อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 7 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 7 เมษายน 2563

การดูแลสภาพจิตใจ ผู้ได้รับกระทบจากกรณีกราดยิง

สัปดาห์นี้ลัดเลาะพาไปดูแนวทางการฟื้นฟูสภาพจิตใจ หวังลดผลกระทบทางจิตใจของประชาชนชาวโคราช 4 รูปแบบ จากโศกนาฏกรรมจ่าโหดกราดยิงโคราช   พฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 10.00 น.


กรณีเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนบนผืนแผ่นดินไทย นับเป็นโศกนาฏกรรมที่สร้างความสะเทือนขวัญแก่คนไทยทั้งชาติ เมื่อวันเสาร์ที่ 8 ก.พ.63 ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชา การก่อเหตุร้ายในครั้งนี้เกิดจากน้ำมือของจ่าทหารผู้หนึ่ง​ที่ขาดสติและบ้าคลั่ง ใช้อาวุธสงครามที่ปล้นจากค่ายทหารใน จ.นครราชสีมา กราดยิงผู้คนไม่เลือกหน้าและไม่เลือกสถานที่​ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหน้าวัด ย่านชุมชน หน้าศูนย์การค้าและภายในศูนย์การค้ากลางใจเมืองนครราชสีมา​ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 30 รายและบาดเจ็บ 57 ราย 
 
นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้มีผลกระทบต่อความรู้สึกไม่ปลอดภัยของประชาชน และความไม่สงบเรียบร้อยของเมืองนครราชสีมา จึงได้รีบดำเนินการปฏิบัติงานในเชิงรุกทันที โดยส่งทีมวิกฤติสุขภาพจิต (MentalHealthCrisis Assessment and  Treatment Team -​ MCATT) ประกอบด้วยสหวิชาชีพที่สังกัดอยู่กับกรมสุขภาพจิตทั่วประเทศ ลงพื้นที่ปฏิบัติการประเมินสภาพจิตใจและให้การช่วยเหลือเยียวยาทางจิตใจแก่ญาติผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ญาติผู้บาดเจ็บและผู้อยู่ในเหตุการณ์ เพื่อให้การดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์
 


แนวทางการดำเนินงานการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจ เพื่อลดผลกระทบทางจิตใจของประชาชนมี 4 รูปแบบ ได้แก่
 
รูปแบบที่ 1 ตั้งคลินิกหมอใจภาคสนามประจำที่่ห้างเทอร์มินอล 21 โคราช ในลักษณะเป็น รพ.จิตเวช ขนาดย่อย โดยจัดผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา พร้อมเวชภัณฑ์ยาจำเป็น และรถพยาบาลประจำการเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อบริการเป็นเพื่อนใจประชาชนทุกคนในห้างตลอดวัน

รูปแบบที่ 2 จัดทีมเยียวยาจิตใจเยียวยา (MCATT) ออกไปให้บริการตามชุมชนสถานที่เกิดเหตุและข้างเคียงทุกวัน

รูปแบบที่ 3 ให้บริการปรึกษาทางโทรศัพท์โดยผู้เชี่ยวชาญของ รพ.จิตเวชราชนครินทร์นครราชสี มาที่หมายเลขโทรศัพท์ 044-233-999 ตลอด 24 ชม. และโทรศัพท์สายด่วนกรมสุขภาพจิต ที่หมายเลขโทรศัพท์  1323 ตลอด 24 ชม.

รูปแบบที่ 4 บริการในสถานพยาบาลทุกแห่งทั้งใน จ.นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์

กรมสุขภาพจิตได้แบ่งกลุ่มของผู้ที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจตามระดับความเสี่ยงในการประสบเหตุการณ์วิกฤตเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มที่ 1 ญาติผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ญาติผู้บาดเจ็บ ตัวประกัน

กลุ่มที่ 2 ผู้อยู่ในเหตุการณ์ ผู้เห็นเหตุการณ์ เช่น ผู้ค้าขาย / ผู้ประกอบการ ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ผู้ที่ติดค้างอยู่ในสถานที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ที่ลงปฏิบัติงานในหน้างานทุกหน่วยงาน

กลุ่มที่ 3 ประชาชนทั่วไปซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับข้อมูลข่าวสารความรุนแรงตามช่องทางต่าง ๆ ผู้ที่อาจมีผลกระทบทางจิตใจจากการได้รับข้อมูลข่าวสาร ทางสังคมออนไลน์ (socialmedia)



ผลการตรวจคัดกรอง ประเมินระดับความเครียดจากเหตุการณ์ เพื่อจัดระบบให้การดูแลฟื้นฟูอย่างเหมาะสม พบผู้มีความเครียดระดับสูงต้องได้รับการดูแลต่อเนื่องหลายร้อยคน ซึ่งพบทั้งในกลุ่มผู้บาดเจ็บและญาติ ญาติผู้เสียชีวิต กลุ่มผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ และกลุ่มผู้ที่ติดตามข่าวสารทางสื่อต่าง ๆ แล้วเกิดความเครียด

ความคืบหน้าการดูแลประชาชนได้เร่งดำเนินการใน 2 ประการ ประการแรกการรักษาฟื้นฟูผู้บาดเจ็บ เพื่อให้หายและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ประการที่ 2 การฟื้นฟูจิตใจผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มที่มีอาการเครียดจากการติดตามข่าวสารในวันเกิดเหตุ ให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ป้องกันผลกระทบทางจิตใจในระยะยาว

กรมสุขภาพจิต​ให้การดูแลสภาพจิตใจของประชาชนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างเร่งด่วน โดยให้คำแนะนำและแนวทางในการดูแลผลกระทบทางจิตใจของตนเองและคนใกล้ชิดดังนี้
 
1. ดูแลสุขภาพกายและใจของตนเองเพื่อเตรียมการดูแลจิตใจของคนรอบข้าง ให้พยายามรับประทานอาหาร นอนหลับพักผ่อน ออกกำลัง และพยายามใช้ชีวิตปกติเท่าที่เป็นไปได้

2. ให้ความสำคัญกับอารมณ์ของตนเองซึ่งอาจเกิดความรู้สึกมากมายในจิตใจ ต้องให้เวลาในการจัดการและช่วยเหลือตนเองและคนรอบข้างให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้

3. หมั่นสังเกตการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์และความรู้สึกตัวเอง การมีความเปลี่ยนแปลงด้านการกิน การนอน รู้สึกหมดกำลัง และอารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย ซึ่งเป็นสัญญานของระดับความเครียดสูง ถ้าเป็นเด็กและเยาวชน จะมีอาการถดถอย เช่น เกาะคนดูแลแน่น ร้องไห้ หรือแสดงอารมณ์รุนแรง

4. หลีกเลี่ยงการรับข่าวที่มากเกินไปจากสื่อ ภาพความรุนแรงต่าง ๆ รวมไปถึงข่าวปลอมและข่าวลือ อาจกระตุ้นให้เกิดภาวะเครียดและปัญหาด้านสุขภาพจิตภายหลังเผชิญภัยพิบัติ

5. พยายามหาวิธีช่วยให้ติดต่อกับเพื่อนและครอบครัว เพื่อช่วยกันสนับสนุนด้านอารมณ์ให้ผ่านช่วงที่ยากลำบาก
 
6. เพิ่มการพูดคุยและติดต่อกับผู้อื่นเท่าที่ทำได้ เพื่อระบายความรู้สึก ช่วยเหลือพูดคุยกับคนรอบข้างโดยเน้นที่ความเข้มแข็งของบุคคลที่สามารถจัดการความยากลำบากไปได้ ทั้งนี้หากพบความผิดปกติ ควรรีบพาไปพบจิตแพทย์ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือติดต่อขอคำปรึกษาผ่านสายด่วน 1323 ได้ฟรี ตลอด 24 ชม.
 


นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ได้เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติจ่ายเงินเยียวยาให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์กราดยิงที่ จ.นครราชสีมา จำนวน 27 ราย ไม่ครอบคลุมผู้ก่อเหตุและคู่กรณี 3 ราย รายละ 1 ล้านบาท ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส รายละ 200,000 บาท และผู้บาดเจ็บไม่สาหัส รายละ 100,000 บาทแบ่งเป็นผู้เสียชีวิต 27 ล้านบาท และผู้ได้รับบาดเจ็บ 10 ล้านบาท
 
นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา ได้เปิดเผยถึงยอดเงินรับบริจาคที่ได้รับจากทุกภาคส่วนของสังคมเป็นยอดเงินเกือบ 90 ล้านบาท ที่ประชุมมีมติให้ปิดการรับบริจาคแล้ว และให้นำเงินทั้งหมดนำไปเยียวยามอบให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตผู้พิการถาวร และผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์​
 


วันที่ 19 ก.พ. 63 พล.อ.ประยุทธ์ ​จันทร์​โอชา​ นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปยัง จ.นครราชสีมา​ พร้อมด้วยรัฐมนตรีกระทรวงทางสังคม เพื่อเป็นประธานมอบเงินแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตผู้พิการและผู้บาดเจ็บ ที่หอประชุมเปรม ติณสูลานนท์
……………………...
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 208