อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 กันยายน 2563

'ลุงขีด'เด็กวัดอาวุโสคนน่าเวทนา ขอจิตกุศลซ่อมเพิงพัก-มอบอาหาร

ชะตากรรมของ"ลุงขีด"ผู้ที่ถูกเรียกว่า"เด็กวัดอาวุโส"ต้องใช้ชีวิตลำพัง ต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ ภายในเพิงพักใกล้พัง หวังเพียงคนใจบุญเมตตาช่วยมาซ่อมแซมและมอบอาหารประทังชีวิตให้ อาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2563 เวลา 08.00 น.


“ถ้ามองแต่ความผิดของคนอื่นเธอจะมีแต่ความเกลียด ถ้ามองแต่ความดีของคนอื่นเธอจะมีแต่ความรัก” ปรัชญาชีวิตจาก “ภาษิตตะวันตก”

ที่หมู่ 1 ต.ห้วยซัน อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี มีชายชราชีวิตน่าเห็นใจพักอาศัยอยู่เพียงลำพัง ด้วยชีวิตที่เหงาว้าเหว่เพียงแค่ทำให้มันผ่านพ้นไปได้ทีละวันๆ



เขาชื่อ นายขีด ศรีรักษ์ วัย 60 ปี ความยากจนมันคงไม่ทรมานมากเท่าใด เมื่อเทียบเท่ากับโรคภัยไข้เจ็บหรือโรคประจำตัวที่ถามหาอยู่ทุกวัน ทำให้สภาพร่างกายผอมแห้งแทบติดกระดูก ใส่เสื้อผ้าขาดวิ่น แม้แต่รองเท้าแตะยังไม่ใช่อันเดียวกันเลย

บ้านของ “ลุงขีด” หรือจะเรียกว่าเป็นเพิงก็ได้นั้น มีลักษณะเป็นเพิงสังกะสี ปิดล้อมด้านข้างด้วยสังกะสีเก่าๆผุๆพังๆ ตั้งอยู่ริมคลองส่งน้ำชลประทาน เพราะพื้นที่ดังกล่าวนี้เป็นของกรมชลประทาน ขณะที่ด้านบนก็ใช้สังกะสีกับป้ายไวนิลเก่าๆเป็นหลังคาวางสุมมุงเอาไว้ สำหรับป้องกันแสงแดดและสายฝนโปรยปราย



ขณะเดียวกันในส่วนของภายใน มีเพียงที่นอนเก่าๆขาดๆ รวมทั้งมุ้งอีกหนึ่งหลังเอาไว้แค่ซุกหัวนอนในแต่ละคืน ไม่มีอุปกรณ์ทำครัว ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา พื้นบ้านก็เป็นดิน ช่วงกลางวันแสงแดดแผดเผา ภายในเพิงจะร้อนตับแล่บ ถึงขนาดที่ “ลุงขีด” ต้องหนีร้อนไปหาที่พักใต้ต้นมะม่วงใกล้ๆแทน พอตกเย็นแดดร่มลมตกถึงจะกลับเข้าเพิงได้



ลุงขีด เล่าว่า ชีวิตช่วงวัยรุ่นไม่เคยมีครอบครัว หลังจากพ่อแม่เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อนก็ต้องอยู่คนเดียว เคยมีพี่น้องอีก 2 คน แต่ก็แยกย้ายกันไปทำงานที่โน่นที่นั่นหมดแล้ว ไม่ได้ติดต่อกัน ตนจึงอาศัยอยู่เพียงลำพัง อาศัยรับจ้างทั่วไปในหมู่บ้าน ใครใช้ให้ทำอะไรก็ทำ ขอเศษเงินมาเป็นค่าจ้างก็พอ หรือถ้าไม่ได้เงินขอแค่อาหารก็ยังดี



“ทุกๆวันลุงก็จะไปช่วยพระสงฆ์ที่วัดทำงาน แลกกับอาหารที่นำมากิน แต่ตอนนี้ป่วยมีโรคประจำตัวหลายอย่างทำให้ทำงานหนักไม่ไหว ไม่มีเรี่ยวแรง เลยทำได้แค่ช่วยพระสงฆ์ที่วัดเข็นรถบิณฑบาตในยามเช้าอย่างเดียว

บางคนเรียกเด็กวัดอาวุโส บางคนเรียกเด็กวัดชราภาพ เพราะลุงเหมือนเป็นเด็กวัดที่แก่ชราแล้ว ส่วนเงินด้านอื่นๆนั้นก็ได้จากองค์การบริหารส่วนตำบลเดือนละ 500 บาท ทรัพย์สมบัติอะไรก็ไม่มี มีแต่จักรยานเก่าๆ เป็นพาหนะคู่กายเท่านั้นแหละ อยากให้ผู้ใจบุญช่วยมาซ่อมแซมเพิงพักให้ดีกว่านี้ หรืออย่างน้อยขอข้าวสารอาหารแห้งมาประทังต่อชีวิตก็ยังดี ถือเสียว่าทำบุญกับคนแก่ก็แล้วกัน”

***********************************
คอลัมน์     :     นิยายชีวิต
โดย         :      คุณสลีป
เรื่องและภาพโดย   :    อำนาจ สุขเย็น ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ จ.สิงห์บุรี


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%