อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2563

ตัวเองเป็นคนร้ายคดีโหด กลับกล้าพูดให้ประหารชีวิต

สัปดาห์นี้ไปดูเรื่องราวคนร้ายคดีสะเทือนขวัญเนียนคุยกับเพื่อนบ้าน ลุ่นขอให้จับได้ “ประหารชีวิต” สุดท้ายเจอสุดยอดตำรวจซุ่มโป่งตามจับไว้ได้ พุธที่ 29 มกราคม 2563 เวลา 10.00 น.


เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยคดีดังที่ผ่านมา

ชุดจับกุมมีข้อมูลเพียงพอสามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว แต่ถ้าต้องการจับกุม จำเป็นต้องหาพยานหลักฐานละเอียดมากกว่านี้ ตำรวจจึงวางแผนและวางกำลังตรวจตราจับจ้องผู้ต้องสงสัยคดีสะเทือนขวัญอย่างเต็มที่ นอกเครื่องแบบโล่งใจที่การติดตามในเมืองที่มีหน่วยทหารจำนวนมาก

ดังนั้นผมสั้นเกรียนจึงไม่ใช่เรื่องแปลกตาในจังหวัดนี้

พวกเขาสืบตามพฤติกรรม ทำในสิ่งที่พวกเขาคิดว่ามีแต่หนังฮอลลีวู้ดเคยทำ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บดีเอ็นเอจากช้อนส้อมที่ผู้ต้องสงสัยกิน เพื่อนำมาเปรียบเทียบดีเอ็นเอ

ทุกอย่างค่อยๆ ทำ ค่อยๆ รวบรวมจนในที่สุดก็นำไปสู่ขั้นสุดท้าย ตรวจสอบหลักฐานว่าเพียงพอหรือไม่ จากนั้นก็ขออำนาจศาลอนุญาตออกหมายจับกุมผู้ต้องสงสัยรายนี้



ยกระดับกลายเป็นผู้ต้องหาในเวลาอีกไม่นาน

หนุ่มตื่นแต่เช้าเตรียมตัวไปทำงาน เปิดทีวีแล้วสะเทือนใจ ข่าวจากโทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต สังคมออนไลน์สาดจับอยู่ไม่กี่ข่าว ส่วนใหญ่เป็นข่าวอาชญากรรมสะเทือนขวัญ เขาไม่เคยคิดว่าคดีแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ในสังคมไทย โลกทุกวันนี้ยิ่งน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ

“มันโหดมากเลยนะ” เขาคุยคดีนี้กับเพื่อนบ้านรั้วติดกันเมื่อหลายวันก่อน

“ใช่”

“ยิงคนได้ลงคอ เด็กก็ตายไปด้วย”

“ใช่ครับ จับได้ต้องประหาร เอาเข้าคุกก็เปลืองเงินภาษีที่เราต้องไปเลี้ยงมัน”

เพื่อนบ้านพูดเหมือนคนส่วนใหญ่ แต่ตัวเขาฟังแล้วก็สยอง เคยดูสารคดีต่างประเทศ พูดว่าคนทำผิดกฎหมาย คนร้ายคือด้านสะท้อนมุมกลับของสังคม มันสะท้อนปัญหา การที่เอาคนทำผิดกฎหมายไปอยู่รวมกันในสภาพสถานที่อันน่าอนาถ ไม่ทำให้ใครกลับตัวได้ แต่กลับบ่มเพาะความรุนแรงและทำให้คนที่เข้าไป ไม่อาจเปลี่ยนพฤติกรรมได้

โทษประหารชีวิตมีในโลกมานับพันหมื่นปี แต่อาชญากรรมการฆ่ากันตายหาได้ลดลงไม่

ดังวิถีแห่งเต๋า บทที่ 74 การลงโทษ ที่ระบุว่า “เมื่อจับผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยการประหาร เหตุใดจึงมีผู้กระทำผิดต่อไปอีก” เขาครุ่นคิดปราชญ์เล่าจื่อ ที่พจนา จันทรสันติเรียบเรียงไว้ ถ้อยคำประโยคนับพันปี ทำไมจึงไม่มีใครเรียนรู้อดีต

“เป็นอะไรดูเงียบๆ ไป” เพื่อนบ้านถาม เขาไม่ตอบอันใดเดินเข้าบ้านไปเงียบๆ



เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น พ่อของเขารดน้ำต้นไม้ยามเช้า เขาเตรียมตัวไปทำงาน ชีวิตต่างจังหวัดแม้ไม่วุ่นวายเท่ากรุงเทพพระมหานคร แต่ก็หาได้สบายเหมือนชีวิตในลำเนาไพรไม่

ตาลีตาเหลือกออกจากบ้าน เพราะในหัวครุ่นคิดเรื่องราวมากมาย และด้วยหนี้สินรัดตัวจึงต้องออกไปหาเงิน

พ่อของชายหนุ่มมองลูกด้วยความสงสาร การทำงานทำให้ลูกคล้ายเครื่องจักรไปทุกที

น้ำที่ฉีดใส่สวนเลยกระเด็นไปไกล

ทันใดสะดุ้ง!

ชายเฒ่าสงสัย นั่นคนหรืออะไร ทำไมตะคุ่มอยู่ข้างรั้วบ้าน น่าแปลกใจที่โดนน้ำแล้วก็ไม่ไหวติง ยังคงนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น

น้ำฉีดโดนเข้าไปอีกครั้ง สีดำๆ ตรงนั้นก็ไม่สะเทือน พอดีกับที่รถของคนข้างบ้านขับออกไป น้ำยังคงฉีดใส่สีดำๆ ตรงนั้น

เมื่อรถขับไปไกลแล้ว สีดำๆ ตรงนั้นจึงสะดุ้งตัวเอง ทำเอาชายเฒ่าเกือบเป็นลมตาย นั่นคนนี่หว่า ใครมาซุ่มโป่งอยู่ตรงนี้ เขายืนขึ้นเป็นชายฉกรรจ์แววตาดุดัน แต่เสื้อผ้าเปียกโชกเพราะฤทธิ์น้ำที่หวังรดต้นไม้ ชายชราอ้าปากค้างสบตากับชายฉกรรจ์ที่หันมาสบตา แล้วฉีกยิ้มเพียงนิด ก่อนจะก้าวออกจากที่ซุ่มไปทำงานต่อ เขาไม่สนใจเสื้อผ้าที่เปียกเพราะน้ำจากสายยางของบ้านด้วยซ้ำ

กินเวลาไม่ถึงชั่วโมงต่อจากนั้น ข่าวใหญ่ก็ปรากฏ คนร้ายคดีอุกฉกรรจ์ถูกจับได้ ชายชราอ้าปากค้างเช่นเดียวกับลูกชายของเขาที่ทราบข่าวแล้วตะลึงเช่นกัน

วันนั้นกลับมาบ้าน วิชัยย่องเข้าไปหาสอบถามเรื่องราว ขอไม่ลงชื่อเปิดเผยนาม ด้วยความตกใจและความกลัว จึงเล่าเรื่องว่าเคยคุยกับคนร้ายถึงคดีของเขา เจ้าตัวยังบอกให้ประหารเสียเถอะ



“ไม่คิดว่าคนพูดจะเป็นคนร้าย” กลืนน้ำลายไปขณะเล่า

ก่อนตบท้ายความจริงจากพ่อที่บอกว่า “ฉีดน้ำใส่ตำรวจที่ซุ่มดูคนร้ายอยู่ ฉีดตั้งนานตำรวจก็เปียกไม่ยอมลุก ก็คงเพราะซุ่มโป่งดูพฤติกรรมคนร้าย น่าสงสารชะมัด ขอให้นักข่าวนำเรื่องนี้ไปลงและคำขอโทษจากชายแก่คนหนึ่งที่ไม่คิดว่าตำรวจไทยจะมีความอดทนพยายามขนาดนี้ สุดยอดจริง”

วิชัยยิ้มปรี่ได้ข้อมูลส่งข่าวไป ปรากฏว่ากองบรรณาธิการไม่ค่อยจะสนใจ มัวหลงมัวเมากับอะไรไม่ทราบ ประเด็นฮาๆ แบบนี้พอเป็นสีสันได้ แต่เมื่อไม่ได้ลง วิชัยจึงตัดสินใจครั้งสำคัญหลังจากห่างหายจากคอลัมน์นี้ไปนาน

“หนอนโรงพัก มีอะไรจะเล่าให้ฟัง”

ดังนั้นเรื่องราวบางส่วนจึงได้นำเสนอถึงคุณผู้อ่านทุกท่านในตอนนี้ สมใจวิชัย และขอยกนิ้วให้กับการทำงานของตำรวจ ยอดเยี่ยมจริงๆ
….................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    88%
  • ไม่เห็นด้วย
    13%

บอกต่อ : 291