อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2563

เริ่มเดือนกุมภาฯ ภัยพิบัติ-การเมืองก็ยังร้อน..

สัปดาห์นี้พาไปดูเรื่องวุ่นๆ การเมืองกับปมร้อนแรง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 63 และการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พ่วงด้วยเรื่องของภัยพิบัติ ไวรัสโคโรนา พฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 12.00 น.


อย่างที่ได้เล่าสู่กันฟังไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า แค่เปิดเดือนมกราคมมา ปีหนูไฟก็เล่นเอาอ่วมเสียทั่วโลก เกิดภาวะหวาดระแวงสงครามสหรัฐ-อิหร่าน เกิดภาวะภัยแล้งรุนแรง ฝุ่นควันพิษทั่วเมือง เกิดภาวะไวรัสโคโรนาระบาดจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย จนคนจีนตายไปนับร้อย แถมจิตใจคนเราก็เป็นอะไรไม่รู้ เจอฆาตกรโหดเข้าไปสองคดีทั้ง “ไอซ์ หีบเหล็ก” กับครูควงปืนปล้นร้านทองยิงตายไปเสีย3 ศพ ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้เลวร้ายไปกว่านี้เลย

ในประเทศไทยก็ยังมีข่าวดีอยู่เกี่ยวกับเรื่องไวรัสโคโรนาระบาด คือแพทย์โรงพยาบาลราชวิถีสามารถหาทางรักษาผู้ป่วยได้แล้ว โดยวิธีหนึ่งที่น่าสนใจคือใช้ “ยาต้าน” คือยาที่ผู้ติดเชื้อ HIV กินนั่นแหละ มีคนถามว่ามันทำงานกับไวรัสโคโรนาอย่างไร ก็พออธิบายแบบงูๆ ปลาๆ ได้ว่า มันมีฤทธิ์ในการกดไวรัสไม่ให้แสดงอาการ แล้วเมื่อไวรัสถูกกดค่าต่ำลงมา ค่าแอนติบอดี้ หรือเม็ดเลือดขาวในร่างกายคนเราก็จะจัดการกับเชื้อที่เหลือได้

บางทีเรื่องข่าวดีๆ เราก็ต้องช่วยกันกระจายให้มากๆ เข้า มันจะได้ทำให้รู้สึกมีความหวัง ไม่ใช่ให้เขาจิกกัดเอาว่า “เจ๊กตื่นไฟ ไทยตื่นข่าว” คืออะไรร้ายๆ แล้วชอบกระพือกัน ขนาดที่สร้างข่าวปลอมขึ้นมาซึ่งไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร นอกจากให้ได้ผลยิ่งซ้ำเติมประเทศชาติ คนพวกนี้แหละที่เรียกว่า “ชังชาติ” ของจริง ไม่ใช่พวกอุดมการณ์ทางการเมืองแตกต่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ ปอท.จะต้องออกมากำราบให้หลาบจำ



และก็ต้องเชื่อใจเรื่องบุคลากรทางการแพทย์ของไทยด้วยว่า ไม่ได้เป็นสองรองใคร ไทยได้รับการจัดลำดับที่ดีในการควบคุมการระบาดของโรค ถ้าพบเชื้อปุ๊บก็กักกันตัวจนกว่าจะปลอดเชื้อ อย่างที่จะมีเที่ยวบินไปรับคนไทยกลับจากอู่ฮั่น ก็จะต้องมีการดูแลควบคุมเชื้อก่อนที่อู่ตะเภา บางเรื่องก็อย่าวิตกกังวลกันจนไม่เป็นอันทำอะไร ขอให้อยู่แค่ขอบเขตของคำว่า “ระวังตัว” ดีกว่าถึงขั้น “ประสาทเสีย” เพราะกลัวเยอะก็ทุกข์เอง ข่าวก็หาอ่านจากองค์กรที่น่าเชื่อถือได้

ตอนนี้ก็ขอเอาใจช่วยเจ้าหน้าที่แพทย์ สาธารณสุขไทยทุกท่านที่ควบคุมโรคติดต่อ รวมถึงเอาใจช่วยชาวจีน ซึ่งก็ถือว่าเป็น “มหามิตรทางเศรษฐกิจ” ของไทยเรา ให้จัดการโรคนี้ได้เร็ววันก่อนฤดูท่องเที่ยว คือเดือนเมษายนที่จะมาถึง เพราะรายได้จากการท่องเที่ยวนั้นมาจากจีนเสียเยอะ คนจีนชอบไทยมาก ขนาดที่ว่าเคยได้ข่าวว่า ที่คุนหมิง มณฑลยูนนานนี่มีการทำ “เชียงใหม่ปลอม” ขึ้นมาโซนนึงเลยทีเดียว และยังมีรายได้จากการค้าขายกับจีนอีกมาก

ไม่อยากให้คนไทยทำตัวรังเกียจหรือกลัวคนจีน เพราะประเทศนี้ชาตินิยมสูงมาก การสื่อสารของเขาในโซเชี่ยลมีเดียเขาอย่างเว่ยป๋อนี่ไปไกลและเร็วมาก ใครมีปัญหาเหยียดจีนขึ้นมามีเรื่อง ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าใครจำเคสดีไซเนอร์ดอลเช่ แอนด์ แกบบาน่าที่ทำโฆษณาดูถูกคนจีนได้ ก็คงเห็นว่า แบรนด์แทบจะเจ๊งในจีน ( ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ กำลังซื้อเยอะ ) กันเลยทีเดียว พูดกันโลกไม่สวยคือเขามีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยได้อย่างมีนัยยะสำคัญนั่นแหละ

“สินค้า” ตัวหนึ่งที่คนจีนนิยมมากที่ส่งออกจากไทย ภาคอุตสาหกรรมบันเทิงจะรู้ คือ “ละครแนววาย” คือละครที่ตัวเอกเป็นชายทั้งคู่นั่นแหละ ให้มีซีนพอจิ้นๆ แต่ไม่ได้เลยเถิดไปขนาดมีเซกส์กัน เพราะเขายืนยันว่า “แนววายนี่ไม่ใช่แนวเกย์” คือมันเป็นความซับซ้อนของเรื่องเพศวิถีอย่างหนึ่ง วายจะเป็นลักษณะที่เรียกว่า pansexual คือไม่ได้รักเพราะเป็นเพศไหน แต่รักเพราะเป็นคนๆ นั้นเท่านั้น สาวชาวจีนฮิตละครวายมาก และก็เป็นละครวายไทยเสียเยอะ



“คู่จิ้น” บางคู่ดังมาก เช่นคู่ที่แสดงซีรีย์วายเรื่อง “โซตัส” จัดแฟนมีทติ้งในไทยที “แม่จีน” ( เป็นศัพท์ที่สาววายเรียกอย่างยกย่องในพลังการเปย์ของสาววายจีน ) แทบจะเหมาลำเครื่องบินกันมาร่วมงาน เรื่องนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว หรือเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมบันเทิงลองพิจารณาดูหน่อยก็ได้ ว่า “จะดึงมาใช้ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างไร” ในมาเลเซีย สิงคโปร์ หรือฮ่องกง ไต้หวัน ก็ใช้ซีรีย์ประเภทนี้ดึงนักท่องเที่ยวมางานแฟนมีทได้

นอกจากสถานการณ์โรคระบาด ภัยธรรมชาติแล้ว การเมืองเดือนกุมภาพันธ์ก่อนปิดสภาฯ ก็ร้อนไม่ใช่เล่น ตั้งแต่เรื่องการจับกันได้ว่า มี ส.ส.เสียบบัตรแทนระหว่างการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2563 ซึ่งต่างก็หวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีการวินิจฉัยเรื่องนี้โดยเร็ว และรัฐบาลสามารถหาทางออกที่ไม่กระทบต่องบลงทุนมากได้ ส่วนใครที่หลักฐานคาตาว่าไม่อยู่แต่ดันมีชื่อลงคะแนนก็ควรต้องถูกส่งให้ ป.ป.ช.จัดการ

ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในเดือนนี้เสร็จทันว่า ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ ( เทียบกับ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่ถูกตีตกเพราะเสียบบัตรแทน ) ก็อาจต้องเปิดสภากันในเดือนนี้ หรือถ้าไม่ทันก็ต้องไปเปิดประชุมสมัยวิสามัญเอา แต่ถ้าเปิดภายในเดือนนี้สักอาทิตย์สองอาทิตย์ก่อนสิ้นเดือนก็วุ่นวายพิลึก เพราะฝ่ายค้านก็เตรียมลับมีดรออภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่ เบ็ดเสร็จเที่ยวนี้รัฐมนตรีโดนอภิปรายไปหกคน ซึ่งก็คงทราบชื่อกันตามข่าวแล้ว



แน่นอน ตำบลกระสุนตกไม่ใช่ใครที่ไหน ก็ต้องเป็น “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหมนั่นแหละ ที่ฝ่ายค้านเขียนเหตุผลที่ต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจยาวเหยียด ตั้งแต่การเข้าสู่อำนาจโดยมิชอบ โจมตีเรื่องเขียนรัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจ ตั้งคำถามเรื่องตกลงสถานะของ พล.อ.ประยุทธ์นี่เป็น “เจ้าหน้าที่รัฐ” ( ซึ่งกฎหมายห้ามไว้ ) หรือเปล่า เพราะเห็นสามารถออกคำสั่งในนามเจ้าหน้าที่รัฐได้เรื่องเรียกตัวคนมาปรับทัศนคติ

และอาจมีคนโยงไปถึงเรื่องเหมืองทองอัครา ที่กำลังอยู่ในชั้นอนุญาโตตุลาการพิจารณาคดีอยู่ ว่า ถ้าสมมุติว่า คำสั่งปิดเหมืองทอง ออกในนามเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ประเทศไทยก็อาจต้องเสียค่าเสียหายจำนวนมาก แต่ถ้าออกในนาม พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ แล้วบิ๊กตู่จะจ่ายเองไหมล่ะ ? แม้ฝ่ายรัฐบาลจะบอกว่าต้องอภิปรายเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ แต่เรื่องเหมืองทองมันเป็นผลสืบเนื่องมาและอาจมีผลในรัฐบาลนี้ก็น่าจะมีคนพูด

เห็นมติวิปฝ่ายค้านออกมาทำนองว่า หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านทุกคนจะมุ่งเป้าไปที่การอภิปรายนายกฯ เพราะถือเป็นหัวเรือใหญ่ของรัฐบาล ก็ไม่รู้ว่าจะมีภาวะปรี๊ดแตกอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์นั้นพูดบ่อยหลายรอบว่า จะพยายามใจเย็น ก็ขออย่าให้ดราม่ามันเยอะ บางเรื่องถ้าขอได้ก็อย่าให้ลูกพรรคฝั่งร่วมรัฐบาลทำหน้าที่หัวหน่วยทะลวงฟันคอยตีรวนระหว่างอภิปรายเลย เพราะมันน่ารำคาญ เหมือนที่เคยประท้วงกันเป็นชั่วโมงในศึกซักฟอกรัฐบาลก่อนๆ

ส่วนตัวแล้ว สิ่งที่อยากเห็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้มากที่สุดคือ “ใบเสร็จว่ามีการทุจริต” เพราะมันดูเป็นเรื่องใหม่ ผลจากการสืบทอดอำนาจของ คสช.นี่มีพูดกันหลายเวทีแล้ว ง่ายๆ คือ อยากฟังความผิดแบบเนื้อๆ ไม่ใช่ความเห็นแบบตีโวหาร ซึ่งก็คงคาดหวังกับพวกนักการเมืองรุ่นใหม่ที่เขาอยากสร้างภาพของสภาผู้แทนฯ ว่ามันเป็นสภาทรงเกียรติไม่ใช่สภาน้ำเน่าล่ะนะ ว่าจะทำ “หลักฐาน” ให้เห็นและคล้อยตามได้มากเพียงใดว่าบิ๊กตู่อยู่ต่อยิ่งเสียหาย

คงจบบทความวันนี้ได้แค่ขอให้เรื่องดีๆ เกิดขึ้น ปัญหาอะไรถ่วงประเทศชาติอยู่ให้แคล้วคลาดเถิด.
..........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%