อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563

"วัคซีนโควิด-19"ความหวังในการต่อสู้โรคร้าย

สัปดาห์นี้ขอพาไปพูดคุยเรื่อง "วัคซีนโควิด-19" ที่ทดลองในลิง พร้อมเผยผลทดสอบเข็มแรกน่าพอใจ เจ้าจ๋อมีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น! เสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2563 เวลา 14.00 น.

 
ยังคงต้องเฝ้าติดตามอยู่เป็นระยะ สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ "โควิด-19" ที่ล่าสุดทางด้านล่าสุดทางด้านศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงพบผู้ติดเชื้อยืนยันรายใหม่  4 ราย ซึ่งเป็นผู้ที่กลับจากต่างประเทศทั้งหมด ทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อยืนยันสะสม  3,128 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ทำให้ "ไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศไทย 18 วัน" แล้ว 
 
รวมถึงมีการผ่อนปรนมาตรการต่างๆ การยกเลิกการประกาศช่วงเวลาเคอร์ฟิว 23.00-03.00 น. แต่ก็ยังคงมีการบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมไปถึงมาตรการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันการติดเชื้อ แต่ก็ยังคงมั่นใจไม่ได้ว่า "โควิด-19" จะเกิดการติดเชื้อขึ้นมาใหม่เมื่อไหร่? ฉะนั้นความหวังในการหยุดยั้งโรคร้ายในครั้งนี้ ย่อมอยู่ที่ "การผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19" ที่ล่าสุด คนไทยเราก็มีการคิดค้นในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน โดยเริ่มการทดสอบใน "ลิง" เป็นที่เรียบร้อย

 
โดย ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผู้อำนวยการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สภากาชาดไทย ได้กล่าวถึงความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ว่า เราได้พัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิด mRNA ตอนนี้มีหลายทีมนักวิจัยชาวไทยให้ความร่วมมือในการคิดค้นวัคซีนที่จะมาป้องกันโควิด-19 ทั้งจากจุฬาฯเอง ก็ยังมีจากม.มหิดล และภาคเอกชนเข้าร่วมด้วย 
 
โดยในจุฬาฯเอง ก่อนหน้านี้ได้มีการทดลองในหนูก็เป็นที่สำเร็จไปแล้วเรียบร้อย ตอนนี้ได้ทดลองฉีดให้กับลิง ทดลองไปแล้วตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยหลังจากฉีดไปแล้ว มีลิงจำนวน 4 จาก 5 ตัวมีภูมิคุ้มกันเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผลการทดสอบเข็มแรก "ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ" แต่ก็ต้องรอผลอย่างป็นทางการอีกครั้ง 

 
สำหรับการคิดค้น "วัคซีนโควิด-19" ในครั้งนี้มี 3 เทคโนโลยีด้วยกัน คือ DNA ,mRNA และโปรตีนที่ทำจากใบยาสูบ ผลที่ได้ก็ออกมาดีทั้ง 3 เทคโนโลยี ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ "ทดสอบในหนู" พบว่ามีภูมิต้านทานถึงขนาดสามารถยับยั้งเชื้อในหลอดทดลองได้ หลังจากนั้นจึงจะเป็น "ลิง" ซึ่งเป้าหมายคือการฉีด 2 เข็ม ผลต้องได้ภูมิต้านทานหนึ่งต่อร้อยในหลอดทดลอง เพราะเชื้อว่าหากมีการยับยั้งเชื้อได้ ก็จะป้องกันไม่ให้ลิงติดเชื้อได้ 
 
หลังจากที่มีการฉีดเข็มที่สอง ที่คาดว่าจะฉีดในวันที่ 20 มิ.ย.นี้ โดยจะมีการเจาะเลือดดูทุกระยะของการทดสอบวัคซีนต้นแบบ เพื่อตรวจสอบว่าลิงมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไม่ หลังจากนั้นรอผลประมาณ 2 สัปดาห์ หากผลการทอดลองในลิงเป็นที่น่าพอใจ ลิงต้องมีภูิมคุ้มกันเกินหนึ่งร้อยทุกตัว ขั้นต่อไปก็คือการทดลองในมนุษย์ จากอาสาสมัคร โดยถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ผลต่างๆออกมาเป็นที่น่าพอใจ ก็คาดว่าจะสามารถผลิตวัคซีนออกมาได้ภายในระยะเวลา 12-18 เดือนต่อจากนี้ 

 
ส่วนเหตุผลของการเลือกใช้เทคโนโลยี "mRNA" นั้น ต้องบอกก่อนว่า เทคโนโลยีของโลกมีอยู่ 7-8 วิธีด้วยกัน ซึ่งจากเทคโนโลยีดั้งเดิม อย่างการนำเชื้อมาทำให้อ่อนกำลังลงนั้น สำหรับบางโรคที่ถึงแก่ชีวิตก็ไม่ควรนำมาใช้ เพราะได้ผลไม่คุ้มค่า หรือเทคโนโลยีเอาเชื้อมาเลี้ยงแล้วฆ่าให้ตาย อย่างในประเทศจีน

ผลก็ยังน่าสนใจ หรือการนำเชื้อมาสกัดเฉพาะชิ้นส่วนเล็กๆ แต่จากเทคโนโลยีใหม่ในตอนนี้ คือ DNA ,mRNA หรือโปรตีนนั้นไม่ต้องมีการเพาะเชื้อ แต่เป็นการนำสายพันธุกรรม "โควิด-19" มาดูว่ามีการจัดเรียงแบบใด แล้วเลือกเฉพาะบางชิ้นส่วนมาสังเคราะห์ แล้วจึงนำวัคซีนที่ได้ไปฉีดในคน เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันเชื้อนี้ในที่สุด 
 
"ตอนนี้เทคโนโลยีดังกล่าวที่ทางศูนย์วิจัยวัคซีนจุฬาฯ ที่ร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา ถือว่าเป็นที่เทคโนโลยีที่ใหม่ที่สุดของโลก หากนำมาใช้กับการผลิตวัคซีนโควิด-19 แล้วได้ผลจริง ก็จะเป็นวัคซีนจากเทคโนโลยีดังกล่าวครั้งแรกที่ได้รับการรับรองจากองค์การยาของโลก ต่อไปในอนาคตก็จะมีการผลิตวัคซีนได้รวดมากกว่าในอดีตอีกด้วย ก็ต้องรอลุ้นผลต่อจากนี้กันต่อไป"..
 


............................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “พรรณรวี พิศาภาคย์”


 



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 217