อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 26 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 26 กันยายน 2563

หลีกเลี่ยงชะตาไม่ได้ก็ต้องกัดฟันสู้ 'แม่ป่วย-ลูกพิการ'ใช้หัวใจ-ดูแลกัน

ชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม่ชราป่วยโรคหัวใจกล้ามเนื้ออ่อนแรง กัดฟันสู้ดูแล "ลูกชายพิการ" เหลือเงินใช้ประทังทั้งเดือนเพียง 200 บาท ผู้เป็นแม่ได้แต่ภาวนา "ขอให้ตัวเองจากโลกนี้หลังลูกชาย" อาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2563 เวลา 08.00 น.


"ลูกเอ๋ย...หมั่นสร้างบารมีไว้แล้วฟ้าดินจะช่วยเจ้าเอง จงจำไว้นะเมื่อยังไม่ถึงเวลา เทพเจ้าองค์ใดก็ช่วยเจ้าไม่ได้ ครั้นถึงเวลาเมื่อฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่ จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดินเมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลย จะมีใครที่ไหนมาช่วยเจ้า" ปรัชญาชีวิตจาก สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังษี

ที่ห้องแถวเลขที่ 18 ถนนสวนป่าสิริกิตต์ ข้างป่าชุมชนสองพี่น้อง ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยอง มีสองแม่ลูกอยู่คู่หนึ่งที่ชีวิตสุดรันทด จะด้วยชะตากรรมหรือเหตุผลกลใดก็ตาม มันทำให้ทั้งคู่ต้องสู้ชะตาต่อไป แม้มันจะยากเย็นแสนเข็นแค่ไหนก็ตาม



ผู้เป็นแม่คือ นางบรรจง เอี่ยมสำอางค์ อายุ 69 ปี ซึ่งหากจะเรียกว่า “คุณย่าคุณยาย” ก็คงไม่เกินเลยไปนัก เธอเป็นผู้ป่วยโรคหัวใจกล้ามเนื้ออ่อนแรง มิหนำซ้ำขาและแขนยังเป็นแผลพุพองจากน้ำร้อนๆที่ลวกใส่อีก ทำให้ต้องเอาผ้าพันแผลไว้ตลอดเวลา

ส่วนตัวลูกชายนั้นคือ นายออย เอี่ยมสำอางค์ อายุ 52 ปี ที่คนทั่วไปมักจะเรียกคนอายุขนาดนี้ว่า “หนุมใหญ่” เขามีความพิการที่ขาขวา และกำลังง่วนอยู่กับการถือไม้กวาดทำความสะอาดถนน โดยมีรถสามล้อสำหรับคนพิการอยู่ข้างกาย





สองแม่ลูกคู่นี้มีความผู้อาภัพในโชคชะตา อาศัยอยุ่ห้องเช่านี้มานานแล้ว ได้เงินจากผู้สูงอายุ 600 บาท เงินเบี้ยยังชีพคนพิการ 800 รวมๆแล้วก็ 1,400 บาท ต่อเดือนในการประทังชีวิต ทั้งค่าเช่าห้อง ค่าไฟ ค่าน้ำ หมดไปก็ 1,200 บาท เพราะฉะนั้นจึงเหลือแค่ 200 บาท สำหรับใช้จ่ายทั้งเดือน ยังดีอยู่นิดนึงที่มักจะมีชาวบ้านใจกุศลนำข้าวสวยกับแกงถุงมาให้กินเพื่ออิ่มท้องบ้าง





นางบรรจง หลับตานึกถึงชีวิตจนน้ำตาคลอเบ้าแล้วเล่าว่า ป้าป่วยเป็นโรคหัวใจกล้ามเนื้ออ่อนแรง และยังเป็นแผลพุพองที่ขาขวาและแขนแบบเรื้อรังด้วย ซึ่งมันเกิดจากการต้มน้ำร้อนแล้วยกมาต้มยาให้กับลูกชาย แต่ดันเกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงจนน้ำร้อนในมือราดใส่ มันปวดแสบปวดร้อนถึงขั้นต้องร้องไห้ออกมา ก่อนที่เพื่อนบ้านจะช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล

“ญาติพี่น้องของป้าอยู่ไกลกันมาก พวกเขาก็มีภาระกันทั้งนั้น ป้าไม่กล้าไปรบกวนหรอก เราต้องทนอยู่แบบนี้ให้ได้เพื่อดูแลลูกชายพิการที่ไม่สามารถทำงานหนักได้ เพราะเขาจะเกิดอาการเป็นลมชักทุกวัน ได้แต่ภาวนาว่าขอให้ป้าตายหลังลูกเถอะ อย่าตายไปก่อนเขาเลย ไม่อย่างไรเขาจะอยู่ต่อไปยังไง ถึงมันจะลำบากลำบนก็ต้องสู้และต้องทน แม้แต่พัดลมสักตัวก็ยังไม่มี ถ้าคืนไหนอาการร้อนอบอ้าวมากๆก็ต้องพากันออกมานั่งตากลมด้านนอกแทน สงสารเขาหากไม่มีเราเขาจะทำอย่างไร มีแค่หัวใจเท่านั้นที่ใช้สู้เพื่อดูแลกัน”



ด้าน นายออย ก็พ้อชีวิตเวทนาให้ฟังว่า เมื่อ 27 ปีก่อน ทำงานเป็นหัวหน้าคนสวนในโรงแรมแห่งหนึ่ง แต่มาประสบอุบัติเหตุถูกรถชนจนถึงกับต้องตัดขาซ้ายทิ้ง เพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ แต่ก็ยังมีอาการลมชักเป็นประจำมาซ้ำเติมอีก ถ้าไม่ได้กินยาทุกวันจะเกิดลมชักทุกครั้ง แต่ตนก็ใจสู้นะอยากช่วยเหลือสังคมบ้าง จึงตัดสินใจกวาดถนนทางเข้าบ้านทุกวันเป้นระยะทาง 300 เมตร



“ผมกวาดถนนหน้าทางเข้าบ้านมานานแล้ว เพื่อเป็นการตอบแทนให้ผุ้ใจบุญที่เอาอาหารมาให้ประทังชีพ อย่างน้อยพวกเขาจะได้เดินทางสะดวกขึ้น ไม่มีฝุ่นหรือขยะขวางหูขวางตา บางครั้งเคยเกิดลมชักจนตกจากรถสามล้อคนพิการเลย ผมไม่ห่วงเรื่องของตัวเองหรอก ห่วงก็แต่แม่ที่ชราภาพขึ้นทุกวันและยังป่วยหนักอีก ที่สำคัญต้องมาคอยดูแลผมด้วย ผมกับแม่มีแค่หัวใจและความรักที่ใช้ดูแลกัน ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากมีชีวิตอย่างนี้ ไม่อยากเป็นภาระแม่แลคนอื่น แต่ผมไม่คิดสั้นเด็ดขาดเพราะเชื่อว่าแม่จะต้องเสียใจที่สุดในชีวิตแน่



คำยืนยันอีกปากมาจาก พ่อค้าขายข้าวแกงที่ชื่อ นายนิมิตร มากศิริ ที่ขายอยู่หน้าปากซอย เนื่องจากเจ้าตัวมักนำข้างแกงรวมทั้งน้ำดื่มมาส่งให้ โดยบอกว่า เห็นใจในชะตากรรมของแม่ลูกคู่นี้ พวกเขาไม่มีหนทางไหนจะหารายได้ๆเลย ตนก็มีชีวิตแบบหาเช้ากินค่ำเก็บหอมรอมริบเอา ทำได้แค่นำข้าวแกงมาฝากทุกวัน ถือว่าช่วยเหลือได้แค่ตามอัตภาพ ไม่งั้นคงอดตายแน่ทั้งสองแม่ลูก อยากวิงวอนให้ผู้มีจิตกุศลช่วยเหลือพวกเขาด้วยเถอะ ไม่ต้องเอาเป็นเงินก็ได้ เอาแค่ข้าวสารอาหารแห้งหรือไม่เครื่องอุปโภคบริโภคก็พอแล้ว.
................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิต
โดย     : คุณสลีป
เรื่องและภาพโดย : มาโนช สนองสุข ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ จ.ระยอง

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 273