อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2563

ไทย-กัมพูชาเชื่อมสัมพันธ์ ประเพณีท้องถิ่นคึกคัก

แดนเขื่อนดิน ถิ่นพระพุทธบาท อภิวาทหลวงปู่สรวง” คำขวัญประจำอำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ โดย อ.ภูสิงห์เป็นหนึ่งในสามอำเภอของ จ.ศรีสะเกษ ที่มีพื้นที่ติดกับประเทศกัมพูชา ทำให้พื้นที่บริเวณนี้ได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวในอนาคต อาทิตย์ที่ 26 มกราคม 2563 เวลา 06.00 น.

   
"แดนเขื่อนดิน ถิ่นพระพุทธบาท อภิวาทหลวงปู่สรวง” คำขวัญประจำอำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ โดย อ.ภูสิงห์เป็นหนึ่งในสามอำเภอของ จ.ศรีสะเกษ ที่มีพื้นที่ติดกับประเทศกัมพูชา ทำให้พื้นที่บริเวณนี้ได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในอนาคต โดยการสร้างเมืองใหม่ช่องสะงำ เพื่อเป็นสถานที่สำหรับรองรับการค้าขาย แลกเปลี่ยนระหว่างสองประเทศ และเป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการต่าง ๆ อาทิ สถานีขนส่งผู้โดยสาร ด่านศุลกากรช่องสะงำ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) อีกทั้งยังได้มีการประกาศจัดตั้งสถานีขนส่งผู้โดยสารเมืองใหม่ช่องสะงำสมบูรณ์แล้ว ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2553



    เมืองใหม่ช่องสะงำตั้งอยู่ที่ ต.ไพรพัฒนา ห่างจากชายแดนประเทศกัมพูชาเป็นระยะทาง 2 กม. เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่วัดไพรพัฒนา ชายแดนไทย–กัมพูชา ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ พระครูโกศลสิกขกิจ เจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ (ธ) เจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา นำพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทย-และชาวกัมพูชา ร่วมกันประกอบพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2563 เพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่ตนเองและครอบครัว โดยมี น.ส.ธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผอ.ททท.สำนักงานสุรินทร์ พร้อมด้วย ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับ นาง ณ กมล รองนายอำเภออัลลองเวง ประเทศกัมพูชา และประชาชนทั้งสองประเทศร่วมกิจกรรมพิธีในครั้งนี้คึกคัก

    น.ส.ธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผอ.ททท.สาขา จ.สุรินทร์ กล่าวว่า เชื่อว่าชุมชนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาซึ่งประกอบด้วยในเขต อ.กันทรลักษ์ อ.ขุนหาญและ อ.ภูสิงห์ ประชาชนทั้งสองประเทศจะไปมาหาสู่กันจำนวนมาก และวันนี้ได้มาร่วมทำบุญ ได้เห็นบรรยากาศของการมาทำบุญของพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชาที่เดินทางมากราบขอพรหลวงปู่สรวง ทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลในวันปีใหม่ ซึ่งการจัดกิจกรรมของวัดไพรพัฒนาครั้งนี้เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางพุทธศาสนา และการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ เป็นการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งทางวัดส่งเสริมให้ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกในการซื้อสินค้าตลาดชุมชน



   นอกจากจะได้มากราบขอพรหลวงปู่สรวงแล้ว ยังได้เที่ยวชมป่าหินงาม อายุกว่า 170 ล้านปี เดินเที่ยวตลาดประชารัฐต้องชมบายตึ๊กเจีย จุดชมวิวผาพญากูปรี ซึ่งมูลนิธิหลวงปู่สรวงได้นำหินชนิดเดียวกันจากป่าหินงามไปจัดตกแต่งอย่างสวยงาม เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชม ตามโครงการเที่ยวแซ่บเมืองชายแดน ซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ทำให้มีการใช้จ่ายเงินไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาทต่อวัน นอกจากนี้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมแล้ว ก็ได้รับความประทับใจ และจะไปบอกต่อเพื่อน ๆ ให้มาเที่ยวชม และกราบขอพรหลวงปู่สรวงในโอกาสต่อไป
ด้าน ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ประชาชนทางฝั่งไทย ได้มีโอกาสไปเยี่ยมยามถามข่าวพี่น้องทางกัมพูชาบ่อยมากขึ้น เกิดจากความก้าวหน้าเรื่องถนนหนทาง ที่สำคัญ ระหว่างภาคเอกชนเองก็ได้ขับเคลื่อนอยู่ตลอด มีการสร้างความสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่องทุกปี ตัวแทนภาคท่องเที่ยวชาวไทยได้เข้าพบผู้นำของฝ่ายปกครองแต่ละอำเภอของกัมพูชาเพื่อสร้างความเชื่อมโยงเพื่อการท่องเที่ยว ด้วยเพราะวัฒนธรรมและประเพณีที่นับถือศาสนาพุทธเหมือนกัน การจัดกิจกรรมจึงเกิดขึ้นตลอดปีสร้างความรักสมานสามัคคีด้วยดีทั้งสองประเทศ โดยเชื่อว่าจะพัฒนาไปครบทุกอำเภอของประเทศกัมพูชา.

...............................
สุชาติ สูงเรือง
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 27