อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2563

ถึงเวลา:คณะสงฆ์ต้องสะสาง"เฟกนิวส์"

สัปดาห์นี้ไปดู “เฟกนิวส์หรือข่าวปลอม” ยากต่อการควบคุม กระทบต่อพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ไทย แต่มหาเถรฯ ยังไม่เคยคิดที่จะมีคณะทำงานติดตามเรื่องข่าวปลอม พุธที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 11.00 น.


เฟกนิวส์ กระแสมาแรงในสังคมไทย ความจริงหากชาวพุทธเรายึดมั่นใน “กาลามสูตร” คำว่าเฟกนิวส์ก็ไร้ความหมาย แต่เนื่องจากสังคมไทย ไม่ยึดมั่นในหลักกาลามสูตร ข่าวลือ ข่าวลวง จงแพร่กระจายได้เร็วกว่า “ข่าวจริง”

ยิ่งชนชั้นอำนาจ ชนชั้นปกครอง ปกครองด้วยตัวบุคคล ปกครองด้วยคณะบุคคลหรือแม้กระทั่งด้วยธนาธิปไตยที่สังคมขนานนามว่า “ระบอบเผด็จการ” เฟกนิวส์ยิ่งกระจายเข้าถึงชาวบ้านได้เร็วกว่าประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย

สังคมที่ปกปิดความจริง สังคมที่ปกปิดข่าวสาร สังคมที่มีคนใคร่อยากรู้อยากเห็น เฟกนิวส์ จึงทรงพลานุภาพ

ในขณะที่รัฐบาลกำลังต่อสู้กับ “เฟกนิวส์หรือข่าวปลอม” ที่ผ่านสื่อออนไลน์ “ยากต่อการควบคุม” ผมเชื่อว่า คณะสงฆ์ไทยยังไม่เคยคิดที่จะมีคณะทำงานติดตามเรื่องข่าวปลอม ข่าวที่กระทบต่อพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ไทย “ยิ่งไม่มี” ทั้งๆ ที่งบประมาณเท่าที่รู้ ด้านการเผยแผ่ประชาสัมพันธ์ของมหาเถรสมาคมมี “นับสิบล้าน” บาท



แผนแม่บทในด้านประชาสัมพันธ์ภาพรวมเพื่อ “กิจการพระพุทธศาสนา” เพื่อความมั่นคงของ “พระพุทธศาสนา” ผู้เขียนเชื่อว่า มหาเถรสมาคมไม่เคยคิด ยิ่งการต่อต้านข่าวปลอมแบบทหารทำ แบบรัฐบาลทำ กรรมการมหาเถรสมาคมที่ดูแลด้านประชาสัมพันธ์คงยังไม่คิดให้ “รกสมอง”

รัฐบาลมีศูนย์ปฎิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) ตั้งอยู่ ณ ทำเนียบ มีศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมหรือเฟกนิวส์กระจายอยู่ตามกระทรวง ตามกรมต่างๆ

ทุกวัน PMOC จะร่วมประชุมกับตัวแทนกระทรวง กรมต่างๆ เพื่อสรุป ติดตามข่าวสารที่กระทบหรือมีผลต่อรัฐบาล และพร้อมทั้งสรุปทิศทางข่าวสารที่ควรจะเป็น

ครั้งหนึ่งสมัยทำงานโทรทัศน์ผู้เขียนเคยรับประเด็น บางประเด็น เพื่อแก้ข่าวหรือเสนอข่าว “เชิงบวก” ผ่าน PMOC แต่ PMOC ทำงานแบบระบบราชการจึง “ไม่ทันเฟกนิวส์”

บรรดาเพจ เชียร์ลุงๆ ทั้งหลาย นั่นก็คือวิธีการหนึ่งต่อต้านข่าวปลอม แต่ดันเชียร์มากเกินไป จนคนไม่เชื่อถือและถูกมองว่า “เป็นข่าวปลอมเสียเอง” และยิ่งไปเอากลุ่มสื่ออาวุโสมารับงานเขียนประเภท “ฮาร์ดคอร์” ข้อความที่สื่อออกไป “ยิ่งติดลบ”



การทำงานด้านข่าวสารแบบเชิงรุก ต่อต้านเฟกนิวส์ มหาเถรสมาคมเรายังไม่มี หากคิดจะมีก็ไม่ยาก เงินพร้อม คนพร้อม ขาดแต่ “ความกระตือรือร้น” แค่นั้น

ปัจจุบันพระพุทธศาสนา คณะสงฆ์ มีข่าวเชิงลบทุกวัน ตามหลักจิตวิทยา มนุษย์เพื่อฟังมากๆ ดูมากๆ จากไม่เชื่อก็จะกลายเป็น “ความเชื่อ” ข้อมูลไม่จริง คนก็จะเชื่อว่าจริง

อันนี้ยังไม่นับที่คนบางศาสนาสร้างสถานการณ์หรือทำลาย “ความน่าเชื่อ” ของคณะสงฆ์และหลักธรรมของพระพุทธศาสนาที่คณะสงฆ์ “ต้องจัดการ”

โทรทัศน์ของวัดต่างๆ ที่มีอยู่ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็น วัดยานนาวา วัดดวงแข วัดสังฆทาน หรือวัดอื่นๆ เป็นเพียงเสนอกิจกรรมเจ้าสำนัก เสนอข่าวสารกิจกรรม มิใช่ประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อกิจการพระพุทธศาสนา

ดีไม่ดีบางช่องดูแวว สิ้นเจ้าอาวาสผู้ก่อตั้ง “จออาจมืด”

โลกปัจจุบันหรือแม้กระทั่งโลกแห่งอนาคต คณะสงฆ์ไทย ต้องมีศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมหรือแม้กระทั่งคณะทำงานกลั่นกรองข่าวสาร เพื่อทำประชาสัมพันธ์เชิงรุก แบบศาสตร์สมัยใหม่ และที่ทำมิได้ทำเพื่อคณะสงฆ์เท่านั้น แต่เป็นไปเพื่อ “ความมั่นคงของพระพุทธศาสนา”

พูดแค่นี้ พระพรหมบัณฑิต ประธานเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ท่านเป็นปราชญ์ “คงมองออก” ถึงเวลาที่พระคุณเจ้าต้องลงมือ หากไม่มีเวลาทำก็ควรมอบหมายให้กรรมการมหาเถรสมาคมท่านอื่นๆ ที่กำลัง “ตกงาน” ตำแหน่งลอยยังไม่ได้รับมอบให้ทำอะไรอีกหลายรูป ส่วนบรรดาไดโนเสาร์ที่คัดค้าน..ปล่อยให้ตายไปตามกาลเวลา.
.................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    93%
  • ไม่เห็นด้วย
    7%

บอกต่อ : 281