงา-กระบี่) ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลกและเป็นประตูเชื่อมโยงเศรษฐกิจเอเชียใต้ ซึ่งในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามา จ.ภูเก็ต มากกว่า 3 ล้านคน



ทั้งนี้ กทพ. มีมาตรการดูแลสำหรับข้อกังกลเรื่องการดูแลความปลอดภัยในการใช้เส้นทางจะมีการจอดรถบนทางด่วนชมวิว ซึ่งการจอดรถบนทางพิเศษหากไม่ใช่กรณีฉุกเฉินถือว่าผิดกฎและเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ รวมทั้งพิจารณาปรับลดราคาสำหรับรถจยย.ให้ถูกกว่ารถยนต์ด้วย โดยจยย. ค่าผ่านทาง 15 บาท ส่วนรถยนต์ทั่วไป 20 บาท

ส่องแนวเส้นทางมีจุดเริ่มต้นเชื่อมกับถนนพระเมตตา (ถนนผังเมืองรวมสาย ก) ในพื้นที่ ต.ป่าตอง อ.อกะทู้ ยกระดับข้ามถนนพิศิษฐ์กรณีย์ จนถึงเขานาคเกิด 0.9 กม. จากนั้นจะเป็นอุโมงค์ลอดเขานาคเกิด 1.85 กม. และเป็นทางยกระดับอีก 1.23 กม. สิ้นสุดโครงการในพื้นที่ ต.กะทู้ อ.กะทู้ บริเวณจุดตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4029 เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรและปัญหาอุบัติเหตุบนทางหลวง 4029 ซึ่งเป็นเส้นทางหลักจากตัวเมืองภูเก็ต ผ่าน อ.กะทู้ ไปหาดป่าตอง แต่มีขนาด2ช่องทางเท่านั้น เขตทางแคบคดเคี้ยวและลาดชันสูงการจราจรหนาแน่นตลอดวันอีกทั้งเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง



หากมีทางด่วนมาช่วยระบายรถ เป็นอีกความหวังของชาวภูเก็ตที่รอคอยกันมานาน ที่สำคัญยังเป็นทางด่วนสายแรกของประเทศไทย ที่ให้ “รถเครื่อง” ขึ้นไปแว้นได้ ทั้งลุ้นและเชียร์สุดแขนช่วยชาวภูเก็ต.
..................................
คอลัมน์ : มุมคนเมือง
โดย "เทียนหยด"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 98