อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563

ลุ้น!ฐานะงบประมาณปี63 กระเทือนแน่รัฐนาวา'บิ๊กตู่'

สัปดาห์นี้ต้องจับตาเรื่องงบประมาณปี 63 กับสารพันปัญหา ทำให้ผู้บริหารนั่งกันไม่ติด แถมลุ้นศาลรัฐธรรมนูญตีความจนต้องโมฆะหรือไม่ จันทร์ที่ 27 มกราคม 2563 เวลา 08.00 น.


เศรษฐกิจไทยเวลานี้กำลังตกอยู่ในอาการ…เคราะห์ซ้ำกรรมซัด!! หลังปัญหาการกดบัตรแทนกันของบรรดาท่านผู้ทรงเกียรติในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อลงคะแนนผ่านร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท จนต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่ามีการกดบัตรแทนกัน ทำให้งบประมาณ 2563 เป็นโมฆะหรือไม่

ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อน ที่สำคัญยังทำให้ทำให้ผู้บริหารประเทศในเวลานี้ “นั่งกันไม่ติด” ทีเดียว เพราะถ้า พ.ร.บ.ร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 63 มีอันต้องตกไป

นั่น…หมายความว่าสารพัดปัญหาจะเกิดขึ้นตามมาอีกไม่น้อยทีเดียว!!

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับระบบเศรษฐกิจของประเทศ ที่เวลานี้ก็อยู่ในอาการที่เรียกว่า “สาหัส” อยู่แล้ว โดยเฉพาะบรรดาเศรษฐกิจฐานราก ที่สารพัดสารเพปัญหาถล่มซ้ำเข้ามาจนทำให้ระบบไม่หมุนเวียน



เพียงแค่…ลำพังปัญหาเรื่องการพิจารณางบประมาณ 63 ล่าช้ากว่าปกติ จากการ “เลือกตั้ง” ล่าช้า ก็ทำให้การใช้งบประมาณปี 63 ถูกเลื่อนออกไปแล้ว 4 เดือน

จากเดิมที่ตามกำหนดปีงบประมาณ จะเริ่มต้นกันตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.ของทุกปี แต่ที่ผ่านมาด้วยปัญหาการเมือง การรอ “การเลือกตั้ง” ก็ทำให้กระบวนการพิจารณาร่างงบประมาณปี 63 เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 8-11 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่ใช้เวลาอภิปรายกันถึง 4 วัน 3 คืน

จากความคาดหวังที่ว่า…งบประมาณใหม่นี้ จะสามารถเบิกจ่ายได้ภายในเดือน ก.พ. 63 ก็มีอัน... “ต้องรอ” กันออกไปอีก ด้วยปัญหาที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นด้วยซ้ำไป!!

แม้ว่าก่อนหน้านี้ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา รัฐนาวาของ “บิ๊กตู่” ได้เบิกจ่ายเงินงบประมาณที่มีอยู่จากปีก่อนหน้าไปพลางก่อน ตามข้อกฎหมายที่กำหนดก็ตาม



มาจนถึงวันนี้!! การต้องรอเวลาให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าเรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้งบประมาณปี 63 นี้ต้องกลายเป็นโมฆะหรือไม่ ก็ต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 2 เดือน หากออกมาในแง่บวก นั่น…หมายความว่า รัฐบาลจะมีเวลาเบิกจ่ายเงินงบประมาณปี 63 เพื่อมาดูแลเศรษฐกิจได้อีกเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้น หรือเผลอ ๆ อาจต่ำกว่า 6 เดือนด้วยซ้ำหากออกมาในแง่ลบ!! หรือกลายเป็นว่างบประมาณปี 63 กลายเป็นโมฆะ นั่นเท่ากับว่ารัฐบาลต้องกลับไปเริ่มต้นกระบวนการจัดทำงบประมาณใหม่อีกครั้ง ที่ต้องใช้เวลาอีก 105 วัน

ที่สำคัญ... รัฐบาลของ “บิ๊กตู่” คงถูกกระหน่ำจากฝ่ายค้านที่รอ “เงื้อดาบ” ฟันหัวเบะ อยู่แล้ว ร้ายที่สุด ก็อาจลามไปจนถึงฐานะรัฐบาล รวมไปถึงแรงเหวี่ยงทางการเมืองจะหนักหนาสาหัส อาจต้อง “เลือกตั้ง” กันใหม่

ดังนั้น!! คงไม่ต้องแปลกใจกันเลย หากรัฐบาลจะเกิดอาการ “นั่งกันไม่ติด” และยิ่งถ้ารวมสารพัดปัจจัยเสี่ยงทั้งปัจจัยใหม่อย่างเรื่องของโรคไวรัสโคโรน่า เรื่องสงครามการค้า ที่อาจบานปลายออกไป ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่พี่เบิ้มจาก 2 ซีกโลกเท่านั้น

แถมยังมีปัญหาในประเทศ !! อย่างเรื่องการแข็งค่าของเงินบาท ปัญหาภัยแล้ง ที่คาดการณ์กันว่าจะหนักหนาสาหัสเอาการ หรือแม้แต่ปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่ยังหาทางแก้แบบถาวรไม่เจอ

ถึงตรงนี้!!! เชื่อได้ว่าคนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุน ผู้ประกอบการ ชาวสวนชาวนาชาวไร่ บรรดามนุษย์เงินเดือน หรือแม้แต่บรรดาพ่อบ้านแม่บ้าน คงก่ายหน้าผาก อกสั่นขวัญแขวนกันแน่นนอน



“เดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา” ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ บอกว่า เวลานี้สำนักงบฯ กำลังหาทางช่วยรัฐบาลหาทางออกเพื่อให้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 63 มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด หรือทำอย่างไรในช่วงที่งบประมาณใหม่ยังไม่สามารถเบิกจ่ายได้ และให้ส่วนราชการยังมีเงินเบิกจ่ายได้ตามปกติ ไม่ผิดกฎหมาย แต่ตอนนี้จะต้องรอความชัดเจนของศาลรัฐธรรมนูญก่อนว่าจะรับวินิจฉัยหรือไม่ หากรับวินิจฉัยก็ต้องมารอลุ้นกันต่อว่าศาลจะพิจารณาออกมาว่าอย่างไร

โดยในเดือน ก.พ.นี้ สำนักงบประมาณจะประเมินอีกที หากการใช้จ่ายงบประมาณล่าช้าออกไปมากเลยเดือน มี.ค. 63 ก็ต้องเสนอนายกรัฐมนตรี “เห็นชอบ” ตามหลักเกณฑ์ที่ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เสนอให้ขยายกรอบวงเงินงบประมาณปี 62 ไปพลางก่อน จากเดิมที่กำหนดไว้ครึ่งหนึ่ง ก็ขยายเพิ่มเป็น 75%

ขณะนี้งบประมาณปี 63 ล่าช้าไปแล้ว 4 เดือน โดยมียอดเงินที่ใช้จ่ายไปแล้ว 1 ล้านล้านบาท จากวงเงินงบประมาณปี 63 ทั้งหมด 3.2 ล้านล้านบาท โดยคาดว่าเงินงบประมาณที่ยังเหลือใช้ได้โดยไม่เกินครึ่งหนึ่งนั้น ยังมีเงินเหลืออยู่ประมาณ 500,000 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ จะเบิกจ่ายได้ถึงเดือน มี.ค. 63 เท่านั้น

เห็นข้อมูลกันอย่างนี้แล้ว !!! หนาวกันมั๊ยล่ะคะ…คุณๆ เจ้าขา!!!
............................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    40%
  • ไม่เห็นด้วย
    60%

บอกต่อ : 97