อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 22 มกราคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 22 มกราคม 2563

เวที Miss Universe กับการยกมาตรฐานความงาม

สัปดาห์นี้ไปดูเวทีการประกวดMiss Universe 2019 กับการยกระดับมาตรฐานมากกว่าใครสวยกว่ากัน ส่วน “ฟ้าใส” ทำดีที่สุด เมื่อเจอคำถามที่ต้องตอบแบบสายกลาง พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562 เวลา 12.00 น.


เช้าตรู่วันที่ 9 พ.ย. เป็นวันที่คนไทยใจจดใจจ่อลุ้นตัวแทนประเทศ ในการประกวด Miss Universe (MU) 2019 ซึ่งหลายกระแสเสียงก็เชียร์ “ฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น” เพราะชื่นชมในความพยายามของเธอที่ประกวดมาหลายเวที เคยติดทอป 5 ในการประกวดปี 2017 ซึ่งปีนั้นตัวแทนไทยคือ มารีญา พูลเลิศลาภ ฟ้าใสกลับมาสมัครอีกปี และฟ้าใสก็สามารถทำผลงานเข้าทอป 5 ได้แบบเดียวกับที่มารีญาเคยทำได้มาก่อน

ส่วนผู้ชนะได้แก่ Zozibini Tunzi สาวงามผิวสีผมสั้นจากเซาท์แอฟริกา ผู้ซึ่งมีคำพูดสร้างแรงบันดาลใจว่า ตัวเองเคยถูกเหยียดหยามว่าไม่สวยมาก่อน แต่วันนี้เธอมายืนอยู่จุดนี้ได้ มันเป็นคำพูดสร้างแรงบันดาลใจในทำนองว่า มาตรฐานของความงามไม่ได้มีแต่พิมพ์นิยม ผมยาว ผิวขาว สวย แต่ทุกคนมีคุณค่าในตัวเอง มันสะท้อนการสร้างกำลังใจให้คนภูมิใจในความเป็นตัวของตัวเอง และแสดงคุณค่าอื่นๆ ของเราออกมาให้เฉิดฉายโดยไม่กลัวกับการตัดสินรูปลักษณ์

จะว่าไป เวทีประกวดนางงามใหญ่ๆ ถูกยกระดับขึ้นมามากกว่าการประกวดว่าใครสวยกว่ากัน หลายสิบปีก่อนคนมาประกวดเวทีนางงามนี่จะต้องถูกตีตราว่ามาเพื่อมาเป็นวัตถุทางเพศ ว่ากันไปถึงว่า บางคนมาประกวดเพื่อจะได้เป็น “อนุ” ของจอมพลผ้าขะม้าแดง หรือมานั่งไล่ดูกันว่า “ใครเด็กเสี่ย” แต่เวทีสามารถพิสูจน์ตัวเองสร้างมาตรฐานขึ้นมาเรื่อยๆ ได้ว่า สิ่งที่เวทีต้องการคือความเป็น leadership หรือความเป็นผู้นำของผู้หญิง ในโลกที่ชายยังเป็นใหญ่อยู่มาก



ประกวดสาวงามเวทีใหญ่ ผู้เข้าประกวดจึงถูกยกระดับกลายเป็น representation หรือตัวแทนรัฐชาติ ที่ไม่เพียงแค่เอาสวยไปแข่งกัน แต่ต้อง “งามรูป งามวิชา วาจาหาญ” ยกระดับฐานะคุณค่าของผู้หญิง และแสดงถึงความเท่าเทียม การส่งเสริมสิทธิสตรีในประเทศ คนเชียร์นางงามเวทีใหญ่ๆ ไม่ได้มองแค่เรื่องในเชิงกามารมณ์แล้ว แต่เห็นขนาดชายแท้แมนๆ มีรอยสักก็ยังเชียร์ เพื่ออยากเห็นว่า “ตัวแทนไทย” มีการนำเสนอมาตรฐานของประเทศอย่างไร

ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าคิดอยู่ว่า ขณะนี้ก็เกิดเวทีประกวดผู้ชายกันขึ้นมาไม่หวาดไม่ไหว เอาเป็นว่านับไปนับมามีเป็นสิบเวทีแล้วกัน แต่ไม่ได้สร้างความรู้สึกร่วมกับคนดูว่า “นี่คือ representation” ของประเทศ ที่แสดงออกผ่านทางความเป็นชาย เวทีประกวดผู้ชายดูเหมือนจะกลายเป็นเวทีที่ถูกจับจ้องมองด้วยมิติเชิงกามารมณ์ไปซะอีก รูปผู้เข้าประกวดหล่อกล้ามแน่นนุ่งน้อยห่มน้อยถูกแชร์ออกไปเยอะ ประกวดเสร็จก็ต่อยอดงานวงการบันเทิง

แต่สิ่งที่ต่อยอดจากการประกวดเวที MU คือ ผู้ประกวดหรือผู้ชนะได้สร้างคุณค่าต่อสังคมต่อไปเพียงใด ไม่ใช่ประกวดเสร็จกลับมาเป็นดาราอย่างเมื่อก่อน เราจะเห็นได้ว่า ผู้ชนะจะกลายเป็น spokesman ในเรื่องปัญหาต่างๆ อย่างเช่นที่ เปีย อะลองโซ วุซบาร์ท อดีตนางงาม MU จากฟิลิปปินส์ เป็นผู้ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องการป้องกันการติดเชื้อ HIV เมื่อไม่กี่วันก่อน เปียก็ได้มาพูดในงานระดมทุนเพื่อแก้ปัญหา HIV ที่สถานทูตเนเธอร์แลนด์ในไทย



หรือในช่วงอำลาตำแหน่งของ แคทรีโอนา เกรย์ MU จากฟิลิปปินส์อีกคน ก็โชว์ภารกิจนางงามในการที่ออกไปช่วยเหลือชุมชนแออัดในฟิลิปปินส์ และก็ยังเคยแสดงความเห็นเกี่ยวกับการสนับสนุนสิทธิมนุษยชนของกลุ่มหลากหลายทางเพศ ความงามมีอานุภาพในการสร้างความสนใจ เมื่อคุณก้าวเข้ามาสู่สปอตไลท์แล้วคุณพูด ราคาของมงกุฎจะทำให้คนจับตามองคุณ แม้กระทั่งดาราไทยอย่าง "ปู ไปรยา ลุนเบิร์ก" ก็ดูน่าสนใจ เมื่อเธอพูดถึงสิทธิเด็กที่ทำร่วมกับยูนิเซฟ

โฟกัสแรกในการดูนางงาม คือ นางงามคนนั้นนำเสนอตัวเองออกมาได้ดูดีเพียงใด บุคลิกภาพ การเดิน การแสดงออก พฤติกรรมในกอง การนำเสนอเสื้อผ้า แต่สิ่งที่คอนางงามหลายๆ คนใจจดใจจ่อ คือเรื่องการตอบคำถามบนเวทีที่อิงกับสถานการณ์โลก สถานการณ์ในประเทศนั้นๆ และให้วิเคราะห์ทางแก้ปัญหา ซึ่งถ้าให้ดีควรเป็นทางแก้ปัญหาที่ตัวเองสามารถมีบทบาทได้ด้วย โดยใช้ความเป็นหญิงในการหาทางออกที่รอมชอม นุ่มนวล



จากที่ดูการประกวดคร่าวๆ คนแรกที่เข้ารอบคือนางงามจากเมกซิโก ซึ่งก็ถูกถามเรื่องกระแสโลกเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวประท้วงที่มีอยู่ในขณะนี้ ทั้งในฮ่องกง ชิลี เธอตอบในทำนองว่า เรื่องการประท้วงเป็นสิทธิในการแสดงความคิดเห็นของเรา แต่เธอไม่เชื่อในการใช้ความรุนแรง ดังนั้น ต้องการรวมตัวกัน หรือเจรจากันเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด มันเป็นคำตอบที่กลางๆ ในเรื่องการสมานฉันท์ แต่เงื่อนไขการประท้วงแต่ละประเทศก็ต่างกัน

ที่น่าสนใจอีกคนคือนางงามจากเปอร์โตริโก เธอถูกตั้งคำถามเรื่อง free speech ในโลกโซเชี่ยลมีเดีย ซึ่งเรื่องการสื่อสารแสดงออกอย่างเสรีนี้บางทีมันกลายเป็นการคาบเกี่ยวกับเรื่องการแสดงออกด้วยความเกลียดชัง (hate speech) เธอตอบว่าสิ่งที่ควรทำคือการแสดงความเห็นอย่างมีขอบเขต (ขอตีความว่าคือการเอาใจเขาใส่ใจเรา) และที่เหมาะสมกว่าคือเรื่องการแสดงความเห็นควรเป็นการนำมาใช้สร้างคุณค่าให้กับผู้อื่น

ส่วนนางงามจากเซาท์แอฟริกา ได้รับคำถามที่เป็นกระแสเคลื่อนไหวสำคัญขณะนี้คือปัญหาโลกร้อน ว่ารัฐบาลควรมีท่าทีอย่างไร การตอบของเธอก็คือการชี้ให้เห็นว่า มันไม่ใช่ปัญหาที่จะโยนไปให้ใครคนใดคนหนึ่งรับผิดชอบ รัฐบาลควรใส่ใจเรื่องนี้เป็นนโยบายจริงจัง แต่ตัวเราเองหรือประชาชนทั่วไป ก็ต้องมีส่วนร่วมในการสร้างความเปลี่ยนแปลง ซึ่งจากสามคำถามที่ว่ามา มันแสดงให้เห็นวิธีตอบของนางงามว่า “ทุกคนต้องขับเคลื่อนแก้ปัญหาด้วยกัน”



ฟ้าใส ปวีณสุดา เจอโจทย์ยาก ชนิดที่แฟนนางงามแซวว่า “มงก็จะเอา ประเทศก็จะกลับ” เพราะถามเรื่องรัฐบาลมีการสอดส่องดูแลเพื่อสร้างความปลอดภัย แต่บางคนคิดว่ามันเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ระหว่างคุณแล้วอะไรสำคัญมากกว่ากัน ซึ่งมันยากมากในการให้น้ำหนัก คำตอบเธอพยายามตอบให้เดินทางสายกลางที่สุด ว่า ทุกคนก็มีสิทธิ์ และเรื่องความปลอดภัยรัฐบาลก็ต้องดูแล แต่รัฐบาลเองต้องเคารพสิทธิส่วนบุคคลด้วย

คำตอบของฟ้าใสอาจไม่ค่อยได้ใจสายเสรีนิยม (โดยเฉพาะที่เกลียดรัฐบาล) เท่าไรนัก เพราะเขาถือว่าการสอดส่องเรื่องความเป็นส่วนตัวคือการละเมิด ไม่เคารพสิทธิ และคำถามให้น้ำหนักความสำคัญไม่ควรตอบสายกลางๆ ต้องตอบอย่างมีจุดยืนชัดเจน แต่ก็อย่างว่า ถ้าไม่มีการสอดส่องเลยในสถานการณ์และพื้นที่อ่อนไหวก็มีผลกระทบต่อความมั่นคง อย่างในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะรอมชอมมันต้องมีการพูดคุยว่า “นโยบายให้สอดส่องได้แค่ไหน”

ส่วนคำถามรวม 3 คนสุดท้ายที่ได้คำถามเดียวกันคือเรื่องอะไรสำคัญที่สุดที่จะต้องสอนผู้หญิง ทุกคนตอบในเชิงเดียวกันคือการempowerสร้างกำลังใจ ทางเมกซิโกตอบว่าให้ผู้หญิงรู้คุณค่าที่แท้จริงของตัวเอง ไม่ใช่เอาสิ่งที่เห็นในโลกโซเชี่ยลฯ มาตัดสินตัวเอง ของเซาท์แอฟริกาตอบถึงการสอนให้ผู้หญิงมีภาวะความเป็นผู้นำ และเปอร์โตริโกสอนให้เป็นตัวของตัวเอง ภูมิใจในตัวเอง พร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นให้ได้

เสร็จภารกิจการประกวดแล้วก็ยินดีกับฟ้าใสที่เข้ารอบลึก และมาดูว่า จากนี้เธอจะทำอะไรเพื่อสังคมต่อไป.
...........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง” 
ขอบคุณภาพจาก : Miss Universe Thailand 2019 , อเล็กซ์ mertz 

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 197