อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 1 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 1 ธันวาคม 2563

"แทรมขอนแก่น"สารพัดปัญหารุมเร้า

สัปดาห์นี้จะพาไปที่จุดนัดฝันของชาวขอนแก่นที่รอปักเสารถไฟฟ้ารางเบาขอนแก่นหรือแทรมขอนแก่นเป็นรถไฟฟ้าสายแรกในต่างจังหวัด โครงการถึงไหนแล้ว?? จะถึงฝั่งฝันรถไฟฟ้าสายแรกในภูมิภาคได้หรือไม่ไปอัพเดทกัน... อังคารที่ 14 กรกฎาคม 2563 เวลา 08.00 น.


คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) มอบหมายให้ จ.ขอนแก่น เป็นผู้พัฒนาและบริหารจัดการโครงการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเมืองขอนแก่นในรูปแบบของรถไฟฟ้ารางเบาขอนแก่นหรือแทรมขอนแก่น เส้นทางนำร่องสายสีแดง (ช่วงสำราญ-ท่าพระ) วงเงิน 2.2 หมื่นล้านบาท ภายใต้ความร่วมมือของ 5 เทศบาลในจ. ขอนแก่น ที่มอบหมายบริษัท ขอนแก่นทรานซิทซิสเต็ม จำกัด หรือ KKTS เป็นผู้ดำเนินโครงการ

เช็กสถานะโครงการล่าสุด อยู่ระหว่างจัดเตรียมเสนอรายงานทบทวนผลการศึกษาโครงการฯ ไปจังหวัดขอนแก่น เพื่อเสนอสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) ก่อนเสนอที่ประชุมคจร.พิจารณาอีกครั้ง โดยเบื้องต้นได้มีการศึกษาใหม่ด้วยการปรับปรุงจากผลการศึกษาเดิมของ สนข. ในส่วนของศูนย์ซ่อมบำรุง (Depot) ระยะทาง และจำนวนสถานี

พล.ต.ชาติชาย ประดิษฐ์พงษ์ ประธานกรรมการบริหาร KKTS ให้รายละเอียดว่า ผลการศึกษาเดิมกำหนดให้ศูนย์ซ่อมบำรุงอยู่บริเวณสถานีสำราญ แต่เมื่อมาพิจารณาการก่อสร้างแทรมขอนแก่นสายอื่นๆ อีกในอนาคต พบว่า จะมีจุดตัดทั้ง 4 สายบริเวณศูนย์วิจัยข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงต้องเปลี่ยนมาใช้จุดนี้แทน

''เป็นจุดที่เหมาะสมกับการสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงที่สุด ช่วยประหยัดงบประมาณ ไม่ต้องก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงขึ้นมาใหม่อีก นอกจากนี้ได้ปรับเพิ่มระยะทางจากเดิม 22.8 กิโลเมตร(กม.) เป็น 26 กม. และเพิ่มจำนวนสถานีจาก16 สถานี เป็น 20 สถานี เนื่องจากมีแนวเส้นทางเพิ่มเข้าไปยัง ม.ขอนแก่น และศูนย์วิจัยข้าวฯ''



ในระหว่างที่ทบทวนผลการศึกษา บริษัทฯ ได้เริ่มขั้นตอนหาผู้รับเหมาคู่ขนานไปด้วย ซึ่งได้ครบทั้ง 3 สัญญาแล้ว โดยงาน KK-1 งานเหมาออกแบบ และก่อสร้างงานโยธา และโครงสร้าง พร้อมทั้งการผลิต ติดตั้งระบบแทรม และการพัฒนาเมือง ได้แก่ กิจการร่วมค้าซีเคเคเอ็ม (CKKM Joint Venture),

งาน KK-2 งานจ้างเหมาปฏิบัติการเดินรถ บำรุงรักษา บริหารจัดการพื้นที่สถานี และการพัฒนาเมือง ได้แก่ นิติบุคคลร่วมทำงาน เคแอลอาร์ทีที (KLRTT Consortium) และงาน KK-3 งานจ้างที่ปรึกษาอิสระ ควบคุม รับรอง และการพัฒนาเมือง ได้แก่ กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา WCE

พล.ต.ชาติชาย ยืนยันว่า ขณะนี้โครงการยังเดินหน้าต่อ แต่ยังติดปัญหาเรื่องสินเชื่อที่ต้องเจรจากับสถาบันทางการเงินที่ประเทศจีน ที่ผ่านมาเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงยังไม่ได้หารือร่วมกัน ขณะเดียวกันเรื่องการเจรจาขอใช้ที่ดินของศูนย์วิจัยข้าว รวมถึงการขอใช้เขตทางจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังไม่ได้ข้อสรุป

จึงยอมรับว่าการดำเนินโครงการแทรมขอนแก่นต้องล่าช้าจากแผนเดิมที่วางไว้ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้เร็วที่สุดประมาณกลางปี 64 ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี เปิดให้บริการประมาณกลางปี 67 ถือว่าล่าช้าจากแผนเดิมที่จะก่อสร้างกลางปี 63 แล้วเสร็จและเปิดบริการปี 66 ส่วนว่าจะสามารถผลักดันให้เป็นรถไฟฟ้าสายแรกในต่างจังหวัดได้หรือไม่นั้น บริษัทได้พยายามเต็มที่อยู่แล้ว

สำหรับพิกัดเส้นทางรถไฟฟ้ารางเบาสายสีแดง (สำราญ-ท่าพระ) ตามผลการศึกษาฉบับใหม่ มีระยะทางเพิ่มขึ้นเกือบ 4 กม. และเพิ่มสถานีอีก 4 สถานี โดยเป็นสถานีระดับดิน 12 สถานี และเป็นสถานียกระดับ 8 สถานี ใช้พื้นที่บริเวณเกาะกลางถนนและไหล่ทางของถนนมิตรภาพ จากตำบลสำราญถึงตำบลท่าพระมีศูนย์ Depot อยู่ภายในศูนย์วิจัยข้าว

แนวเส้นทางที่เพิ่มขึ้น จะเข้า ม.ขอนแก่น 1.8 กม. และเข้าศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่น 1.3 กม. ใช้งบประมาณรวม 22,102 ล้านบาท จากเดิมอยู่ที่ 16,865 ล้านบาท. ค่าโดยสารเบื้องต้นตามผลการศึกษาระบุว่าราคาเริ่มต้นสถานีแรกที่ 15 บาท ไปจนถึง 25 บาทตลอดสาย คาดการณ์ปริมาณผู้ใช้บริการต่อวันอยู่ที่ 60,000 เที่ยว

โครงการยักษ์ หลังสถานการณ์โควิด-19 ไม่ง่าย และยากยิ่งเมื่อต้องระดมทุนเองโดยไม่ใช้งบประมาณภาครัฐ เอาใจช่วยชาวขอนแก่นปักธงชัยรถไฟฟ้าสายแรกของภูมิภาค

.................................
คอลัมน์ : มุมคนเมือง
โดย "เทียนหยด"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 214