อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 29 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 29 กันยายน 2563

จับผู้ต้องหาคดีข่มขืนกับความจริงของสังคม

ผู้ต้องหาปฏิเสธอย่างสุภาพ สารวัตรสืบสวนมองหน้า อะไรคือสิ่งที่ทำให้ผู้ต้องหายืนกรานปฏิเสธว่าไมได้ทำ พุธที่ 20 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.00 น.

 
สารวัตรสืบสวนเรียกทีมงานคุยกัน พวกเขาได้เบาะแสมาพอสมควรแล้ว จากนี้จึงนำไปสู่การไล่ล่าจับกุม เหตุของเรื่องเริ่มจากมีหญิงสาวอยู่ในวัยมหาวิทยาลัยเข้าแจ้งความตอนค่ำของโรงพัก ว่าถูกข่มขืนโดยผู้อ้างตัวว่าเป็นโมเดลลิ่งจัดหางานแสดงให้ได้
 
เธอคือหญิงสาวหน้าตาดี ได้รับการติดต่อจากชายหนุ่มคนหนึ่งมอบนามบัตรแล้วบอกว่า ไปโมเดลลิ่งจัดหานักแสดงได้ เขาพูดจาท่าทางน่าเชื่อถือ พร้อมนัดให้ไปถ่ายคลิปเพื่อส่งให้เอเจนซี่หานักแสดงดูต่อไป
 
การพูดจาที่น่าเชื่อถือ ทำให้หญิงสาวหลงเชื่อ แต่พอไปถึงห้องที่ถ่ายทำ กลับไม่พบใครอื่น เขาให้เธอถ่ายภาพแสดงเป็นนางแบบ และให้เล่นบทเซ็กซี่ หญิงสาวสงสัย แต่จากนั้นความเคราะห์ร้ายก็เกิดขึ้น


 
ชายหนุ่มเข้าบุกรวบจู่โจมเธอและลงมือข่มขืน พร้อมถ่ายคลิปประกอบเพื่อย้ำไม่ให้เธอไปแจ้งความ เขาใช้กำลังกายขู่เข็ญ แล้วข่มขู่ด้วยจิตใจ
หญิงสาวบอบช้ำ โลกที่เธอมองว่างดงาม บัดนี้พังทลาย แม้จะกลัวว่าจะถูกแฉภาพ แต่เธอก็ตัดสินใจไม่ยอมปิดปากเงียบ เข้าแจ้งความกับตำรวจ
 
สารวัตรสืบสวนฟังเรื่องนี้อย่างเงียบ ๆ สอบถามว่าจุดที่เขาพบเธออยู่ที่ไหน ตรงใดของมหาวิทยาลัย เมื่อได้ข้อมูลเพียงพอ เขาก็เริ่มออกสืบสวน เธอไม่น่าจะใช่เหยื่อรายแรกของอาชญากรรายนี้
 
เขาสอบถามเธอ แล้วไปตรวจสอบคลุกคลีในมหาวิทยาลัย ก่อนจะพบว่าชายรายนี้ก่อเหตุมาแล้วหลายราย เหยื่อบางคนถูกข่มขืน แต่ไม่ยอมแจ้งความเพราะความกลัวว่าจะถูกปล่อยคลิปในโลกออนไลน์
 
แต่สาเหตุอีกประการ คือพวกเธอกลัวถูกข่มขืนซ้ำจากระบบ สภาพสังคมไทย ที่จะเหยียดด่าว่าพวกเธออย่างหนักหน่วง ทำให้เหยื่อจากการข่มขืนหลายคน กลัวกับโครงสร้างกดขี่จึงยอมปิดปากเงียบ หวังให้ความเลวร้ายหายไป หากไม่หายก็ให้มันอยู่ในห้วงลึกที่สุดของความทรงจำ
 
อย่างไรก็ดีหญิงสาวที่กล้าแจ้งความ คือผู้น่ายกย่อง แม้สภาพจิตใจจะบอบช้ำกับความเลวร้ายนี่ แต่เธอก็ยืนยันว่าความยุติธรรมภายใต้กฎหมายควรได้เข้ามาช่วยเหลือ “ถ้าทำไม่ได้ หนูเคยคิดว่าจะฆ่ามันทันทีที่เจอ” สารวัตรสืบสวนถอนใจที่เธอไม่ได้ทำแบบนั้น 
 
เมื่อรวบรวมข้อมูลได้ จึงนำไปสู่การรวบรวมหลักฐาน พนักงานสอบสวนออกหมายจับคนร้าย หลังตรวจสอบชื่อสกุลได้เรียบร้อยแล้ว แต่ที่อยู่ภูมิลำเนากับสถานที่พักในปัจจุบันไม่ตรง ก็เหมือนคนในกรุงเทพพระมหานครและตามเมืองใหญ่หลายคน ซึ่งที่อยู่ปัจจุบันกับที่อยู่ตามบัตรประชาชนไม่ใกล้เคียงกันแม้แต่นิด



สิ่งที่ยากสุด ไม่ใช่การรวบรวมหลักฐานหาคนร้าย แต่คือการตามตัวคนร้ายให้มารับโทษตามกฎหมายมากกว่า เขาเชื่อว่าชายหนุ่มคนนี้จะต้องก่อเหตุอีก มันย่ามใจ ยังไงก็ต้องกลับไปที่เดิม

ดาบตำรวจผู้มีความสามารถทางการสอบสวนสืบสวน ถูกส่งไปอยู่ในจุดที่มีการพบเจอคนร้ายเข้าประชิดคุยกับเหยื่อ การรอคอยเป็นสิ่งที่ทรมาน แต่นั่นเป็นเรื่องจริงของการทำงานจับคนร้าย ซึ่งภาพยนตร์และนิยายสืบสวนพยายามจะไม่กล่าวถึง
 
แต่มันคือความจริงที่ปฏิเสธได้ยาก การรอคอยกินเวลาถึง 1 อาทิตย์ แต่ไม่มีใครท้อ มันเหมือนการตกปลา ทุกอย่างต้องดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อรอคอยเวลาเหมาะสม 

วันหนึ่ง..ในที่สุด คนร้ายก็โผล่ออกมา ในวันที่อากาศดี ดาบตำรวจยกมือถือแจ้งชุดสืบสวน ไม่นานตำรวจก็แห่มากันเต็ม บุกเข้าประชิด ชูหมายจับระหว่างพูด ตำรวจสืบสวนชั้นประทวนร่างกายแข็งแรงก็กดผู้ต้องหาให้นอนกองกับพื้น เอากุญแจมือสับเข้าที่ข้อมือ ค้นตามตัวเพื่อหาดูอาวุธ เมื่อไม่พบจึงให้นั่งแล้วแจ้งข้อกล่าวหา นำขึ้นรถไปสอบสวนที่ห้องสืบสวนโดยดาบตำรวจที่รอคอยผู้ต้องหามายาวนาน

ผู้ต้องหาไม่รับสารภาพ แม้จะล้วงลวงสอบอย่างไร ก็ยืนกรานว่าไม่ได้ทำ ในยุคสมัยที่ตำรวจยังพาตัวผู้ต้องหาไปแถลงข่าวอยู่ ชายร่างใหญ่คนนี้ถูกใส่กุญแจมือ พาเดินออกจากห้องสืบสวนขึ้นไปที่ห้องประชุมโรงพักชั้น 2 เพื่อให้สื่อมวลชนสอบถามอีก แต่เขาก็ยังยืนกรานว่าไม่ได้ทำ ไม่ขอให้การในชั้นสอบสวนใด ๆ ทั้งสิ้น

เป็นอันว่าตำรวจไม่สามารถเอาคำรับสารภาพมาได้ แต่จากหลักฐานทั้งหมด ก็เพียงพอต่อการดำเนินคดีตามกฎหมายให้ศาลยุติธรรมตัดสินตามข้อเท็จจริงได้แล้ว



การคุมตัวผู้ต้องหามีอายุ 48 ชั่วโมง ในที่สุดก็ได้ฤกษ์พาตัวผู้ต้องหาไปยังศาล ระหว่างที่จะเดินทางไป สารวัตรสืบสวน เข้าไปนั่งใกล้ ๆ ผู้ต้องหา สอบถามว่าขาดเหลืออะไรไหม

ผู้ต้องหาปฏิเสธอย่างสุภาพ สารวัตรสืบสวนมองหน้า เขาครุ่นคิดมาหลายวัน อะไรคือสิ่งที่ทำให้ผู้ต้องหายืนกรานปฏิเสธว่าไมได้ทำ ศัพท์นักข่าวอาชญากรรมเรียกว่าการภาคเสธ คือมีอาชีพโมเดลลิ่งหานักแสดงจริง เคยจัดถ่ายจริง แต่ไม่เคยข่มขืน เขาบอกว่ามีบางกรณีเป็นการสมยอมมีเพศสัมพันธ์กันเอง แต่ไม่บังคับใครเด็ดขาด

“หนุ่ม..” สารวัตรสืบพูดออกมา “ที่ไม่ยอมรับสารภาพ” เขาประเมินทุกอย่างในสมองแล้วจึงตัดสินใจถามไปตรง ๆ “เพราะเอ็งมั่นใจว่าจะได้ยกฟ้องใช่ไหม ถึงไม่ยอมรับสารภาพ คุยกันตรง ๆ พี่ไม่มีสำนวนในมือ เอ็งเซ็นว่าปฏิเสธข้อหาไปแล้วด้วย

ผู้ต้องหาสบตานักสืบ  ใช้ความนิ่งเงียบอยู่นาน จึงเปิดปากพูดว่า “ใช่ครับ ผมเคยถูกยกฟ้องมาแล้ว” สารวัตรสืบสวนพยักหน้า แล้วเดินจากไป หวังให้สำนวนของร้อยเวรที่โรงพักแห่งนี้แน่นหนา จนคำปฏิเสธของผู้ต้องหาก็ไม่อาจหลุดพ้นบ่วงกรรมแห่งคดีได้ และให้ศาลยุติธรรมตัดสินให้มันอยู่ในโลกที่มีกรงขังสูง หมดสิ้นอิสรภาพ ไม่ให้ออกไปก่อกรรมทำเข็ญกับใครอีก

“เพราะโครงสร้างของประเทศเรา มันทำให้ผมมีโอกาสรอดได้” ผู้ต้องหาบอกสารวัตรสืบสวน ที่กำหมัดแน่นแล้วมองมันเดินขึ้นรถขนผู้ต้องหาไปศาล มันพูดถูก...สารวัตรสืบสวนคิด แต่ะจะทำอะไรได้เล่า ข้าก็ทำได้แค่นี้...
................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 275