อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563

เว็บไซต์ไป่ตู้ เผยแผ่พระอภิธรรม​ภาษาจีน

เว็บไซต์ www.dhammahome.com นอกจากจะมีการเผยแผ่ความรู้พระพุทธศาสนาเถรวาทเป็นภาษาไทยแล้ว ยังมีการเผยแผ่เป็นภาษาต่างประเทศอีกหลายภาษา อาทิ ภาษาอังกฤษ ภาษาเมียนมาร์ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเวียดนาม ​​​​​​​ พฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.00 น.


ไป่ตู้ (Baidu) เป็นเว็บไซต์ (website)​ ของจีนที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกถูกสร้างขึ้นให้เป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (big data) และเป็นเครื่องมือค้นหา (search tool) สำหรับการเข้าถึงระบบสารสนเทศ อีกทั้งยังมีโปรแกรมชุดคำสั่ง (software)​ ที่มีศักยภาพการใช้งานในลักษณะเดียวกับกูเกิ้ล (Google)​ ให้บริการเป็นภาษาจีนแก่ชาวจีนในประเทศและทั่วโลกกว่า 1,000 ล้านคน

เมื่อ 2-3 ปีก่อนบรรดาสมาชิกบ้านธรรมะ มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ต่างรู้สึกตื่นเต้นและปิติที่พบว่าบางส่วนของหนังสือปรมัตถธรรมสังเขป เขียนโดยอ.สุจินต์ บริหารวนเขตต์ หนังสือพระอภิธรรมในชีวิตประจำวันและหนังสือเข้าใจธรรม (dhamma understanding) เขียนโดยคุณนีน่า วัน กอร์ คอม รวมถึงการบรรยายธรรมและการสนทนาธรรมในโอกาสต่างๆ

โดยอาจารย์สุจินต์ เป็นผู้นำการสนทนาธรรมที่ตรงตามพระพุทธพจน์ในพระไตรปิฎก ซึ่งเผยแผ่​อยู่ในเว็บไซต์บ้านธรรมะ www.dhammahome.com แปลเป็นภาษาจีน โดยคุณนีลภา เอ็งไพบูลย์ ผู้เชี่ยวชาญภาษาจีนและเป็นนักหนังสือพิมพ์ภาษาจีนอาวุโสในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสมาชิกผู้หนึ่งของบ้านธรรมะ โดย​ www.baidu.com ได้นำพระอภิธรรมจากเว็บไซด์ www.dhammahome.com ไปเชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของตนเพื่อเผยแผ่ความรู้ทางพระพุทธศาสนาแก่ชาวจีนทั่วโลก



ปัจจุบันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนาเป็นองค์กรชาวพุทธที่มีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาเถรวาทซึ่งตรงตามพระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎกและพระอภิธรรมปิฎก มาเป็นเวลากว่า30ปีเพื่อให้ชาวพุทธในประเทศไทยและชาวพุทธในประเทศต่างๆทั่วโลกได้มีโอกาสศึกษาพระธรรมจากพระไตรปิฎกโดยมีความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้อง ซึ่งจะเป็นเหตุนำไปสู่ผู้มีความเห็นถูก(สัมมาทิฏฐิ) มีการประพฤติปฏิบัติทางกายและวาจาสุจริต เว้นจากทั้งทางกายและวาจา มีความละอายชั่วกลัวบาป จะส่งผลดีต่อการดำเนินชีวิตประจำวันมีความเป็นปรกติสุขตามอัตภาพของแต่ละบุคคล

เว็บไซต์ www.dhammahome.com นอกจากจะมีการเผยแผ่ความรู้พระพุทธศาสนาเถรวาทเป็นภาษาไทยแล้ว ยังมีการเผยแผ่เป็นภาษาต่างประเทศอีกหลายภาษา อาทิ ภาษาอังกฤษ ภาษาเมียนมาร์ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเวียดนาม



เพื่อให้ชาวพุทธได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติของพระพุทธศาสนาเถรวาทในประเทศไทยอย่างถูกต้อง พึงทราบว่าพระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดในอินเดียเมื่อราวปี พ.ศ. 240 – 312 ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช พระองค์ทรงส่งพระธรรมทูตจากอินเดียไปประกาศพระพุทธศาสนา 9 สาย ซึ่งสายที่ 8 พระโสณะและพระอุตระเถระได้เดินทางมายังดินแดนสุวรรณภูมิ (ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปัจจุบัน) ได้แก่​ ไทย เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา เวียดนามและอินโดนีเซีย

ผืนแผ่นดินจุดแรกของดินแดนสุวรรณภูมิที่พระโสณะกับพระอุตตระเถระได้เดินทางจากชมพูทวีป (อินเดีย) เข้ามาประดิษฐานพระพุทธศาสนาเถรวาทนั้นเรียกว่า "อาณาจักรทวารวดี" สันนิษฐานว่าคือจังหวัดนครปฐมในปัจจุบัน เพราะมีโบราณสถานและโบราณวัตถุต่าง ๆ อาทิ พระปฐมเจดีย์ ศิลารูปพระธรรมจักร ปรากฏเป็นหลักฐานอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งในยุคนั้นมีพุทธศาสนิกชนมีความเลื่อมใสบวชเป็นภิกษุจำนวนมาก และได้สร้างสถูปเจดีย์ไว้สักการะบูชา มีลักษณะเหมือนกับพระสถูปเจดีย์ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช





วันอาสาฬหบูชาเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธัมมจักกัปปวัตนสูตรโปรดแก่ปัญจวัคคีย์ถึงปรมัตถธรรมคือจิต เจตสิก รูป นิพพาน ซึ่งมีสภาวธรรมสองประเภท ประเภทแรกเป็นสภาพนามธรรมคือจิต เจตสิก ประเภทที่สองเป็นสภาพรูปธรรมคือรูป
สภาวธรรมทั้งสองประเภทนี้เป็นไปตามหลักไตรลักษณ์คือไม่เที่ยง(อนิจจัง) ทุกข์(ทุกขัง) ไม่ใช่ตัวตน บังคับบัญชาไม่ได้ (อนัตตา) สภาวธรรมที่กล่าวถึงนี้เป็นความจริงอันประเสริฐ (อริยสัจธรรม) ที่พระบรมศาสดา พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้ด้วยพระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณ พระมหากรุณาคุณ ซึ่งเป็นหนทางแห่งการพ้นทุกข์จากการเวียนว่ายตายเกิด (วัฏสงสาร) ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค

สถานการณ์ของประเทศชาติในปัจจุบันกำลังประสบกับภาวะวิกฤติอย่างร้ายแรงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการดำเนินชีวิตของประชาชนที่มีความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและความมั่นคงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
หากนักการเมืองไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านไม่มีความจริงใจในการนำพาชาติบ้านเมืองฝ่าฟันให้รอดพ้นวิกฤติ หรือแม้แต่ข้าราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นและท้องที่มีอกุศลจิตและอกุศลเจตนาไม่คำนึงถึงความเจริญมั่นคงของประเทศชาติและความเจริญผาสุกของประชาชนโดยไม่ละอายชั่วกลัวบาปเพราะมีกิเลสหยาบหนา การกระทำความชั่ว(อกุศลกรรม) ย่อมนำไปสู่ผลของการกระทำกรรมชั่ว(อกุศลวิบาก)นับร้อยเท่าพันทวีในอบายภูมิที่รออยู่เบื้องหน้า
.............................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 187