อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563

3 M เปลี่ยนโฉมจัดการน้ำจากรับเป็นรุก

แม้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จะออกแบบให้เป็นหน่วยงานกำกับนโยบาย (Regulator) ด้านน้ำของประเทศ โดยบูรณาการการทำงานเข้ากับหน่วยงานด้านน้ำกว่า 40 หน่วยแล้วก็ตาม พฤหัสบดีที่ 23 มกราคม 2563 เวลา 09.00 น.

แต่ก็ขับเคลื่อนได้ไม่เต็มสูบ ด้วยข้อจำกัดอย่างน้อย 2 ประการ  หนึ่ง  แม้ สทนช. มี พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 ในมือเป็นตัวช่วย แต่ในทางปฏิบัติก็มิอาจก้าวข้ามเส้นแบ่งพรมแดนระหว่างกระทรวงได้ง่ายดาย  เพราะแต่ละกระทรวงต่างมีกฎหมายของตัวเองกำกับอยู่แล้วเช่นกัน สทนช. มีสถานะเทียบเท่าสำนักงานปลัดกระทรวง ในที่นี้คือสำนักนายกรัฐมนตรี
             
สอง กำลังคนและงบประมาณ สทนช. ไม่อาจเพิ่มกำลังคนได้มากและเร็วเท่ากับปริมาณงานที่ต้องทำ ไม่ต้องพูดถึงงบประมาณที่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในหน่วยงานนั้นๆ ที่ถือเป็นหน่วยปฏิบัติ (Operation) อยู่แล้ว
เท่าที่ผ่านมา สทนช. ทำงานเกินกำลังก็ว่าได้ เพราะต้องเร่งขับเคลื่อนด้วยความเร็วทุกประเด็น ในฐานะแกนนำกำกับด้านน้ำให้หน่วยงานปฏิบัติเดินตาม


             
ถึงกระนั้น ยังเห็นภาพความสำเร็จในการจัดตั้ง สทนช. เป็นหน่วยงานกำกับ แม้จะเป็นองค์กรใหม่อายุกำเนิดเพียงกว่า 2 ปีเท่านั้น แต่ก็สามารถขับเคลื่อนภาพใหญ่ได้มากมาย ตั้งแต่ยุทธศาสตร์น้ำของประเทศ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) โครงการขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และแนวทางการศึกษาพัฒนารูปแบบใหม่ที่สร้างความสมดุลให้ทุกภาคส่วนในพื้นที่ และ ฯลฯ รวมทั้งความพยายามแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเช่นภัยแล้ง และอุทกภัยที่เกิดขึ้นทุกปี
             
ส่วนหนึ่ง สทนช. ออกแบบให้เป็นองค์กรกลางเชื่อมโยงระหว่างกระทรวง เพื่อแก้ปัญหาติดขัดได้ โดยเฉพาะ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่  ขนาดกลาง ที่มักติดปัญหาระหว่างกระทรวง ซึ่งโครงการขนาดใหญ่ 59 โครงการได้รับการอนุมัติดำเนินการไปแล้ว 19 โครงการ ที่เหลืออยู่ระหว่างการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
             
เช่นเดียวกับแผนงานโครงการและงบประมาณเกี่ยวกับน้ำ  จากเดิมที่หน่วยปฏิบัติต่างคนต่างทำ ได้บูรณาการแผนงานโครงการเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อลดความซ้ำซ้อนและลดความสิ้นเปลืองงบประมาณ รวมทั้งยังกระจายงานให้หน่วยงานในพื้นที่ได้มีบทบาทและศักยภาพเพิ่มขึ้นด้วย
             
“บางอย่างเราทำได้ แต่บางอย่างเขาก็มีกฎหมายในกำกับของเขา มีเจ้ากระทรวงที่จะพิจารณา ดังนั้นการขอความร่วมมือจึงไม่อาจคาดหวังผลได้เต็มที่” ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์  เลขาธิการ สทนช. ยอมรับกลายๆ ว่า สทนช. เองมีข้อจำกัด ไม่อาจทำทุกอย่างได้
             
จึงเป็นที่มาของการพูดถึงกระทรวงใหม่ “กระทรวงทรัพยากรน้ำ” หนาหูขึ้นทั้งจากความเป็นจริงที่ปรากฏอยู่ และทั้งจากจุดเริ่มต้นการจัดตั้ง สทนช. ที่มองทะลุจุดสุดท้าย คือกระทรวงทรัพยากรน้ำอยู่แล้ว


             
อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่า การบริหารจัดการน้ำของประเทศ ณ ขณะนี้ยังมีช่องโหว่ในประเด็น 3 M ประกอบด้วย เงิน (Money) การบริหารจัดการ (Management) และ กำลังคน (Manpower)
             
บางเรื่องที่สำคัญยิ่งยวดต่อการบริหารจัดการน้ำ อาทิ คลังข้อมูลน้ำ กระจายตัวอยู่คนละที่กับ สทนช. ไม่อาจปรับเปลี่ยนวิธีบริหารจัดการน้ำ จากรับเป็นรุก เพื่อให้ทันสถานการณ์ปัญหาและการแก้ไข
             
การยกระดับการบริหารจัดการน้ำภายใต้ สทนช. ในปัจจุบัน เป็นกระทรวงทรัพยากรน้ำในอนาคต จึงต้องรับรู้และแก้ไขช่องโหว่ประเด็นปัญหา 3 M ดังกล่าวก่อน ทำได้สำเร็จเมื่อไรก็จัดตั้งกระทรวงทรัพยากรน้ำได้ทันที เมื่อนั้นเป็นกระทรวงทรัพยากรน้ำที่มีเอกภาพสมบูรณ์ในตัวเอง บรรลุเป้าหมายการบริหารจัดการน้ำของประเทศอย่างมีทิศทางในลักษณะการทำงานแบบรุกมากกว่ารับ
 

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 12