อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 เมษายน 2563

สุดยอด"อสม.เมืองเลย" "ป้าแอ๊ด"หมอนวดจิตอาสา

“ป้าแอ๊ด”จากหมอนวดจิตอาสาสู่หมอพื้นบ้านแผนไทย อุทิศตัวเปิดรักษาข้อเข่าฟรีให้กับผู้ป่วยมา 20 กว่าปี ยึดถือคติ “การทำความดีไม่จำเป็นต้องให้ใครเห็น อยู่ที่ตัวเราต่างหากที่เห็นมัน” เสาร์ที่ 14 มีนาคม 2563 เวลา 10.00 น.


การทำความดีไม่จำเป็นต้องให้ใครเห็น แต่มันอยู่ที่ใจเราต่างหากที่เห็นมัน ประโยคดังกล่าวเป็นคติประจำใจของ นางไพจิตร เผ่าเพ็ง หรือป้าแอ๊ด อายุ 69 ปี ประธานอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านนาหนอง-ท่าแพ จ.เลย (อสม.) คืออาสาสมัครที่ได้รับการฝึกอบรมจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อให้สามารถทำการักษาพยาบาลได้อย่างง่าย ๆ เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และชุมชน โดยป้าแอ๊ดเป็นจิตอาสารับนวดฟรี รักษาข้อเข่าเสื่อมให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ ทำโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน-ทำเพราะหัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตอาสาจริง ๆ



ไพจิตร บอกว่า เข้าเป็น อสม.ปี 39 เดิมมีอาชีพรับจ้างทั่วไป หน้านาก็รับถอนกล้าดำนาเกี่ยวข้าว หลังฤดูเก็บเกี่ยวเสร็จก็มารับจ้าง กระทั่งอายุ 41 ปีสาธารณสุขจังหวัดเลย ให้ อสม.เข้าอบรมหลักสูตร แพทย์แผนไทยแพทย์ทางเลือก โดย รพ.เลย เป็นหน่วยงานดูแลอบรมหลักสูตรแพทย์แผนไทย แพทย์ทางเลือก และนวดแผนไทย เพื่อการรักษาดูแลตัวเอง บุคคลในครอบครัว และชุมชนก่อนถึงมือแพทย์ อสม.สมัยนั้นไม่ค่อยมีใครอยากไปอบรม เนื่องจากไม่มีค่าตอบแทน เพิ่งมีให้เดือนละ 600 บาท ปี53 มาเพิ่มเป็นเดือนละ 1,000 บาท ปี 61 ไม่รู้สึกดีใจเท่าไหร่เพราะเราทำงานมานานแล้ว ไม่ได้เห็นแก่เงิน รู้สึกภาคภูมิใจที่สามารถช่วยเหลือคนยากลำบากหรือคนเจ็บไข้ได้ป่วยมากกว่า



ป้าแอ๊ด บอกต่อว่า ช่วงแรกเปิดนวดฟรีให้กับชาวบ้านที่วัดท่าแพวัดใกล้บ้าน จะนวดช่วงวันพระส่วนใหญ่นวดให้กับผู้สูงอายุที่มาทำบุญ นอกจากนี้จะเป็นผู้ป่วยเจ็บปวดเล็ก ๆ น้อย ๆ และยังไปนวดนอกสถานที่กับ รพ.เลย ตอนออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ซึ่งเป็นหน้าที่ประจำอยู่แล้ว ทั้งนี้การนวดจริงจังเกิดขึ้นช่วงที่ ในหลวง ร.9 เสด็จสวรรคต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลฯให้กับพระองค์ท่าน โดยบอกต่อ ๆ กันให้คนเจ็บมานวดที่บ้านท่าแพซึ่งเป็นที่ตั้งศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชนบ้านนาหนอง-ท่าแพ และเป็นบ้านพักส่วนตัว ขึ้นป้ายว่านวดฟรีมีผู้มารับบริการมากมาย

หลังพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯเครือข่ายจิตอาสานวดแผนไทยเป็นที่รู้จัก จึงรวมตัวกันรับอาสานวดฟรีตามโรงทานที่ทางวัดในจังหวัดเลยร้องขอมา โดยทางวัดจะจัดเตรียมสถานที่-ที่นอน-เสื่อ พร้อมขึ้นป้ายบอกกับชาวบ้าน ไม่ว่าช่วงงานประจำปี งานฉลองอายุวัฒนะของเกจิอาจารย์ ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบที่เป็นที่เลื่อมใสสักการะ ผู้มาใช้บริการบางคนมอบเงินเป็นค่าตอบแทน แต่ทางเครือข่ายได้มอบให้ทางวัดทุกบาททุกสตางค์



ป้าจิตอาสา บอกอีกว่า ไม่เคยเรียกร้องค่าบริการกับลูกค้า ใครจะให้หรือไม่ให้ก็ได้ ถือว่าได้ทำบุญช่วยให้เขาไม่เจ็บป่วย หากเป็นผู้สูงอายุเดินทางมาที่บ้านไม่สะดวกก็จะขี่ จยย.ไปนวดให้ถึงที่บ้าน ทำแบบนี้มากว่า 20 ปีแล้ว ที่ผ่านมาอาจเป็นเพราะสิ่งที่ทำส่งผลให้ไม่มีโรคประจำตัวอะไรเลย ผิดกับเพื่อน ๆ หลายคน สิ่งที่ทำมันคือความสุขอย่างหนึ่ง สุขที่ได้ช่วย เลยตั้งมั่นว่าจะนวดฟรีช่วยเหลือชาวบ้านไปจนกว่าจะไม่สามารถทำได้



“นิภาพร อาจแก้ว” แพทย์แผนไทยปฏิบัติการ หัวหน้ากลุ่มงานการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลเลย บอกว่า ตั้งแต่มาทำงานที่ รพ.เลยปี 55 ได้สัมผัสกับป้าแอ๊ด แกเป็นที่รักของผู้ร่วมงาน และคนทั่วไป คนไข้ที่มานวดรักษาหลายครั้งแล้วไม่ดีขึ้นจะส่งไปให้ป้าแอ๊ดดูแล แกนำจิตวิทยามาใช้ให้กำลังใจผู้ป่วย ทำให้คนไข้พอใจไม่เครียดรักษาอาการหายหรือดีขึ้น ป้าฯทำงานที่ รพ.ฯตำแหน่งผู้ช่วยแพทย์แผนไทย ปฏิบัติงานจนเกษียณ แต่ด้วยความดีความชอบ และความสามารถเฉพาะในอาชีพ ทางรพ.ฯจึงพิจารณาต่อสัญญาจ้างจนถึงอายุ 65 ปี ปัจจุบันเกษียณแล้วแต่ยังช่วยงาน อสม. โดยเป็นประธาน อสม.ชุมชนบ้านนาหนอง-ท่าแพ เคยได้รับรางวัล ชนะเลิศ อสม.ดีเด่น สาขาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพของจังหวัดเลย และเป็นตัวแทนไปประกวดระดับเขตสุขภาพที่ 8 ผลงานด้านการใช้สมุนไพร ยาพอกเข่า บรรเทาอาการปวดเข่าในผู้สูงอายุข้อเข่าเสื่อม



“วัชรี แก้วสา” หัวหน้ากลุ่มงานแพทย์แผนไทยฯ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย บอกว่า ป้าแอ๊ดเป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่าของการแพทย์แผนไทย และแพทย์ทางเลือกของจังหวัดเลย ตามนโยบายให้ดูแลผู้สูงอายุในชุมชนที่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อม ป้าได้รับการอบรมจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย หลังจากนั้นก็นำวิชาความรู้ไปดำเนินการในชุมชน โดยมีการนำสมุนไพรที่มีอยู่ในพื้นบ้านมาผสมเป็นสูตรยาพอกเข่าผสมผสานกับการนวดแพทย์แผนไทย



นอกจากทุ่มเททำงานด้วยจิตอาสา-เสียสละ ให้แก่ชุมชนแล้วยังให้การดูแลคนในชุมชนอื่นๆด้วย โดยนำความรู้ภูมิปัญญาดั้งเดิมเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ให้พวกเขา ด้วยความทุ่มเทเสียสละจนได้รับรางวัล อสม.ดีเด่นระดับจังหวัด และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหมอพื้นบ้านจังหวัดฯ ซึ่งการที่จะได้รับการรับรองเป็นหมอพื้นบ้านจะต้องคนเป็นคนที่มีคุณธรรม-ไม่ทำเชิงธุรกิจ อุทิศตนเพื่อส่วนรวมช่วยเหลือสังคมมาไม่น้อยกว่า 10 ปี

มาถึงตรงนี้บอกได้คำเดียวว่าน่าภาคภูมิใจ และดีใจกับชาวเลยเป็นอย่างยิ่ง ที่มีคนดี ๆ ทำสิ่งดี ๆ ให้กับชาวบ้านในพื้นที่...อย่างที่ป้าแกพูดไว้ทำดีไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นเห็น ตัวเราเห็นก็พอแล้ว แต่วันนี้สิ่งที่ป้าทำเหยี่ยวขาวเห็น-สังคมเห็น...ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง.
.....................................
คอลัมน์ ”คนดีของสังคม”
โดย “เหยี่ยวขาว”
ข้อมูล-ภาพ “ดำรงค์ รักษ์จรรยาวงศ์” เดลินิวส์ออนไลน์ จ.เลย 

สนับสนุนคนดีของสังคมโดย :


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%