อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563

ความฝันสุดท้ายคือบ้านที่เป็นบ้าน บั้นปลายของคนสู้ชีวิต'ลุงตี๋เคี๊ยะ'

ความหวังและความฝันของผมคือมีหลังคาบ้านที่เป็นหลังคาบ้านจริงๆ ไม่ใช่ซากปรักหักพัง เสียงวิงวอนจาก "ลุงตี๋เคี๊ยะ" ชายชราวัย 65 สู้ชีวิตลำพัง ขอเพียงให้อยู่รอดไปวันต่อวัน อาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2563 เวลา 08.00 น.


ปรัชญาชีวิตเคยบอกเอาไว้ว่า.. “การเตรียมการเพื่อวันพรุ่ง ก็คือการมุ่งให้วันนี้ถูกต้อง อย่าไปห่วงใยถึงวันพรุ่งนี้ พรุ่งนี้จะดูแลตัวของมันเอง เฉพาะวันนี้ท่านก็มีเรื่องจะต้องห่วงใยพออยู่แล้ว”

ภายในบ้านบ้านเลขที่ 150 หมู่ 2 บ้านหนองกระทุ่ม ต.บ่อสุพรรณ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นบ้านที่แทบจะไม่ใช่บ้าน อาจเพียงเรียกได้ว่าเป็นที่อาศัยซุกหัวนอนยังจะเหมาะสมกว่า เพราะมันมีสภาพทรุดโทรมผุพังตามกาลเวลา บ้านมีหลังคามุงแค่เพียงครึ่งหลัง ส่วนที่มีหลังคาก็มีรูรั่วมากมาย



พอฝนตกลงมาก็ไม่สามารถหลบฝนได้ ต้องใช้ถุงพลาสติก และนำป้ายไวนิลเก่าๆ มาขึงกั้นใต้หลังคาเหนือมุ้งที่กางอยู่ เพื่อรองรับน้ำฝนที่หยดลงมาตามรูรั่วของหลังคา เป็นการบรรเทาน้ำฝนที่ตกลงมาจากฟ้า ไม่ให้หยดลงมุ้งจนเปียกแฉะ อีกทั้งทางเข้าออกจากบ้านก็มีน้ำท่วมขังตลอดทั้งปี

ที่เอื้อนเอ่ยบอกเล่ามาทั้งหมดนี้ ใครจะรู้เล่าว่า มันเป็นที่พักอาศัยจริงๆของ นายทรงศักดิ์ จุรีมาศวินิจกุล คุณลุงตี๋เคี๊ยะ วัย 65 ปี ที่ต้องสู้ชีวิตวัยชราอย่างลำพังตามฐานะที่ยากจน





นายมนตรี คำใหญ่ อายุ 58 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.บ่อสุพรรณ ทำได้แค่คอยเข้ามาดูแลและให้กำลังใจลูกบ้านสู้ชีวิตคนนี้ เพื่อหวังว่าจะเป็นพลังให้ไม่ท้อแท้หรือสิ้นหวัง หาก “ลุงตี๋เคี๊ยะ” ยังมีลมหายใจ

“ลุงตี๋เคี๊ยะแกน่าเวทนาจริงๆ ในบ้านมีเพียงตู้ใส่กับข้าวเก่าๆ เตาฟืน หม้อ ไห กระทะ กะละมัง จาน ชามข้าวไม่กี่ใบ แถมยังไม่มีไฟฟ้าใช้เนื่องจากโดนตัดไฟไปนานหลายสิบปีแล้ว ต้องอาศัยจุดเทียนไข ตะเกียง และใช้ไฟฉายให้แสงส่องสว่างยามค่ำคืน ส่วนน้ำประปาหมู่บ้านก็ไม่มีใช้เหมือนกับคนในละแวก น้ำที่กินใช้ก็ต้องตักใส่ถังหาบน้ำมาจากลำรางริมถนนข้างทาง ซึ่งเป็นน้ำที่ไหลระบายออกมาจากค่ายทหาร ส่งผลให้น้ำมีสภาพขุ่น สกปรก และไม่สะอาด” ผู้ใหญ่บ้าน บอกเล่าด้วยความเห็นใจ



ผู้ใหญ่บ้านมองไปรอบๆบ้าน แล้วก็หันกลับมาเผยอีกว่า ถึงแม้น้ำจะสกปรก ไม่สะอาด แต่ก็ยังดีกว่าไร้น้ำใช้ ทุกวันลุงแกต้องตักมาใส่โอ่ง สำหรับไว้ใช้อาบ ดื่มกิน หุงข้าว รวมถึงปรุงเป็นอาหาร เพื่อให้ชีวิตอยู่รอดได้ ผมก็ไม่รู้จะช่วยได้แค่ไหน ทำได้เพียงประสานงานไปยังกลุ่มการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ อบต.บ่อสุพรรณ และนักพัฒนาชุมชนอำเภอสองพี่น้อง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หวังว่าจะมีการช่วยเหลือก่อนมรสุมจะเข้า



ด้าน ลุงทรงศักดิ์ ชายชราใจสู้ เล่าถึงชะตาชีวิตนี้ว่า มีอาชีพรับจ้างทั่วไป รายได้หลักมาจากเงินเบี้ยผู้สูงอายุ 600 บาท และเงินสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนอีก 300 บาท ส่วนงานรับจ้างที่ทำมีทั้งตัดหญ้า ขุดดินไถนา ปลูกอ้อย ตัดอ้อย ฉีดยาฆ่าหญ้า ฉีดปุ๋ย เพื่อหาเลี้ยงชีวิตตัวเอง อยู่เพียงคนเดียวตามลำพัง รายได้ต่อวันไม่แน่นอน 100-200 บาท บางวันก็ไม่มีรายได้ เนื่องจากไม่มีคนจ้างให้ทำงาน แต่ละวันต้องปั่นรถจักยานไปรับจ้างระยะทางไปกลับ 12-15 กม.

“ตั้งแต่ผมจำความได้เกิดมาชีวิตก็ลำบากทุกอย่างแล้ว ค่าใช้จ่าย ค่าอาหารการกินก็แทบจะไม่พอกิน พอใช้อยู่แล้ว เรื่องจะเอาเงินมาซ่อมแซมบ้านที่อยู่อาศัยคงเป็นไปได้ยาก แต่ก็ต้องทนอยู่เพราะเราอยู่บ้านหลังนี้มาเกือบทั้งชีวิต ซุกหัวนอนไปวันๆ ที่กินที่นอนแทบจะเป็นที่เดียวกัน ทีวี พัดลม ตู้เย็น รถจักรยานยนต์ ที่มีอยู่ก็เป็นแค่เศษซากขยะ มันเสียใช้งานไม่ได้มานานแล้ว เป็นได้แค่กองขยะประดับบ้านเท่านั้น”





ความฝันความหวังของผมตอนนี้มีแค่อย่างเดียว คืออยากจะได้หลังคาบ้านที่เป็นหลังคาบ้านจริงๆ สามารถกันแดดหลบฝนได้ และห้องน้ำที่ควรจะถูกสุขลักษณะมากกว่านี้  ขนาดรังหนูยังดีกว่าบ้านลุงตอนนี้เลย หากผู้ใจบุญท่านใดมีจิตกุศลก็ขอวิงวอนช่วยสงสารและทำบุญกับผู้ยากไร้วัยแก่เฒ่าคนนี้ด้วยเถอะ
ลุงตี๋เคี๊ยะ ทิ้งท้ายอย่างมีความหวัง

หากผู้ใจบุญท่านใดมีจิตศรัทธาจะช่วยซ่อมแซมปรับปรุงบ้านให้กับ "ลุงตี๋เคี๊ยะ" สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ นายมนตรี​ คำใหญ่ ผู้ใหญ่บ้าน โทรฯ 081-192-9729.

****************************************************
คอลัมน์  :  นิยายชีวิต
โดย  :   คุณสลีป

เรื่องและภาพโดย    :    ครรชิต กระโห้แก้ว ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ จ.สุพรรณบุรี 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 199