อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563

ชีวิตต้องสู้ในบ้านผุๆพังๆ 'ผ้ายาง'คือสิ่งเดียวที่ห่อหุ้มกันฝน

ไม่กล้าจะเรียกว่า "บ้าน" พูดว่า "ขนำผุพังยกสูง" คงเหมาะสมกว่า ที่ซุกหัวนอนที่ดีที่สุดของ "ลุงรมย์" ชายวัยใกล้แซยิดสู้ชีวิต ทุกค่ำคืนมีเพียง "ผ้ายาง" ที่ใช้ห่อหุ้มตัวป้องกันการเปียกฝน อาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2563 เวลา 08.00 น.


ปรัชญาชีวิตเคยบอกไว้ว่า “ความสุข” ที่แท้จริง ไม่เคยเดินทางมาถึงก่อน…“ความลำบาก” ฉะนั้นจงอย่าหวาดกลัวหรือตีโพยตีพายให้กับความลำบากของชีวิต เพราะนั่นแหละคือหนทางนำไปสู่ “ความสุข”

มีบ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่ในสวนปาล์มน้ำมัน หมู่ 10 ต.ด่านสวี อ.สวี จ.ชุมพร ซึ่งบางคนบอกว่าเรียกว่า “บ้าน” อาจจะฟังดูหรูหราดูดีเกินไป เนื่องจากมันมีลักษณะเป็นขนำแบบยกพื้นสูงปลูกบนพื้นที่โล่งกว้างกลางทุ่ง

สภาพบริเวณมีหญ้าขึ้นรก มีน้ำขังนอง หลังคามุงด้วยใบจาก ผนังเป็นไม้ตัดสลับกับใบจาก ทั้งเก่าทั้งผุพังทั้งหลัง มองผิวเผินแทบจะไม่แตกต่างจากบ้านร้างลึกลับตามที่เคยเห็นในภาพยนตร์สยองขวัญ



ที่สำคัญบ้านหรือขนำยกสูงนี้กลับเป็นที่พักอาศัยซุกหัวนอนของชายสูงอายุวัยใกล้แซยิดจริงๆ เขาชื่อ นายอภิรมย์ ภู่ขันเงิน อายุ 59 ปี หรือที่ชาวบ้านมักเรียกติดปากว่า “ลุงรมย์”

ชายผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาทั้งชีวิตเล่าเรื่องราวให้ฟังว่า “ผมปลูกบ้านหลังดังกล่าวและพักอาศัยมาประมาณ 20 ปีแล้ว หลังจากแยกทางเลิกรากับภรรยา ก็ใช้ชีวิตตัวคนเดียวมาตลอด มีอาชีพรับจ้างทั่วไปรายได้วันละ100-200 บาท วันไหนไม่ได้ทำงานก็ไม่มีเงิน ชีวิตคือทำมาหากินไปวันๆจึงไม่มีเงินเหลือเก็บพอที่จะมาซ่อมแซมบ้าน ก็อยู่ไปตามยถากรรม ผมมีผ้ายางอยู่ 1 ผืน ก็ดีแค่ไหนแล้ว”



ลุงรมย์ เปลือยชีวิตต่ออีกว่า ที่บ้านลุงไม่มีไฟฟ้าใช้หรอก ต้องจุดตะเกียงให้แสงสว่าง น้ำประปาก็ไม่มีส่วนน้ำกินน้ำอาบไม่ได้ซื้อ แต่ไปโยกเอาจากบ่อบาดาลใกล้บ้าน เอามาใส่ขวดพลาสติกรองให้ตะกอนมันนอนก้นถึงจะเอามากินได้ ปกติจะเอาผ้ายางมาปูนอน

''แต่ถ้าคืนไหนมีฝนตก น้ำฝนมันจะทะลุรั่วจากหลังคาลงมา ก็จำเป็นต้องนอนขดตัวเพื่อจะได้พับผ้ายางอีกครึ่งหนึ่งมาห่มปกปิดตัวไว้ ป้องกันไม่ให้ตัวเปียก ต้องบอกเลยว่ามันหนาวและทรมานเหลือเกิน''

เรื่องราวความลำบากสู้ชีวิตรู้ไปถึงหู นางเพ็ญจันทร์ รัตนาภรณ์วงศ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร จึงชักชวน นางวัลภา แก้วสวี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชุมพร นางพยอม กรแก้ว ปลัดอำเภอสวี และนายเกรียงศักดิ์ ปักษิน ผู้ใหญ่บ้าน เข้ามาเยี่ยมให้กำลังใจ





“ลุงรมย์เป็นคนสู้ชีวิต ทำงานสุจริตไม่เคยไปแบมือขอเงินใคร มีแค่ไหนใช้เท่านั้น ที่เราทำได้ตอนนี้คือบรรเทาความเดือดร้อนในเรื่องอาหารการกินเบื้องต้น ส่วนการปรับปรุงซ่อมแซมให้บ้านเป็นบ้านนั้นต้องกลับไปหารือเพื่อร่วมกันจัดหางบประมาณมาดำเนินการ แต่จะพูดคุยให้เร็วที่สุดเพราะมันทรุดโทรมมากจนใกล้จะพังเต็มแก่แล้ว” นายกเหล่ากาชาดฯชุมพร สัญญาเอาไว้



ลุงรมย์ ทิ้งท้ายว่า ถ้าถามว่าตอนนี้เหงาหรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่าเหงาเหมือนกัน ชีวิตลำพังมันก็ต้องเหงาเป็นธรรมดา แต่ยังโชคดีที่เลี้ยง “ไก่ชน” เอาไว้ 1 ตัว ถือว่ามันเป็นเพื่อนรักเลย รักมันเหมือนลูก เวลาไปไหนก็เอาไปด้วย โดยจะให้ยืนซ้อนท้ายรถ มันก็เหมือนรู้เพราะไม่กระโดดลงมา ทุกวันนี้ชีวิตตนก็มีแค่นี้ ได้แต่หวังว่าจะมีบ้านที่กันแดดกันฝนได้ และมีผ้าห่มอุ่นๆทดแทนผ้ายางที่มีอยู่ก็พอแล้ว ตนกับเจ้าไก่ชนจะได้มีที่ซุกหัวนอนที่..อบอุ่น





******************************************************
คอลัมน์ : นิยายชีวิต
โดย : คุณสลีป

เรื่องและภาพโดย : สาธิต ศรีหฤทัย ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ จ.ชุมพร


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 176