อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563

จีน-ไต้หวัน

ความพยายามของจีนในอันที่จะโดดเดี่ยวไต้หวันได้ส่งผลตรงกันข้ามกลับมาเพราะประชาชนชาวไต้หวันได้ใช้สิทธิลงคะแนนเสียงการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี เมื่อวันเสาร์ที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมาทำให้ “ไช่ อิง-เหวิน” ได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย พุธที่ 15 มกราคม 2563 เวลา 07.30 น.

       
    การดำเนินความพยายามของจีนในอันที่จะโดดเดี่ยวไต้หวันได้ส่งผลตรงกันข้ามกลับมาเพราะประชาชนชาวไต้หวันได้ใช้สิทธิลงคะแนนเสียงการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี เมื่อวันเสาร์ที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมาทำให้ “ไช่ อิง-เหวิน” ได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย ได้ครองตำแหน่งเป็นสมัยที่สอง แต่ผู้นำรัฐบาลปักกิ่งยังไม่มีทางที่จะทิ้งไม้แข็งในทางการทูตเพื่อจัดการกับไต้หวัน
       
   ไช่ อิง-เหวินชนะเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 8.2 ล้านคะแนนหรือร้อยละ 57 สวนกระแสความพยายามของรัฐบาลจีนของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่จะหาทางจะนำความกดดันทางเศรษฐกิจและการทูตให้เป็นภาระกับไต้หวันที่ปกครองตนเอง
      
    แต่ความพยายามที่จะผลักดันให้ผู้คนหันมาลงคะแนนเสียงให้กับพรรคที่เป็นมิตรกับจีนปักกิ่งมากยิ่งขึ้นนั้น กลับทำให้ประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวินและพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าของเธอได้คะแนน แสดงให้เห็นว่า คนไต้หวันเลือกที่จะเดินคู่ขนานกับจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งยังมองว่าไต้หวันคือส่วนหนึ่งของจีนและวันหนึ่งอาจจะยึดกลับมาเป็นของตัวเองหากต้องใช้กำลังบังคับก็จะทำ
      
     โจนาธาน ซุลลิแวน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องไต้หวันจากมหาวิทยาลัยน็อตติ้งแฮมของอังกฤษ บอกว่า ชัยชนะของประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวินหมายความว่า รัฐบาลจีนปักกิ่งไม่เพียงแต่จะต้องคงนโยบายไว้ต่อไปแต่จะต้องหาทางเพิ่มแรงกดดันต่อไปกับไต้หวัน เพราะจีนนั้นไม่ปลื้มปริ่มสักเท่าไหร่กับประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวิน เพราะเธอปฏิเสธไม่ยอมรับว่า ไต้หวันคือส่วนหนึ่งของจีน เพราะจีนก็เคยเตือนมานานแล้วว่าการประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อใดเพื่อความเป็นเอกราช ก็หมายถึงเส้นแดงหรือการล้ำเส้น อาจจุดชนวนให้เกิดการรุกราน ซึ่งหากเกิดการรุกรานขึ้นมาจริงก็จะทำให้จีนขัดแย้งโดยตรงกับสหรัฐด้วย เพราะสหรัฐยังคงเป็นพันธมิตรทางทหารที่สำคัญของไต้หวัน
      
     สื่อทางการของจีนมองภาพประธานา ธิบดีไช่ อิง-เหวิน ว่าคือผู้สนับสนุนเพื่อความเป็นเอกราชและสมาชิกอีกหลายคนในพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าชื่นชอบการแยกตัวเป็นเอกราช แต่ประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวินยังจงใจแสดงจุดยืนที่ไม่ชัดเจนเท่าใดนัก เพราะเธอบอกว่า ไต้หวันคือรัฐอธิปไตยอยู่แล้ว และยังยืนกรานว่าประชาชน 23 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในไต้หวันคือผู้ที่จะตัดสินใจกำหนดอนาคตของไต้หวันเอง ไม่ใช่รัฐบาลจีนที่ปักกิ่ง
        
     นอกจากนั้นตอนที่เธอชนะเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อปี 2559 เธอเองก็พยายามชักจูงให้มีการเจรจาข้ามช่องแคบโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ กับจีน แต่จีนกลับขานรับด้วยการตัดช่องทางสื่อ สารอย่างเป็นทางการกับรัฐบาลไต้หวัน ด้วยการขู่ซ้อมรบและยังใช้ไม้แข็งด้านเศรษฐกิจด้วยการลดจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่
        
     จีนยังแย่งชิงพันธมิตรทางการทูตที่เหลืออยู่ของไต้หวันไป 7 ชาติทำให้ปัจจุบันเหลือ 15 ชาติเท่านั้นที่ยังรับรองไต้หวันในฐานะประเทศที่ถูกต้องตามกฎหมาย
        
     แต่ประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวิน ใช่ว่าจะยอมแพ้ เธอสร้างตัวเองขึ้นมาเป็นผู้ปกป้องคุณค่าของเสรีประชาธิปไตย ระหว่างหาเสียง เธอยังได้พูดถึงความวุ่นวายทางการเมืองในฮ่องกงว่าคือสัญญาณเตือนอย่างหนึ่งว่าไต้หวันอาจจะถูกปักกิ่งเข้าครอบครอง ซึ่งแผนหาเสียงนี้ได้ผล เพราะทำให้ได้คะแนนเสียงเพิ่มขึ้น 1.3 ล้านคะแนนที่คนไต้หวันลงคะแนนให้เธอเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อปี 2559 ขณะที่คู่แข่งของเธอ “หัน กว๋อ-อี๋ว” จากพรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งรณรงค์สร้างสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับจีนแผ่นดินใหญ่ได้คะแนนเสียงไปร้อยละ 39
        
    บอนนี่ แกลเซอร์ จากศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และนานาชาติ บอกว่า หากเป้าหมายของจีนคือเน้นการรวมชาติซึ่งที่ผ่านมาก็ล้มเหลว โพลในไต้หวันสะท้อนให้เห็นว่าคนไต้หวันอยากเห็นการรวมชาติกำลังลดลงแต่การสนับสนุนเพื่อความเป็นเอกราชกลับเพิ่มขึ้น แต่เสียงส่วนใหญ่ยังเห็นว่าคงสถานะเช่นนี้ต่อไปก็ดีแล้ว
     
     ในคำปราศรัยหลังชัยชนะการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวิน กล่าวย้ำถึงข้อเสนอเจรจากับปักกิ่ง เพราะสันติภาพ ความเท่าเทียมกัน ประชาธิปไตยและการเจรจาคือกุญแจสำคัญที่นำมาซึ่งเสถียรภาพความมั่นคง และไต้หวันไม่เคยอ่อนข้อต่อคำขู่คุกคามของจีน แต่การเสนอแนวทางสันติเช่นนี้กลับได้ผลตอบรับในทางลบ เพราะสื่อของทางการจีนอย่างสำนักข่าวซินหัวกล่าวหาเธอว่าใช้วิธีการสกปรกแต่ไม่ได้แสดงหลักฐานหรือตัวอย่าง.

.........................................
เลนซ์ซูม

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    83%
  • ไม่เห็นด้วย
    17%

บอกต่อ : 26