อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563

คอร์รัปชั่นในไทย เลวร้ายถึงจุดต่ำสุด

อาทิตย์ที่แล้ว ผมบอกว่าดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นของไทยซึ่งจัดทำโดยองค์กรความโปร่งใสนานาชาติ ประจำปี พ.ศ. 2562 ไทยได้คะแนนเท่าเดิมคือ 36 คะแนนจากคะแนนเต็ม 100 แต่อันดับแย่ลงจากอันดับที่ 99 เป็นอันดับที่ 101 จาก 180 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่วโลก อาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 07.00 น.


   อาทิตย์ที่แล้ว ผมบอกว่าดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นของไทยซึ่งจัดทำโดยองค์กรความโปร่งใสนานาชาติ ประจำปี พ.ศ. 2562 ไทยได้คะแนนเท่าเดิมคือ 36 คะแนนจากคะแนนเต็ม 100 แต่อันดับแย่ลงจากอันดับที่ 99 เป็นอันดับที่ 101 จาก 180 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่วโลก โดนเวียดนามซึ่งดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นต่ำกว่าเมืองไทยมาโดยตลอด ปีที่แล้วยังได้แค่  33 คะแนนอันดับที่ 117 แต่ปีนี้แซงประเทศไทยไปได้แล้วโดยได้ 37 คะแนน เป็นอันดับที่ 96 ขณะที่อินโดนีเซีย มาเลเซียก็ยังทำได้ดีอย่างต่อเนื่องทิ้งห่างประเทศไทยออกไปอีก

   ผมบอกมานานแล้วว่าสถานการณ์คอร์รัปชั่นในไทยเลวร้ายถึงจุดต่ำสุดแล้วเพราะสาเหตุ 6 ประการนี้

    1. ไทยยังไม่เคยมีผู้นำที่มือสะอาดและมีความตั้งใจจริงที่จะปราบคอร์รัปชั่นให้ได้สำเร็จ นับเป็นโชคร้ายของประเทศเพราะที่ผ่านมา ผู้นำทั้งที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหารและมาจากการเลือกตั้งล้วนเป็นคนที่ “ปราบคอร์รัปชั่นด้วยปาก” ทั้งสิ้น ฮ่องกง สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ซึ่งเคยมีการคอร์รัปชั่นสูงมากเช่นเดียวกับไทย แต่เมื่อได้ผู้นำประเทศที่มือสะอาดและมีความตั้งใจจริง (Political Will) ในการปราบคอร์รัปชั่น ผู้นำประเทศเหล่านั้นทำเหมือน ๆ กันคือปฏิรูปหน่วยงานปราบคอร์รัปชั่นและยืนเป็น “กำแพงเหล็ก” ให้หน่วยงานปราบคอร์รัปชั่นยืนพิงได้อย่างหนักแน่นจนไม่มีใครมาแทรกแซงการทำงานได้ การปราบคอร์รัปชั่นจึงทำได้สำเร็จในที่สุด

    ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 ปีแรกที่มีการจัดทำดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นเป็นต้นมา ไทยเรามีนายกรัฐมนตรี มาทั้งสิ้น 10 คน นักการเมืองที่มาตามระบอบก็เช่น ชวน หลีกภัย บรรหาร ศิลปอาชา พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ทักษิณ ชินวัตร สมัคร สุนทรเวช สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทหารที่มากับการรัฐประหารมีสองคนคือ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ และ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทุกคนล้วนมากับนโยบายและลมปากที่อาสาเข้ามาเพื่อปราบคอร์รัปชั่นทั้งสิ้น แต่ประชาชนก็ยังไม่เห็นความแตกต่างของคะแนนดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นในแต่ละยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นนายกฯ จากการเลือกตั้งหรือนายกฯจากการรัฐประหาร
 
   2. หน่วยงานปราบคอร์รัปชั่นในเมืองไทยโดยเฉพาะคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นั้นยังยึดติด อยู่กับการ “ปราม” การคอร์รัปชั่นมากกว่าการ “ปราบ” ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรง เพราะบทเรียนจากประเทศต่าง ๆ ที่เคยมีปัญหาเรื่องการคอร์รัปชั่นและแก้ได้สำเร็จ โดยเฉพาะเกาหลีใต้ที่มีโครงสร้างเศรษฐกิจ  การเมืองและเป็นสังคมอุปถัมภ์คล้ายเมืองไทยล้วนแต่ใช้ยุทธศาสตร์ “ปราบ” คอร์รัปชั่นก่อน ทั้งสิ้น ที่น่ากังวลอย่างมากก็คือหน่วยงานปราบคอร์รัปชั่นเหล่านี้ ทั้งรับรู้ทั้งมีข้อมูลทั้งเคยไปดูงานหน่วยงานปราบคอร์รัปชั่นในต่างประเทศมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ยังคงยึดติดกับแนวคิด “ปราม” มากกว่า “ปราบ” มาโดยตลอดและไม่คิดจะเปลี่ยน ถ้าหากไม่ “ปฏิรูป” ทั้งตัวบุคคลและยุทธศาสตร์แล้ว ไทยเราจะไม่มีวันปราบคอร์รัปชั่นได้สำเร็จ อย่างแน่นอน

   ไทยเข้าร่วมวัดดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัป  ชั่นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 ซึ่งในปีนั้นไทยได้คะแนนเพียง 2.79 จากคะแนนเต็ม 10 หลังจากนั้น เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันคะแนนดัชนีภาพลักษณ์ของไทยไม่เคยได้เกิน 3.8 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 หรือไม่เคยได้เกิน  38 คะแนน เมื่อมีการเปลี่ยนคะแนนเต็มให้เป็น 100 คะแนน สะท้อนว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 เป็นต้นมา การปราบคอร์รัปชั่นของประเทศไทยเรา “สอบตก” มาโดยตลอด

     แม้ว่าเราจะมี ป.ป.ช. มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 และแม้ว่า ป.ป.ช.จะบอกว่า มียุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 จนปัจจุบันก้าวเข้าสู่ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะ 3 เข้าไปแล้วนั้น ก็ไม่ได้ ทำให้คะแนนดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นของไทยเราดีขึ้นแต่อย่างใด

และแม้ว่าไทยจะมีคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) พร้อม ๆ กับมีผู้ตรวจการแผ่นดิน ในช่วงปี พ.ศ. 2542  มีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในปี พ.ศ. 2545 และมีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในปี พ.ศ. 2551 หน่วยงานเหล่านี้ก็ยังไม่สามารถช่วยทำให้คะแนนดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นของไทยดีขึ้นจนผ่านเกณฑ์ครึ่งหนึ่งหรือ 50 เปอร์เซ็นต์ได้เลย ระหว่างปี พ.ศ.  2542 จนถึงปีล่าสุดคะแนนของไทยแกว่งอยู่ในช่วงแคบ ๆ ระหว่าง 32 ถึง 38 คะแนนเท่านั้น และตลอดระยะเวลา 23 ปีที่ผ่านมามีเพียง 3 ปีเท่านั้นที่คะแนนดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นของไทยเรามีคะแนนสูงสุดคือ 38 คะแนน
 
      อาทิตย์หน้าอ่านต่อครับ.
.............................................
เกษมสันต์ วีระกุล

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 69