อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 8 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 8 เมษายน 2563

การค้นหาศักยภาพรายบุคคลรู้ผลในครึ่งชม.

ปัจจุบันการพัฒนาศักยภาพบุคคลในองค์กร โดยการสแกนนิ้วมือ และใช้ระบบ Cloud Computingรู้ผลการวิเคราะห์ได้ทันที เป็นวิธีการที่ทันสมัยมาก ๆ จันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 10.00 น.


ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับคุณสุริยพงศ์ ทับทิมแท้ หรือ “คุณอาร์ต”

ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาศักยภาพบุคคลในองค์กร อีกบทบาทหนึ่งคือ คุณอาร์ตเป็นคุณพ่อลูกหนึ่งที่สนใจเรื่องการอบรมเลี้ยงดูบุตรให้มีพัฒนาการตามวัย ประเด็นแรกที่คุณอาร์ตคุยกับผมคือ ถ้าอยากทำให้องค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น ต้องพัฒนาตัวบุคลากร ไม่ว่าจะหาคนเก่งมาร่วมงาน หรือทำให้พนักงานที่มีอยู่เก่งขึ้น

คุณอาร์ตได้ให้สูตรการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพ (Performance) ของบุคลากรและองค์กร ทำได้โดยการจัดสัดส่วนให้เหมาะสมของ 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ศักยภาพ (Ability) แรงจูงใจ (Motivation) และโอกาส (Opportunity) ตามลำดับโดยแสดงเป็นสูตรให้ดูง่าย ๆ คือ

Performance = Ability x Motivation x Opportunity

องค์กรต้องค้นหาศักยภาพ (Ability) และแรงจูงใจ (Motivation) ในการทำงานของบุคลากรให้เจอก่อน แล้วจึงมอบโอกาส (Opportunity) ให้กับบุคคลนั้น ๆ ได้แสดงฝีมือ



การทดสอบเพื่อค้นหาศักยภาพและแรงจูงใจ ทำได้โดยการทดสอบที่หลากหลาย เพื่อใช้วางแผนเปิดรับตำแหน่งงานหรือจัดการจัดการอบรม จากที่เดิม ๆ จะให้ผู้สมัครหรือพนักงานเดิมทำแบบทดสอบด้านทัศนคติ การรับรู้ วิจารณญาณ และแนวโน้มที่มีต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ แล้วแบ่งบุคลิกออกมาเป็น 16 แบบ ซึ่งบางท่านอาจจะเคยทำมาบ้าง อย่างไรก็ตามมีหลายปัจจัยที่ทำให้แบบทดสอบได้ผลลัพธ์ออกมาไม่ตรงกับศักยภาพและบุคลิกของบุคคลนั้น ทำให้การวัดประสิทธิภาพลดลง ปัจจุบันมีการเก็บข้อมูลมหาศาลไว้ที่ฐานข้อมูลมีการทำสถิติและมีเครื่องมือที่ช่วยค้นหาศักยภาพได้รวดเร็วและให้ผลที่ค่อนข้างแม่นยำนั่นคือการวิเคราะห์ลายผิว

คุณอาร์ตได้นำศาสตร์การวิเคราะห์ลายผิวมาให้บริการในประเทศไทยชื่อว่า Life Indexแล้วได้เชิญผมและครอบครัวไปลองทดสอบการสแกนนิ้วเพื่อสอบถามความคิดเห็น เพราะวิธีนี้สามารถสร้างประสิทธิภาพให้กับตัวของเด็กได้เช่นกัน ครอบครัวจะได้รู้ว่าเด็กมีความสามารถทางด้านไหนสร้างแรงจูงใจให้เรียนรู้และประสบความสำเร็จได้อย่างไร รวมถึงมอบโอกาสให้ได้เรียนในสิ่งที่เด็กทำได้ดี เรียนในสถานที่ที่เหมาะสมไม่ต่างจากการเพิ่มประสิทธิภาพของพนักงาน

ภรรยาผมก็เกรงใจที่เก่าที่เราเคยไปสแกนมาก่อน อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าอย่างนี้ครับ ผมชอบกินอาหารญี่ปุ่น จะให้ผมกินร้านเดียวแล้วบอกว่าดีร้านเดียวไม่ได้ เพราะร้านอื่นก็อาจจะมีของอร่อยเหมือนกัน หน้าที่ผมควรไปลอง แล้วบอกว่ามีอะไรอร่อย ส่วนคนอ่านจะเป็นคนตัดสินใจเลือกร้านไหนก็ต้องแล้วแต่คนคนนั้นครับ



วันนั้นคุณอาร์ตนัดผมที่ร้านกาแฟ ผมก็แปลกใจว่าไม่ต้องไปที่บริษัทเขาเหรอ

คุณอาร์ตบอกว่า ได้ออกแบบโปรแกรมให้ไปบริการได้ทุกที่ครับ โดยทำงานผ่านระบบCloud Computing ครับ นั่นคือ ข้อมูลทั้งหมดจะถูกอัพโหลดขึ้น Cloudไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็ดึงข้อมูลมาใช้ได้ทันที

ผมเป็นคนเริ่มการสแกนลายนิ้วมือทั้ง 10 นิ้วและได้ทำทั้งครอบครัว 3 คนพ่อแม่ลูก ถ้าทำเป็นรายบุคคลแบบนี้มีแยกประเภทสำหรับเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่ เมื่อทำเสร็จ คุณอาร์ตบอกผมให้ออกไปรับประทานอาหารก่อนสักครึ่งชั่วโมง พอกลับมา

คุณอาร์ตบอกว่าทำรายงานแยกเป็นรายบุคคลรอไว้แล้วและได้ส่งเข้าอีเมลให้เก็บไว้ดูด้วย หลังจากนั้นก็อ่านผลวิเคราะห์ให้ฟังทีละคน ผมขอสรุปแบบรวบรัดเลยแล้วกันครับ ว่า Life Index เป็นอย่างไรบ้าง



1. ความแตกต่างที่ผมพบคือ ก่อนจะสแกนนิ้วมือ จะมีการใช้เครื่องมือวัดองศาบนฝ่ามือ3 จุด เพื่อหาค่า ATD หรือ ระดับค่าเรียนรู้แต่กำเนิดค่าตัวนี้จะเหมือนกับความเร็วต่อการเรียนรู้สิ่งใหม่ ความสามารถของประสาทสัมผัสทั้ง5 ของสมองและการทำงานของกล้ามเนื้อมัดเล็ก คนทั่วไปจะมีค่า ATD อยู่ระหว่าง 39ถึง 42 องศา ถ้าค่ามากกว่านี้ อาจจะทำให้การเคลื่อนไหวและเรียนรู้ช้าไปบ้าง ต้องฝึกให้เรียนรู้ทีละขั้นตอน อารมณ์ค่อนข้างนิ่งแต่ถ้ามีน้อยกว่าค่าเฉลี่ยก็จะเป็นคนที่เคลื่อนไหวว่องไว เรียนรู้ได้เร็ว แต่จะเบื่อเร็วเครียดและกังวลง่ายเช่นกัน

2. ค่า TRC (Total Ridge Count) หมายถึงศักยภาพการเรียนรู้ตามธรรมชาติของแต่ละบุคคล คนทั่วไปจะมีค่า TRCระหว่าง 90 และ 160 แต่ค่านี้ไม่ได้บอกว่าใครฉลาดกว่าใครนะครับ ไม่เกี่ยวกับ IQแต่เป็นกุญแจสำคัญในการเรียนรู้และปรับตัวตามสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ คนที่มี TRC มากกว่า 180จะมีการเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยมและมีความสามารถดูดซับความรู้และมีความจำระยะสั้นได้ดี สำหรับผู้ที่มีค่า TRC ต่ำกว่าเกณฑ์ ต้องการช่วยเหลือเรื่องการเรียนรู้และปรับสภาพแวดล้อมให้ซึมซับความรู้ได้ดีขึ้น

3. ผลที่แสดงออกมาทั้ง 10 นิ้ว เมื่อถอดรหัสเรียบร้อยแล้ว ผมว่าค่าไม่แตกต่างจากผมเคยไปสแกนมาก่อน (แน่นอนเพราะลายผิวของนิ้วมือเราไม่เปลี่ยนตลอดชีวิต) คุณอาร์ตบอกว่ามาจากฐานข้อมูลเดียวกัน แต่คนละสำนัก

4. การระบุบุคลิกภาพไม่มีการเทียบกับสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่บอกตรง ๆ ว่าคนที่มีลายผิวแบบนี้มีบุคลิกภาพอย่างไร จุดเด่นคือด้านไหน จุดด้อยคือด้านไหน การสร้างความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ฯลฯ

5. การตีความและการวิเคราะห์ข้อมูลด้านศักยภาพ โดยรวมมีความใกล้เคียงกันมากแต่ที่ผมชอบคือ ให้ข้อมูลเฉพาะกับลายผิวแบบพิเศษมีข้อมูลเจาะลึก อาทิ ลายก้นหอยที่เจ้าลูกชายมีค่อนข้างละเอียดมากครับ

6. บอกประเภทการเรียนรู้และการสื่อสารของแต่ละบุคคลว่า มีการใช้ประสาทสัมผัสด้านไหนที่เรียนรู้ได้ดีที่สุด เช่น ของผมจะรับรู้จากการมอง (ใช้ตา) แต่ถ้าของลูกชายจะรับรู้จากการฟัง (ใช้หู) รวมถึงพูดถึงการสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ ผมว่านำมาปรับใช้กับการเรียนของลูกได้ หรือปรับใช้ในการทำงานได้ครับ

7. ผลการวิเคราะห์มีให้เลือก 3 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ และจีน

8. ถ้าจะพูดถึงจุดเด่นจริง ๆ ก็คือ ความรวดเร็วในการได้ข้อมูลและการแสดงผลลัพธ์ และบริการที่นัดพบนอกสถานที่เพื่อสแกนลายผิวได้ทุกที่ครับ เข้ากับยุคสมัยของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการได้ข้อมูลที่รวดเร็วฉับไวครับ



ผมลองเลือกประเด็นมาสัก 7-8 หัวข้อที่ค่อนข้างเด่นชัดครับ

สำหรับใครที่สนใจที่จะค้นหาศักยภาพให้ตัวเองหรือสมาชิกในครอบครัว เพื่อที่จะพัฒนาสิ่งที่เป็นจุดเด่นให้ดียิ่งขึ้น (ไม่ต้องเสียเวลาไปกับด้านที่ยังทำได้ไม่ดี) หรือองค์กรต้องการคัดเลือกบุคคลเพื่อให้ตรงกับงาน

ผมว่าจะมีประโยชน์กับแผนก HRอย่างมากเลยครับ ในอนาคต เราคงต้องเปลี่ยนการเทียบความฉลาดของบุคคลจาก “คุณฉลาดแค่ไหน” มาเป็น “คุณฉลาดแบบใด” ครับ ถ้าสนใจการวิเคราะห์ลายผิว

ลองติดต่อ Life Index ได้ที่ line: @lifeindex หรือที่เบอร์ 094-259-6956 ครับ

------------------
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
https://facebook.com/cloudbookfanpage

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 201