อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2563

'ปั๊มติ๊ก'ส่วนเล็กๆ ที่หลายคนมองข้าม

'ปั๊มติ๊ก'ส่วนเล็กๆ แต่มีความสำคัญยิ่งยวดต่อระบบเชื้อเพลง แต่หลายๆคนกลับมองข้าม! ศุกร์ที่ 31 มกราคม 2563 เวลา 08.00 น.


"ปั๊มติ๊ก" (Fuel pump) เป็นชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการของ ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงในรถเครื่องยนต์เบนซิน ที่มาจากลักษณะการทำงานของปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงเบนซินในยุคเก่า ใช้หลักการของการตัดต่อกระแสไฟฟ้าที่ป้อนให้กับขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้แผ่นไดอะแฟรมขยับตัวเข้าออก เมื่อประกอบเข้ากับชุดลิ้นปิด-เปิด การขยับตัวจะเกิดแรงดูดและแรงดัน ทำให้สามารถดูดน้ำมันเชื้อเพลิงจากถังส่งให้กับระบบเชื้อเพลิงได้ ขณะเดียวกันระหว่างทำงานจะมีเสียงดัง "ติ๊ก ๆ" จึงเป็นที่มาของชื่อ"ปั๊มติ๊ก"
 
แต่ในปัจจุบัน "ปั๊มติ๊ก" ถูกพัฒนาไปไกลส่วนใหญ่ใช้การขับด้วยเฟือง มีเสียงที่เงียบมากขึ้นและไม่มีเสียง "ติ๊ก ๆ" อีกต่อไป โดยถูกบรรจุไว้ในถังน้ำมันเชื้อเพลิง ทำหน้าที่ดูดน้ำมันจากในถังส่งต่อไปยังรางหัวฉีด ด้วยแรงดันที่สูงกว่าในอดีต ก่อนที่หัวฉีดจะจ่ายน้ำมันเข้าห้องเผาไหม้ โดยมีเรกูเรเตอร์เป็นตัวคุมแรงดัน ส่งน้ำมันส่วนเกินไหลกลับลงสู่ถังอีกครั้ง
 
อาการ "ปั๊มติ๊ก" พังเสียหาย
อาการที่แสดงให้เห็น เช่น ติดเครื่องเดินเบาได้ตามปกติ แต่เร่งเครื่องไม่ขึ้น หรือมีอาการสะดุด เครื่องยนต์ดับกลางอากาศ แต่พอทิ้งเอาไว้ซักระยะสามารถติดเครื่องได้ หรือในบางครั้งไม่สามารถติดเครื่องได้เลย
 
สาเหตุหลักที่ทำให้ "ปั๊มติ๊ก"เสียหาย ต้องอธิบายก่อนว่าอะไหล่ทุกชิ้นในรถย่อมมีอายุไขของมัน “ปั๊มติ๊ก" ก็เช่นเดียวกัน นอกจากนี้อาจเกิดจากการใช้งานที่ไม่ถูกวิธี เช่นการปล่อยให้น้ำมันในถังแห้ง หรือไฟเตือนน้ำมันโชว์ นาน ๆ มีส่วนสำคัญทำให้อายุของ "ปั๊มติ๊ก" สั้นลง เนื่องจากในปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์ได้ออกแบบ ให้แช่อยู่ในถังน้ำมัน และอาศัยการไหลผ่านของน้ำมันเป็นในการระบายความร้อน ดังนั้นเมื่อน้ำมันในถังแห้ง หรือมีน้อยจนไม่พอในการระบายความร้อนจะทำให้เกิดความร้อนสะสม ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ "ปัีมติ๊ก" กลับบ้านเก่าก่อนเวลาอันควรนั่นเองครับ
 
เทคนิคดูแล"ปั๊มติ๊ก"
วิธีป้องกันง่ายๆ คืออย่าปล่อยให้น้ำมันในถังมีระดับต่ำจนเกินไป แต่ก็ไม่ต้องถึงขั้นวิตกจริต เนื่องจากเมื่อไฟเตือนระดับน้ำมันโชว์ รถยนต์ส่วนจะเหลือน้ำมันในถังประมาณ 1 ใน4 หรือ 1ใน 5 ของความจุถัง ซึ่งยังเพียงพอต่อการในการระบายความร้อน "ปั๊มติ๊ก"
 
จะเห็นได้ว่าหาก "ปั๊มติ๊ก" มีอันเป็นไปรถของท่านก็ไม่สามารถใช้งานได้จึงควรดูแลเอาใจใส่ตามข้อแนะนำข้างต้นอย่าปล่อยจนต้องเสียหายก่อนค่อยแก้ไขนะครับ...

..................................
คอลัมน์ : รู้ก่อนเหยียบ 
โดย "ช่างเอก"
ติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงที่ changaek_106@hotmail.com


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 283