อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 เมษายน 2563

"งานหนักของ ผบ.พล."

จากนั้นเป็นต้นมาผู้บัญชาการกองพลของเราก็มีหน้าที่ในการวิ่งซื้อโอเลี้ยง ข้าวหมูแดง ขนมโก๋และของขบเคี้ยวอื่น ๆ ตามความต้องการของลูกน้องฝ่ายเสนาธิการ…… จันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 11.00 น.


ขั้นตอนแรกของการปฏิบัติงานร่วม “ผบ.กับ ฝ่ายเสธ.” คือ “การประกาศภารกิจ” โดยตัว ผบ.พลเอง ผมในฐานะหัวหน้ายุทธการอันเป็นศูนย์รวมของการวางแผนก็ต้อง “ทำงานในรายละเอียด” คือเขียนให้พี่เขาอ่าน การให้แนวทางการวางแผน ก็ต้องให้ผมเขียนให้อ่าน ฯลฯ ด้วยเหตุที่ว่ามีอาจารย์คอยสังเกตการณ์และให้คะแนนของกลุ่มอยู่ตลอดเวลาทุกอย่างในนามของกลุ่มจึงต้องทำออกมาให้ดีที่สุด
 
แก้ปัญหากันตั้งแต่เช้าจนบ่ายแก่ ๆ แอร์แก่ ๆ ของโรงเรียนก็ทำท่าไม่ไหว สุดท้ายอาจารย์อนุญาตตามคำขอให้เราถอดเสื้อเครื่องแบบออกเหลือแต่เสื้อยืดชั้นในคอกลมได้ แต่ก็ยังไม่หายร้อน

“ร้อนอย่างนี้ ได้โอเลี้ยงสักคนละถุงก็ดีนะ” ฝ่ายส่งกำลังบำรุงให้ข้อเสนอขึ้นกลางที่ประชุม ทุกคนเห็นด้วย โรงเรียนเสธ.มีโอเลี้ยงที่ใช้ถุงชงรสเข้มข้นถึงใจ (เดี๋ยวนี้เรียกว่าโอเลี้ยงโบราณ) มีบริการแบบ “เทคโฮม” และ “เทคคลาสรูม” ด้วยการใส่ถุงพลาสติกให้ด้วย

“มึงไปซื้อมาทีวะ…10 ถุงนะ เผื่ออาจารย์ท่านด้วย” อาจารย์อมยิ้มพยักหน้ายินดีน้อมรับโดยไม่ถือว่าเป็นความพยายามให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายพิจารณาความอาญาแต่อย่างใด

“ไปไง...งานกูเต็มมือ นี่กำลังคำนวณเรื่องการเคลื่อนย้ายอยู่ แม่งยุ่งฉิบหาย เลขสำเพ็งนี่…” หัวหน้าส่งกำลังบำรุงปฏิเสธงานในหน้าที่ของมันหันหน้าไปมองใครก็ส่ายหัวเพราะต่างกำลังยุ่งกันทั้งนั้น

เงียบไปครู่หนึ่ง…

“ข้าไปเองก็ได้วะ...ว่างอยู่”


 
พี่ดิษฐ์ยกมืออาสา พร้อมกับเคลื่อนกายอันใหญ่โตออกจากเก้าอี้ประจำตำแหน่งที่หัวโต๊ะอันสง่างามสมกับตำแหน่งของท่าน

จากนั้นเป็นต้นมาผู้บัญชาการกองพลของเราก็มีหน้าที่ในการวิ่งซื้อโอเลี้ยง ข้าวหมูแดง ขนมโก๋และของขบเคี้ยวอื่น ๆ ตามความต้องการของลูกน้องฝ่ายเสนาธิการจนกระทั่งจบหลักสูตรโรงเรียนเสนาธิการทหารบกในปลายปีนั้น…

อนิจจาท่านผู้บัญชาการกองพล !!!
 
ผมมาทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ที่เล่าให้คุณผู้อ่านได้รับทราบไปแล้วและด้วยประสบการณ์งานด้านโฆษกทหารที่ทำมาช้านาน ใบหน้าของน้อง ๆ นักข่าวช่างซักช่างถาม ที่เคยทำงานร่วมกันมาในอดีตก็ลอยขึ้นมาให้เห็นเหมือนดูหนัง  นึกถึงอาการประมาณซอกแซกช่างหามุมซักถามของน้อง ๆ นักข่าวเหล่านี้แล้ว ผมก็เกิดอาการวิตกจริตจึงตั้งคำถามกับตัวเองว่าถ้าน้อง ๆ เหล่านี้เขามาอ่านเข้า ผมอาจถูกถามดังนี้



“ท่านโฆษกครับ (คะ)...ท่านมัวแต่ทำงานตามขั้นตามตอนตั้ง 500 ขั้นตอนแบบนี้ (นักข่าวมักพูดอะไรที่เกินเลยความเป็นจริงแบบนี้เสมอแหละครับ) มันไม่ช้าเกินไปหรือ มัวแต่วิเคราะห์ภารกิจ มัวแต่ข่าวสารชั้นต้น ชั้นกลาง ชั้นปลาย ข้าศึกมันไม่มายึดกรุงเทพฯ ของผม (หนู) ไปเสียก่อนหรือ”

“เป็นคำถามที่ดี” ผมจะกล่าวชมเพื่อถ่วงเวลาหาคำตอบดี ๆ ให้น้อง ๆ เข้าใจแล้วผมก็ไม่ถูกรุมอัดจากคนในกองทัพด้วย....คืออย่างนี้ครับ…

ในทางปฏิบัติที่เป็นจริงแล้ว ใช่ว่าทุก ๆ โจทย์ทางทหารจะต้องนั่งประชุมแล้วทำงานกันทีละขั้น ๆ จนข้าศึกบุกถึงกองบัญชาการอย่างว่า โจทย์ใดที่ไม่สลับซับซ้อนเราก็ทำงานกันแบบอัตโนมัติ จะทำงานกันอย่างเป็นทางการตามตำราก็เฉพาะโจทย์ที่ละเอียดอ่อนมีแง่มุมซับซ้อนเท่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่าเราได้พิจารณาปัจจัยเกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างรอบด้านและรอบคอบแล้ว
 
แต่ไม่ว่าโจทย์จะง่ายหรือยากเพียงใด เราก็จะทำงานกันด้วยขั้นตอนนี้ทั้งนั้น จึงจะมั่นใจในความสำเร็จ มั่วเมื่อไหร่ มักง่ายเมื่อไหร่เป็นต้องมีเรื่องทุกทีไป เอาง่าย ๆ เช่นพอ ผบ.ได้รับโจทย์ปุ๊บแทนที่จะปรึกษาหารือฝ่ายเสธ.ก่อน หรือแทนที่จะครุ่นคิดใคร่ครวญให้รอบคอบเสียก่อนตามที่เล่าเรียนมา กลับสั่งเปรี้ยงเคลื่อนย้ายกำลังไปกรมประชาสัมพันธ์ซะงั้น บางครั้งก็อาจซวยเอาง่าย ๆ จริงไหมครับ

คราวหน้า ผมจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ แล้วกัน…
..............................................................
คอลัมน์ : สอยดาวมาร้อยบ่า – RELOADED
โดย “พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์”
Facebook : Gen.Bunchon - บัญชร ชวาลศิลป์


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 80