อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2563

"พระธาตุยาคู"เมืองฟ้าแดดสงยางแลนด์มาร์คท่องเที่ยว

จ.กาฬสินธุ์ จัดงานแสดงแสง สี เสียง เดอะมิวสิคัล ที่โบราณสถานพระธาตุยาคู พร้อมจัดสถานที่ย้อนยุคเป็นเมืองโบราณอย่างกลมกลืน จึงเป็นการเปิดเมืองฟ้าแดดสงยางมุมมองใหม่ และสร้างภาพจำใหม่ ที่ติดตา ตรึงใจและอยู่ในความทรงจำของผู้ที่ไปร่วมงานจวบถึงปัจจุบันนี้ อาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2563 เวลา 05.30 น.


จากการจัดงานแสดงแสง สี เสียง เดอะมิวสิคัล ที่โบราณสถานพระธาตุยาคู เมืองฟ้าแดดสงยาง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ เมื่อประจำปี 2560 ต่อเนื่องด้วยพิธีสรงน้ำพระธาตุยาคู ในเทศกาลวันวิสาขบูชา ในปี 2561 และการจัดงานวิสาขปุณณมีอย่างยิ่งใหญ่อลังการ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2562 ด้วยความร่วมมือของ จ.กาฬสินธุ์ อ.กมลาไสย สำนักงานวัฒนธรรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ ททท. โดยเนรมิตบริเวณพระธาตุยาคู เป็นทะเลธุงสวยงามกว่า 1,600 ต้น พร้อมจัดสถานที่ย้อนยุคเป็นเมืองโบราณอย่างกลมกลืน จึงเป็นการเปิดเมืองฟ้าแดดสงยางมุมมองใหม่ และสร้างภาพจำใหม่ ที่ติดตา ตรึงใจและอยู่ในความทรงจำของผู้ที่ไปร่วมงานจวบถึงปัจจุบันนี้



ในช่วงของการจัดงานสาขปุณณมีดังกล่าวกำหนด 10 วัน ได้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อแขนงต่าง ๆ รวมทั้งสื่อออนไลน์อย่างกว้างขวาง จึงเป็นการยกระดับและตอกย้ำชื่อเสียงของพระธาตุยาคู เมืองฟ้าแดดสงยาง ต.หนองแปน อ.กมลาไสย จ.กาฬสนิ ธุ์ หนึ่งในของดีเมืองน้ำดำหรือ จ.กาฬสินธุ์ ให้ประชาคมทั่วไปได้รู้กิตติศัพท์มากขึ้น หรือมากยิ่งกว่าที่เคยรู้จักในนามแหล่งโบราณคดี หรือเมืองโบราณสมัยทวารวดี อายุประมาณ 1,400 ปี ขณะที่ทางจังหวัด โดยนายชัยธวัช เนียมศิริ ผวจ.กาฬสินธุ์ ร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้พยายามผลักดันพระธาตุยาคู เมืองฟ้าแดดสงยาง ทุกวิถีทาง เพื่อให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ และมีคุณค่ายิ่งขึ้น เพื่อเป็นจุดนัดพบของนักท่องเที่ยว และยกระดับการท่องเที่ยวเมอื งรอง กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวตามนโยบายรัฐบาล ที่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเยือนกาฬสินธุ์ ต้องบรรจุในโปรแกรมการท่องเที่ยวเป็นแห่งแรก

นายชัยธวัช เนียมศิริ ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ความสำคัญของพระธาตุยาคู เมืองฟ้าแดดสงยาง นอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงโบราณคดีแล้ว ยังมีความสวยงามด้านสถาปัตยกรรม เดิมเรียกว่าพระธาตุใหญ่ เป็นพระสถูปสมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ 13-15 ซึ่งเจดีย์เก่าได้ทรุดโทรมปรักหักพังไปตามกาลเวลา ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้สร้างเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ก่ออิฐถือปูนซ้อนทับฐานเดิม และในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ได้มีการสร้างต่อเติมส่วนยอดให้สูงขึ้นอีก จนกระทั่งถึง พ.ศ. 2510-2522 กรมศิลปากรได้ทำการขุดแต่งและบูรณะรวมทั้งจดทะเบียนเป็นโบราณสถาน พระธาตุยาคูเป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองฟ้าแดดสงยาง ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นพระธาตุที่บรรจุอัฐิของพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ที่ชาวเมืองเคารพนับถือ จึงเรียกกันว่าพระธาตุยาคู (ญาคู ภาษาอีสาน หมายถึงพระสงฆ์ผู้ใหญ่ในวัด) เป็นโบราณสถานมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนให้ความเคารพนับถือมาหลายชั่วอายุรวมทั้งเป็นสถานที่จัดงานพิธีตามประเพณีที่สำคัญระดับจังหวัดตลอดมา



นายชัยธวัชกล่าวอีกว่า ในส่วนของการใช้สถานที่บริเวณพระธาตุยาคู เมืองฟ้าแดดสงยางจัดงานระดับจังหวัดนั้น ซึ่งทุกครั้งที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวสนใจมาเที่ยวชมงานเป็นจำนวนมาก หรือในภาวะปกติก็จะมีนักท่องเที่ยวมาเยือนตลอดปี โดยเฉพาะการจัดงานครั้งล่าสุด ระหว่างวันที่ 22 ธันวาคม 2562 –ถึงวันที่ 1 มกราคม 2563 ทาง จ.กาฬสินธุ์ ได้ร่วมกับทุกภาคส่วน จัดโครงการ “เดิน กิน ชิม เที่ยว นำฮอยทวารวดี ปีใหม่เมืองฟ้าแดด” ซึ่งการจัดงานดังกล่าว ได้ออกแบบให้บริเวณลานพระธาตุยาคู เป็นเมืองโบราณและตลาดย้อนยุคทวารวดี ถือเป็นการจัดครั้งแรก และเป็นการจัดงานที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งหวังผลไปถึงการต่อยอดต่อไปอย่างไม่หยุดนิ่ง

ขณะที่นายสัมฤทธิ์ กิตติโชติ สุขสงค์ นายอำเภอกมลาไสย กล่าวว่า การใช้บริเวณพระธาตุยาคูเป็นสถานที่จัดงานสำคัญ ๆ ระดับจังหวัด และในโอกาสต่าง ๆ ดังกล่าว จึงเป็นการปลุกกระแสท่องเที่ยวที่ “จุดติด” และการสร้าง “กับดัก” การใช้เงินของนักท่องเที่ยว ในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงโบราณคดีที่สำคัญในภูมิภาค โดยเฉพาะโครงการ “เดิน กิน ชิม เที่ยว นำฮอยทวารวดี ปีใหม่เมืองฟ้าแดด” ถือเป็นการมอบของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ เกิดขึ้นภายในงานตลอด 10 วัน อาทิ การจัดเป็นตลาดย้อนยุค มีมุมถ่ายภาพเช็กอิน ไลค์ แชร์ กับเฮือนอีสาน มุมทะเลธุง มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมจาก 18 อำเภอใน จ.กาฬสินธุ์ การรำบูชาพระธาตุยาคู นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้าโอทอป ของกิน ของใช้ ผลผลิตทางการเกษตร และอื่น ๆ ให้นักท่องเที่ยวเลือกซื้อเป็นของฝาก ของขวัญ หรือของที่ระลึกในช่วงเทศกาลปีใหม่อีกมากมาย ซึ่งได้รับการตอบรับจากประชาชน นักท่องเที่ยว เป็นอย่างดียิ่ง



นายสัมฤทธิ์กล่าวอีกว่า ในอนาคตทาง อ.กมลาไสย ยังจะได้ร่วมกับทุกภาคส่วน พัฒนาและต่อยอดพระธาตุยาคู เมืองฟ้าแดดสงยาง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงโบราณคดีที่มีศักยภาพยิ่งขึ้น เพื่อให้มีความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว ที่จะมาเยือน มาสักการะพระธาตุยาคูศักดิ์สิทธิ์ ให้ได้รับความประทับใจ และอยากจะกลับมาเยือนอีก ซึ่ง ณ วันนี้ เชื่อว่าศักยภาพที่มีอยู่ โดยเฉพาะอัตลักษณ์ของที่นี่ มีความแตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวที่อื่นคือ ทะเลธุง ที่ได้จากการประดิษฐ์ตามภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยได้นำมาประดับประดาบริเวณพระธาตุยาคู ในช่วงของการจัดงานนอกจากนี้ยังมีการต่อยอดของกลุ่มสตรีและแม่บ้านทุกหมู่บ้าน โดยประยุกต์รูปแบบ และย่อส่วนขนาดธุง เป็นเครื่องประดับกาย เป็นของที่ระลึกน่ารัก ๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มเสน่ห์ให้กับแหล่งท่องเที่ยวเชิงโบราณคดี ยุคทวารวดี 1,400 ปี

“จึงการันตีว่า พระธาตุยาคู เมืองฟ้าแดดสงยาง มีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็นแลนด์มาร์คแห่งการท่องเที่ยวเชิงโบราณคดี หรือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในอาเซียน และมีความพร้อมจะต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกตลอดปี โดยเฉพาะในการจัดงานประจำปีต่าง ๆ เช่น งานสรงน้ำพระธาตุยาคู ในวันวิสาขบูชา รวมถึงเทศกาลปีใหม่ และเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2563 ที่จะถึง ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน จะได้รับความดื่มด่ำประทับใจ เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชน ส่งผลถึงการยกระดับท่องเที่ยวเมืองรอง ให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย ตามนโยบายรัฐบาลได้เป็นอย่างดี” นายสัมฤทธิ์กล่าวในที่สุด.

------------------------------------------
ยุทธนา เกียรติดำเนินงาม.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 47