อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 29 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 29 กันยายน 2563

หรือไทยเป็น "ศูนย์กลางพุทธศาสนาโลก" แค่..สิ่งก่อสร้าง

สังเกตไหม !! ใกล้ ๆ เทศกาลวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา มักมีข่าวที่ไม่ดีเกิดขึ้นกับพุทธศาสนา สังเกตไหม !! เวลาเกิดข่าว ชาวพุทธไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์ นักวิชาการหรือแม้กระทั้งหน่วยงานที่รับผิดดูแลเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา..เงียบ พุธที่ 6 พฤษภาคม 2563 เวลา 11.00 น.


กรณีนักวิชาการพุทธศาสนามหายานชื่อ ดร. Jan Nattier ชาวอเมริกัน ปาฐกถา เกี่ยวกับภาษาบาลี โดยปาฐกถาว่า “พระพุทธเจ้าไม่ได้พูดภาษาบาลี” ในการเผยแผ่ธรรมะของพระองค์ แค่นี้ประเทศไทยที่อ้างตนเองว่าเป็น “ศูนย์กลางพุทธศาสนาโลก”  ความคิดเห็นไปคนละทิศคนละทาง

สถาบันการศึกษาของคณะสงฆ์ทั้ง 2 แห่ง มีนักเปรียญธรรม 9 ประโยค มีเดอะเตอร์ มีศาสตราจารย์ มีรองศาสตราจารย์ เต็มไปหมด..เงียบกริบ



สถาบันศึกษา พระไตรปิกฎ หลายแห่ง สถาบันค้นวิจัยด้านพุทธศาสตร์หลายสถาบันที่นำภาษีของประชาชนไปใช้จ่าย เพื่อวิจัยบ้าง เพื่อค้นคว้าศึกษาด้านนี้บ้างเกิดข้อถกเถียงแบบนี้..เงียบกริบ



เสียดาย..ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาโลก ได้แค่เพียงสิ่งก่อสร้างและจำนวนวัด
เสียดาย..ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาโลก ได้แค่มีเงินทุนในการบำรุงวัด

เรื่อง  พระพุทธเจ้าใช้ภาษาบาลี ภาษามคธี  หรือจะเป็นได้แค่เพียงภาษาปรากฤต ในการเผยแผ่ธรรม พวกผมในฐานะคนเรียนบาลีเข้าใจตรงกันว่า เป็นภาษา มคธีหรือมคธ อันนี้พอเข้าใจได้ ในฐานะยุคนั้นภาษามคธ เป็นภาษามีอิทธิพล



บางคนก็ว่าภาษาบาลีมีตั้งแต่สมัยพุทธกาล แล้ว อ้างว่า ภาษามคธีกับภาษาบาลี มีรากเหง้ามาจากที่เดียวกัน มีไวยากรณ์เหมือนกัน เพียงแต่ยุคสมัยพุทธกาล ไม่มีการจดบันทึก ทำนองว่า เป็น “ภาษาพูด” ในคราวสังคายนาครั้งที่สาม เมื่อมีการจัดบันทึก นั่นแหละ เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงนำหลักไวยากรณ์มาใช้นั่นแหละคำว่า “ปาลิหรือบาลี” ที่แปลว่าภาษามีแบบแผนถูกนำมาใช้ สรุปความคิดเห็นของคนกลุ่มนี้ก็คือ ภาษามคธีหรือมคธกับภาษาบาลี คือ กลุ่มเดียวกันหรือตัวเดียวกันนั่นแล

ส่วนนักวิชาการอีกกลุ่มอ้างว่า ภาษาบาลีถูกสร้างขึ้นใหม่​ เพื่อบันทึกเนื้อหาพระพุทธพจน์หลังพุทธศักราช 600 โดยไม่มีใครพูดสื่อสารกันมาก่อนเลย อันนี้ก็น่าคิดว่าอยู่ดี ๆ ภาษาที่ไม่มีคนนิยมใช้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร แล้วในการสังคายนาในหมู่คนสงฆ์จะคุยกันรู้เรื่องหรือไม่..

สำหรับผมในฐานะคนให้ความสำคัญกับอนาคตมากกว่าให้ความสำคัญกับอดีตจนเกินควร แม้จะมองว่าประเด็นนี้ ไร้สาระ แต่ก็น่าฉุกคิด น่าศึกษาและทำความเข้าใจกับสิ่งนี้ โดยเฉพาะ ความคิดเห็นไม่ตรงกันระหว่างนักวิชาการสายมหายานกับเถรวาท



เสียดาย..ผมไม่ใช่นักวิชการศาสนา
วันนี้เป็นวันวิสาขบูชา หากเหตุการณ์ปกติในการประชุมวิสาขบูชาโลก ประเด็นนี้ คงถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกับบนเวที แต่ปีนี้งดประชุมใหญ่เนื่องด้วยไวรัสโควิด

เนื่องในวันวิสาขบูชา ผมได้รับชวนให้ไปปลูกต้นไม้ ณ วัดมหาจุฬาลงกรณราชูทิศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า วันต้นไม้แห่งชาติ ตรงกับวันวิสาขบูชา (ขึ้น 15 ค่ำเดือน 6) ของทุกปี เป็นวันสำคัญของชาติที่ประชาชนทุกหมู่เหล่า จะได้ร่วมกันปลูกต้นไม้ไว้เป็นที่ระลึกและช่วยเพิ่มพูนทรัพยากรป่าไม้ อันเป็นการบำเพ็ญประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ



เหตุผลที่วันวิสาขบูชา เป็นวันต้นไม้แห่งชาติ ไม่มีอะไรมาก พระพุทธเจ้า ประสูติใต้ต้นไม้ ตรัสรู้ใต้ต้นไม้ และปรินิพพานหรือตายก็ใต้ต้นไม้..

บรรดาชาวพุทธที่รักศาสนามาก อยากปกป้องพุทธศาสนากันมาก..เมื่อรัฐบาลให้ความสำคัญ ให้วันวิสาขบูชา เป็นวันต้นไม้แห่งชาติ..ก็อย่าลืมไปปลูกต้นไม้กันบ้าง รักษาสิ่งแวดล้อมกันบ้าง..อย่าลืมว่าตอนนี้โลกกำลังเอาคืนมนุษย์ เพราะเราไปทำลายสิ่งแวดล้อมกันมากมายหรือเกิน..
.................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    9%
  • ไม่เห็นด้วย
    91%

บอกต่อ : 312