อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 6 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 6 เมษายน 2563

2สาวเชื่อใจจิ้งจอกราตรี สุขข้ามคืนตื่นมาหายเกลี้ยง

สัปดาห์นี้ไปดูเรื่องราวของ 2 หญิงสาว เชื่อใจหนุ่มในผับก่อนไปเสพสุขจบที่โรงแรม ตื่นเช้ามาทรัพย์สินหายเกลี้ยง พุธที่ 8 มกราคม 2563 เวลา 10.00 น.


พวกเธออายุ 40 กว่าปีแล้ว วันนี้มาปลดปล่อยในผับบาร์กัน 2 คน นับตั้งแต่หย่ากับสามีคนแรก พวกเธอทั้งคู่ก็ไม่ได้สานสัมพันธ์ความรักกับใครจริงจังอีก ลูกของทั้งสองก็เทียวไปมาระหว่างพวกเธอและสามี หลายครั้งพอเข้าสู่วัยรุ่น ก็เลือกจะไม่ไปไหนกับพ่อแม่อีก แต่เริ่มมีทางเลือกชีวิตของตัวเอง

การออกมาพูดคุยสังสรรค์กับเพื่อนสาวคนสนิท ทำให้ชีวิตปลอดโปร่งมากขึ้น เหมือนได้ระบายความเครียดจากทุกเรื่อง ได้พูดปรึกษากับคนสนิท นั่นทำให้มองเห็นปัญหาบางเบาลงได้

ในผับบาร์หลายครั้งพวกเธอลอบมองชายหนุ่ม บางคนวัยเดียวกับเธอ ผมสีดอกเลาของพวกเขาน่าค้นหายิ่งนัก หลายคนมีอายุแต่ควงคนรักอายุน้อยกว่า เสน่ห์ของพวกเขาร้อนแรงจนทำให้คนรักของพวกเขามองข้ามอุปสรรคทางอายุไปได้

หลายคราหญิงสาวทั้งสองผู้ผ่านพ้นการหย่าร้างจากความรักที่มอดลงของสามีด้วยแอลกอฮอล์ ครุ่นคิดเจืออาบด้วยความเหงา บางทีคนเราก็อยากมีใครสักคนไว้ปลอบประโลมอยู่เคียงใกล้

ขอโทษนะครับ



นั่นคือเสียงของชายหนุ่มวัย 30 กว่าปีเดินมาหาระหว่างที่หญิงสาวสองคนนั่งจิบเบียร์อยู่ในร้านอาหาร ดนตรีคลอเพลงฝรั่ง I don’t want to talk about it หญิงสาววัย 40 กว่าปีหันไปหาคนเรียก “ขออนุญาตชนแก้วด้วยได้ไหมครับ” หนุ่มอายุน้อยกว่าเกริ่นเสียงสุภาพ พวกเธอยินดี ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปฏิเสธความสุภาพในร้านเหล้า

“นายผมเป็นคนจีนครับ อยากขอชนแก้วด้วยอีกคน” ชายหนุ่มหันไปหาหนุ่มคนจีนที่นั่งถือแก้วรอที่โต๊ะ หญิงทั้งสองยกแก้วตอบ ชายคนจีนลุกเดินอย่างแช่มช้าเพื่อมาชนแก้ว

จากนั้นบทสนทนาก็เกิดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่ซาบซ่าน หญิงทั้งสองเหมือนได้ปลุกสัมผัสแห่งความรัก รู้สึกอบอุ่นใจ ความสุภาพของชายไทยและชายจีน ทำให้พวกเธอประหม่า ชายชาวจีนพยายามพูดภาษาอังกฤษ พวกเธอพูดตอบกลับแล้วรู้สึกดูมีระดับขึ้นมาในบัดดล ชายชาวจีนขอเลี้ยงเบียร์เพิ่ม ท่ามกลางดนตรีที่บรรเลงเพลงรัก พวกเธอก็ปล่อยใจไปกับเสียงเพลง

หลายเพลงต่อหลายเพลง หลายบทสนทนา จวบจนร้านเลิก พวกเธอคิดว่าควรจะกลับ “ไปกินต่อกันไหมครับ” หนุ่มชายไทยถาม พวกเธอทั้งสองเหลือบมองกันไปมา ให้ความรู้สึกเป็นวัยรุ่น มองหนุ่มผมสีดอกเลาที่โอบกอดหญิงสาววัยเพียง 20 กว่าปี เขาหันมาสบตาพวกเธอแวบหนึ่งทำเอาสองสาวตัดสินใจ มันน่าจะเป็นแววตาเย้ยหยัน นั่นทำให้พวกเธอทั้งคู่ตัดสินใจออกไปกับชายไทยและชายชาวจีน

เรื่องมันจบที่โรงแรม บางครั้งเซ็กส์ไม่ใช่อะไรที่ควรมองว่าแปลก หากถูกใจกันก็ควรมองมันเป็นเรื่องปกติ ผ่อนคลายไปกับมันก็ถือว่าดีไม่น้อย หญิงสาวทั้งสองเปิดห้องโรงแรม หลังจากแบ่งความถูกใจ พวกเธอก็แยกห้องไปกับ 2 ชาย

ก่อนจะบรรเลงเพลงรัก ใบหน้าแดงฉานอิ่มเอิบจากบทสนทนาผสมรสชาติแห่งเมรัย บางคราเซ็กส์ก็ไม่แช่มช้าและไม่รวดเร็ว พอดิบพอดีทำให้ใจสุขสมร่างกายผ่อนคลาย บรรเทาความทุกข์เครียดจนผ่านพ้นไปได้



“เหนื่อยไหมครับ” ชายหนุ่มคนไทยถามหญิงอายุมากกว่า หล่อนพิงซบแขนเขาอย่างเงียบๆ ไม่ตอบอันใด เขาขอแขนแล้วเดินเปลือยเปล่าเข้าห้องน้ำ หล่อนยังพริ้มตาหลับและสงสัยว่าจะมีการบรรเลงบทรักต่อไปหรือไม่ เขายังแข็งแรง เธอก็ไม่อ่อนแอ น่าจะประคองไปได้ไม่ยาก

“กินน้ำผลไม้ก่อนนะครับ” ชายหนุ่มบอก หญิงสาวจิบกิน เขาลูบผิวกายทำเอาขนลุกชูชัน แล้วก็ผล็อยหลับไปอย่างสบายใจไปตลอดทั้งคืน

จนเมื่อตื่นเช้า เธอจึงพบว่าทรัพย์สินสูญหาย และไม่ใช่แค่เธอคนเดียวแต่เพื่อนเธอด้วย ทั้งคู่สะบักสะบอมออกจากโรงแรมอย่างเจ็บปวด จิ้งจอกหนุ่มได้ปอกลอกเธอไปอย่างสุดแค้น ไปแจ้งความด้วยความอับอาย หวังว่าจะจับคนร้ายให้ได้โดยไว

เวลาเพียงเท่านั้นถึงจะจัดการกับความแค้นและเจ็บปวดได้ จนเปิดอ่าน "เว็บไซต์เดลินิวส์" เห็นข่าวตำรวจจับกุมจิ้งจอกหนุ่มสองคนได้ เห็นภาพผู้เสียหายซึ่งไม่ใช่แค่พวกเธอ แต่มีอีกจำนวนมาก มาดูตัวที่ สน.แล้วใช้มือตบเข้าไปที่หัวผู้ต้องหา ก็รู้สึกสะใจอย่างลึกๆ แม้จะรู้ดีว่าไม่ถูกต้องเท่าไหร่นัก แต่อารมณ์มันก็ต้องมีบ้าง

ชีวิตคือเรื่องการรับมือกับความผิดหวัง ทั้งสองหายไปจากการดื่มกินหลายเดือน จนมานั่งคุยระบายกันอีก ดีใจที่ผู้ต้องหาเลวๆ ที่มาปอกลอกพวกเธอเอาทรัพย์สินไป โดนจับกุมเสียที ชายจีนนั้นไซร้ก็คนไทยเนียนปลอมมาอาศัยเคยเป็นไกด์เลยชำนาญภาษา พวกเขาฝึกฝนตัวเองกับการหลอกลวงสาวๆ เจ็บใจยิ่งนัก ทรัพย์สินก็ยากจะได้คืน



“ขอโทษครับ” ชายหนุ่มวัยเพียง 30 นิดๆ เดินเข้ามาทักหญิงสาวทั้งสอง “ขออนุญาตชนแก้วได้ไหมครับ” หญิงทั้งสองมองชายหนุ่ม เขามาคนเดียว นั่งอยู่ที่บาร์เสียนาน พวกเธอมีบทเรียน จึงไม่แสดงมารยาท ชายหนุ่มหน้าเสีย ออกปากขอโทษเตรียมหันหลังกลับ พวกเธอจึงยอมชนแก้ว มันมีแววตาความจริงจังในตัวเขาที่ทำให้พวกเธอยินยอมรับไมตรีนี้

“ผมแค่อยากมาดื่มกินคนเดียวนะครับ บางทีมันก็เพลินๆ ได้คิดอะไรดี” ชายหนุ่มมองหญิงสาวทั้งสอง “นี่คิดว่าผมจะเป็นจิ้งจอกหนุ่มเหมือนในข่าวเหรอครับ ไม่ใช่ครับ ผมไม่ได้ทำงานเป็นโจร”

“แล้วทำงานเป็นอะไรล่ะ”

“นักข่าว” หญิงสาวเลิกคิ้ว “นักข่าวสายโจร” เขายิ้มออกมา หญิงสาวทั้งสองเผลอยิ้มตอบ

“คงเจออะไรมามากสินะ”

“ไม่มากหรอกครับ ไม่มากเท่ากับเรื่องราวในชีวิตจริงที่ต้องเผชิญ” เขาพูดจริงจัง หญิงสาวทั้งสองมองหน้ากันไปมา

บางทีครั้งนี้อะไรบางอย่างอาจแตกต่างไปจากเหตุวันนั้นก็เป็นได้

พวกเธอทั้งสองเขยิบตัวเองให้ชายหนุ่มเข้ามาในวงสนทนาแล้วพูดว่า “ค่อยๆ กินหนุ่ม..ไม่ต้องรีบ ถ้าไม่ใช่โจร ไม่ใช่คนเลว คืนนี้ของหนุ่มยังอีกยาวไกล”

แล้วหญิงสาวทั้งสองก็ฉีกยิ้มออกมาทำเอาชายหนุ่มหน้าแดงด้วยความเขินอาย.
…................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ" 
ภาพประกอบบางส่วนจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 274