อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563

เล่าเรื่องมอญผ่าน"มูลนิธิรามัญรักษ์"

ผมเป็นคนไทยเชื้อสายมอญบรรพบุรษเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์ไทยมาอันยาวนาน ประเทศไทยเท่าที่ปรากฎในเอกสารมีคนไทยเชื้อสายมอญกระจัดกระจายอยู่ทุกภูมิภาคประมาณ 36 จังหวัด พุธที่ 17 มิถุนายน 2563 เวลา 10.00 น.


บางชุมชน หมู่บ้าน บางครอบครัว รู้แต่เพียงว่าตนเอง..มีเชื้อสายมอญหรือรามัญ
บางชุมชน หมู่บ้าน อาจมีคนสูงวัย พูดภาษามอญได้บ้าง แต่ส่วนชุมชนส่วนใหญ่ ไม่มีแล้ว
บางชุมชน หมู่บ้าน มีอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ความเป็นมอญ ผ่านเทศกาลงานประจำปี เทศกาลงานเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา และบางชุมชน บางครอบครับ อาจมีการเลี้ยงผีบรรพบุรุษ

หลายปีมาแล้วหากจำไม่ผิดประมาณปี 2545 สมัยบวชเรียนผมตั้งชมรมขึ้นมาชมรมหนึ่งร่วมกับพระภิกษุมอญเมืองมอญและมอญเมืองไทยชื่อชมรมว่า “ชมรมส่งเสริมการศึกษาพระภิกษุสามเณรมอญ”



เป้าหมายชัดคือ..ส่งเรียนเพื่อเป็นเจ้าอาวาสรักษาวัดมอญในชุมชน..หรือหากจะสึกออกไปก็คงเป็นคนดีระดับหนึ่งจากการกล่อมเกลาผ่านบวชเรียนมา

และที่ชัดเจนที่สุดคือ ส่งเสริมการศึกษาพระภิกษุ-สามเณร แต่เน้นมอญ เพราะตอนนั้นมอญส่วนใหญ่ยังไม่มีหลักฐานทางทะเบียน การขอเข้ามาอยู่วัดในส่วนกลางฝากเรียนค่อนข้างยาก และความตื่นตัวของเยาวชนเด็กรุ่นใหม่ที่จะบวชเรียนก็น้อย..เนื่องจากไม่มีคนตัวอย่างให้เห็นที่ประสบความเร็จหลังบวชเรียนแล้ว..ที่ประชุมจึงชี้มาที่ผมในฐานะมีเปรียญสูงและจบจากมหาวิทยาลัยสงฆ์ เป็นแบบอย่างว่างั้นเถอะ





สิ่งแรกที่ผมทำคือเชิญ ชวน เชื่อมให้พระภิกษุ-สามเณรมอญเรียนหนังสือ โดยมีผมเป็นผู้ประสานหางานวัดให้ผ่านเพื่อน ๆและเจ้าอาวาส เจ้าคณะ ที่รู้จักพร้อมกันนี้เป็นครั้งแรกที่ชวนพระภิกษุมอญที่ประเทศพม่า เข้ามาเรียนยังมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง มจร และมมร โดยสนับสนุนให้ทุนการศึกษา

ทำอยู่หลายปีจนถึงวันหนึ่งลาสิกขาออกมา ห่างหายไปพักใหญ่ จนคณะสงฆ์ไทยเชื้อสายมอญเขาตั้งกลุ่มขึ้นมาอีกกลุ่มชื่อ ชมรมพระสงฆ์มอญเมืองไทย” ประมาณปี 2557 ได้คุยกันว่าเงินชมรมเหลืออยู่ก้อนหนึ่งเพียงพอที่จะตั้งองค์กรขึ้นมา เพื่อให้ทางการรับรอง เพื่อให้มีความน่าเชื่อถือ จึงสรุปกันว่าตั้งมูลนิธิชื่อว่า “มูลนิธิรามัญรักษ์”

หลังตั้งมูลนิธิเรียบร้อยแล้ว...ได้ พระปัญญาวุฒิ วุฑฺฒิโก ผู้มีผลงานเรื่องเกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ศิลปะพื้นบ้าน วัฒนธรรมอญลพบุรีมาเป็นประธาน ก็เหมือนกับเสือติดปีก งานมูลนิธิก็ปรากฎเด่นชัด เช่น โครงการสานสัมพันธ์..สานฝันให้น้อง ปีนี้เป็นปีที่ 7 แล้ว ซึ่งโครงการนี้ร่วมมือกับหลายองค์กรทั้งมูลนิธิพระศรีสุทธิเวที เครือข่ายธรรมะอารมณ์ แต่ละครั้งใช้งบไปไม่ต่ำกว่า 7 แสนบาท เพราะมีทั้งกระเป๋าเด็ก 600 ใบ ข้าวสารถุง 1,000 ถุง สมุดปาก และอุปกรณ์กีฬาอีกมากมาย รวมทั้งสร้างห้องน้ำ ทอดผ้าป่าวัดที่ขัดสน



โครงการนำผีมอญกลับบ้าน เป็นโครงการเพื่อฟื้นฟูเอกลักษณ์ความเป็นมอญผ่านผีประจำตระกูลที่ครอบครัวมอญนับถือ ลงชุมชนไม่ต่ำว่า 10 จังหวัด หากนับชุมชนมอญประมาณ 20 กว่าชุมชน ทำอยู่ประมาณ 3 ปี โดยการสนับสนุนงบบางส่วนจากสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ จนได้หนังสือมาเล่มหนึ่งซึ่งกล่าวขานกันว่าเป็นธรรมนูญเล่มแรกของมอญและของโลกที่บรรจุวิธีเลี้ยงผีมอญประจำตระกูลเอาไว้ในหนังสือเล่มนี้ชื่อ “ธรรมนูญผีมอญ”

โครงการจัดกิจกรรม “รามัญสราญรมณ์” จัดอยู่หลายปี มีการแสดงจากศิลปินพื้นบ้านมอญ ตำรับข้าวแช่ มีการรดน้ำดำหัวพระภิกษุและผู้สูงอายุมอญ และทั้งมอบรางวัลแด่ผู้ทำคุณประโยชน์แก่ชาติพันธุ์มอญ แต่เนื่องจากงบประมาณและกำลังคนตอนหลังงานนี้จึงล้มเลิกไป





โครงการบวชสารภาคฤดูร้อนสืบสานศาสนทายาท อันนี้ทำอยู่หลายปี เพื่อสนองเจตนารมณ์เดิม ๆ ของมูลนิธิเอาไว้ปัจจุบันมีพระภิกษุ-สามเณรกระจัดกระจายอยู่ตามวัดต่าง ๆ ประมาณ 30 รูป  อันนี้ไม่นับโครงการปลีกย่อยต่าง ๆ ที่มูลนิธิรามัญรักษ์ เช่น สนับสนุนอุปกรณ์การศึกษาแก่เด็กนักเรียนตามศูนย์เรียนเด็กแรงงาน,สนับสนุนช่วยเหลือผู้ป่วยคนยากไร้

นอกจากนี้มูลนิธิรามัญรักษ์ก็ยังเชื่อมสานสัมพันธ์กับพี่น้องมอญที่อาศัยอยู่ในประเทศพม่า โดยร่วมกับองค์กรคณะสงฆ์รามัญนิกาย เช่น นำผ้าไตรจีวร 300 ไตรและเงินจำนวนหนึ่ง ไปถวายกับคณาจารย์ผู้สอนบาลีมอญ เพื่อสนับสนุนอนุรักษ์ภาษามอญแบบบาลีเอาไว้,นำข้าวสารอาหารแห้งไปมอบให้กับพี่น้องมอญที่ประสบเคราะห์กรรมน้ำท่วม



และผลงานที่เด่นชัดอีกอย่างคือ มูลนิธิรามัญรักษ์ เป็นตัวกลางประสานให้คณะสงฆ์รามัญนิกาย,คหบดีมอญเมืองมอญ มาร่วมงานเพื่อเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยผ่านงานวิสาขบูชาโลก และอีกผลงานถือว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของมูลนิธิรามัญรักษ์ คือ งานเซ็น MOU ร่วมกันระหว่างวิทยาลัยพุทธศาสน์นานาชาติ (IBSC) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กับมหาวิทยาลัยรามัญญะรัฎฐะ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งคณะสงฆ์รามัญนิกายนิกาย เมื่อเร็ว ๆ นี้



ส่วนตอนนี้มูลนิธิรามัญรักษ์ จะทำมีหลายเรื่อง เช่น ลงชุมชนช่วยเหลือพี่น้องแรงงานมอญที่ประสบกับการถูกเลิกจ้าง โดยเน้นคนสูงวัย และครอบครัวที่มีลูกอ่อน และรวมทั้งลงชุมชนต่าง ๆ เพื่อสานสัมพันธ์ในห้วงเวลาที่สังคมไทยกำลังต้องการ แรงงานใจ ในการต่อสู้กับชีวิตต่อไป..





วันนี้ขออนุญาตคุณผู้อ่านผลงานมูลนิธิรามัญรักษ์ผ่าน “บทความริ้วผ้าเหลือง” เพื่อขอเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน หรือองค์กรใด หน่วยงานไหนอยากจะช่วยเหลือมูลนิธิรามัญรักษ์ อยากจะรู้เรื่องมอญ อยากจะทำงานร่วมกัน อยากจะดูผลงานที่เล่ามาติดตามได้ที่เพจ “รามัญรักษ์” หรือติดตามาได้ที่เบอร์ 08-7019-9199 ซึ่งทุกกิจกรรมเป็นงานจิตอาสา ทำเพื่อแผ่นดินไทยและตอบแทนคุณบรรพบุรษ ในการที่จะสืบสานต่อยอด ความเป็นมอญให้คงอยู่ตลอดไปนาน ๆ ..
................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย เปรียญ10 : riwpaalueng@gmail.com

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 244