อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2563

ปีศาจที่ตามหลอกหลอนสังคมไทย

คนรวยไม่ติดคุก ไม่ใช่คดีแค่ในประเทศไทยหรอก ในต่างประเทศก็มี แต่มันก็ไม่ใช่อะไรที่น่าจะต้องยอมรับสภาพโดยดุษฎีกัน เพราะมันทำให้คนเสื่อมศรัทธาต่อองค์กร ต่อระบบยุติธรรม และถ้าถึงจุดหนึ่งที่คนทนไม่ได้ พฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม 2563 เวลา 12.00 น.


ในช่วงสัปดาห์นี้ หลายสื่อคงเกาะติดไม่พลาดข่าวการที่อัยการสั่งยุติไม่ฟ้องคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทกระทิงแดง ในข้อหาขับรถชนตำรวจโดยประมาทจนถึงแก่ความตาย ตำรวจเพิกถอนหมายจับ ซึ่งเรื่องมันเกือบจะเงียบไปได้แล้ว จนกระทั่งอยู่ๆ สำนักข่าว CNN ก็ไป “ขุด” ขึ้นมาได้ว่า คำสั่งไม่ฟ้องเป็นความจริง และตำรวจก็ออกมายอมรับ โดยข่าวออกเมื่อวันศุกร์ ติดช่วงหยุดยาว 4 วัน ทำให้สื่อเกาะติดเนื้อหานี้เต็มเหนี่ยว เพราะเป็นช่วงที่ไม่ค่อยมีข่าว

คดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนสมัยรัฐบาล คสช.เสียอีก ซึ่งตำรวจก็ท่องคาถา “ไม่ได้นิ่งนอนใจๆๆๆ” ไปเรื่อยๆ แต่ก็กลายเป็นภาพว่า “คนรวยเป็นอภิสิทธิ์ชน” จนได้ เพราะสามารถเลื่อนหมายเรียกได้ถึง 8 ครั้งด้วยข้ออ้างติดภารกิจอยู่ต่างประเทศบ้าง , ป่วยเป็นไข้หวัดบ้าง จนคดีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่นขับรถเร็วเกินกำหนด , ชนแล้วไม่ช่วยเหลือเหยื่อ หรืออาจเมาแล้วขับ ค่อยๆ หมดอายุความเอง ตำรวจก็ยังท่องคาถาเหลือคดีขับรถชนคนตายโดยประมาท อายุความถึงปี 2570

ในคำว่า “ไม่ได้นิ่งนอนใจๆๆๆ” ก็ดูเหมือนทำอะไรล่าช้าเสียเต็มประดา ประเภทจะออกหมายจับส่งอินเตอร์โปล ก็อ้างว่า กระบวนการแปลเอกสารเป็นขั้นตอน แล้วก็แปลกันนานเหลือเกินจนอยากเหน็บให้ว่าถ้ามันยากมากไปจ้างนักแปลอิสระก็ได้แล้วหาคนตรวจสำนวนเอา พอได้หมายจับภาษาอังกฤษมา ก็อ้างว่าไม่รู้ส่งไปที่ไหนอีก เพราะไม่สามารถระบุที่อยู่เป็นหลักแหล่งของผู้ต้องหาได้  คือฝ่ายที่รับผิดชอบอยู่ๆ ก็หาอะไรไม่เจอขึ้นมาซะงั้น



แต่ขณะเดียวกัน สื่อต่างประเทศกลับหาตัวนายวรยุทธเจอ !! คุ้นๆ หาเจอด้วยวิธีง่ายแสนง่ายคือไปตามส่องอินสตาแกรมดูว่าเจ้าตัวเชคอินอยู่ที่ไหนบ้าง สื่อต่างประเทศตามไปสัมภาษณ์ถึงบ้านพักหรูที่อังกฤษ โดยเจ้าตัวได้แต่เดินหนีและให้ทนายหรือบอดี้การ์ดสักคนหนึ่งแหละ กันไว้ ในช่วงนั้นเองชาวต่างประเทศบางคนถึงกับทนไม่ได้ต่อระบบยุติธรรมไทย ออกแคมเปญแบนสินค้า red bull ออกมาเอง โดยทางการไทยไม่มีแอคชั่นอะไร

จริงๆ แล้วตัวผู้ต้องหาเองจัดเป็นคนมีหน้ามีตาในสังคม ซึ่งถ้าตำรวจพยายามอีกหน่อย และทางครอบครัวแสดงความจริงใจในการต่อสู้คดี ก็กล้าพอไหมล่ะที่จะไปติดต่อทางครอบครัว ประเทศไทยของเขา แต่ปล่อยให้คดีมันเนิ่นช้าออกไปจนค่อยๆ หมดอายุความ ขณะที่บางคดีล่ะทำเร็วนัก นึกไปถึงคดีกะเทยตีลูกหมาพิตบูลที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน อันนั้นแบบ “กรรมติดจรวด” กันเลยทีเดียว ศาลสั่งจำคุกหกเดือนรอลงอาญา สั่งห้ามเลี้ยงสัตว์อีก

ยอมรับว่า ค่อนข้างคาดหวังกับการแสดงสปิริตของคนที่มีหน้ามีตาในสังคม ในการรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นโดยยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะมันแสดงให้เห็นว่า “ประเทศไทยไม่ได้สองมาตรฐาน” และไม่ว่าคนรวยหรือจนก็เคารพกฎหมาย แต่พอถึงวันนี้แล้วมันรู้สึกเป็นเรื่องน่าเศร้าที่คาดหวังมากเกินไปหน่อยในสังคมทุนนิยมที่นายทุนเป็นใหญ่เช่นนี้ เพราะผลมันออกมาเป็นอย่างไรนี่แทบจะไม่ต้องพูด คือหลายคนคงเห็นข่าวที่วนเล่นกันทั้งวันแล้ว

เมื่อกระแสสังคมกดดันมากเข้า กลายเป็นว่า ทางอัยการสูงสุดก็ต้องสั่งตั้งคณะกรรมการสอบใหม่ โดยให้นายสมศักดิ์ ติยะวานิช รองอัยการสูงสุดพร้อมคณะอีก 7 คน เอาคำสั่งยุติคดีนั้นกลับมาพิจารณาใหม่ โดยดูดุลยพินิจของคำสั่งที่ลงนามโดยนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด เป็นไปตามหลักฐานและระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือไม่ และมีเหตุผลในการสั่งพิจารณาคดีอย่างไร ซึ่งขีดเส้นให้ทำให้เร็วที่สุด แต่สังคมก็ยังคาใจเพราะไม่มีการแถลงจากอัยการ



ด้านฝั่งตำรวจเอง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ก็ได้มีคำสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย  ว่าการดำเนินการของข้าราชการตำรวจว่าเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และคำสั่งที่เกี่ยวข้องหรือไม่ โดยให้ พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็นประธานพร้อมคณะกรรมการ รวม 10 ราย   ให้คณะกรรมการทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันที่รับทราบคำสั่ง

คือถ้าไม่มีกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงนี้ขึ้นมาก็คดีก็คงหาย ซึ่งก็ไม่รู้ว่า “โดยเร็วที่สุด” ที่ทางอัยการสอบและทางตำรวจก็สอบ ผลจะออกมาเป็นที่ค้านสายตาของประชาชนอีกหรือไม่ เอาจริงหลายคนก็คงคิดว่า “ถ้าจริงใจ ตั้งใจทำคดีแต่แรกมันเสร็จไปตั้งแต่ปีแรกที่เกิดเหตุแล้ว” ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ พอถูกสังคมกระหน่ำถามเรื่องทำไมไม่ฟ้องคดี กลายเป็น 8 ปีต่อมา มีพยานใหม่มาเฉย ว่า “มีคนในเครื่องแบบระดับสูงเป็นพยานว่านายวรยุทธไม่ได้ขับถึง 177 กม./ ชม.แค่ 79”

แล้วเอกสารอีกตัวที่ว่อนในอินเทอร์เนตขณะนี้ ซึ่งต้องขอให้รอดูผลสอบของตำรวจว่าจะว่าไง เนื่องจากมันเป็นเอกสารที่ออกมานานแล้ว คือเอกสารจาก รพ.รามาธิบดี ที่ระบุผลตรวจเลือดของนายวรยุทธว่า “มีสารเสพติดในกระแสเลือด” แต่เรื่องนี้กลับไม่ได้รับการพูดถึงในสำนวนฟ้องครั้งแรก แถมยังเรื่องที่ตอนแรกจัดฉากให้พ่อบ้านออกมารับว่าเป็นคนขับรถเอง ก็ไม่เห็นว่าจะมีผลการพิจารณาคดีตรงนี้ (หรือถ้ามีก็ช่วยวานบอกด้วย)



เรื่องความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนชั้นกลาง คนจน เป็นประเด็นที่รัฐบาลถูกโจมตีหนักอยู่แล้ว เรื่องนี้จึงกลายเป็นตีวัวกระทบคราด รัฐบาลถูกด่าไปด้วยเช่นกันว่า “เพราะช่วงโควิด-19 ระบาด ไปรับเงินกระทิงแดง 300 ล้านบาทหรือเปล่า ถึงมีผลให้คดีเป็นแบบนี้” จน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหมทนไม่ได้ต้องออกแอคชั่นผ่านโฆษกรัฐบาลให้ติดตามคดี และย้ำไม่มีผลประโยชน์ ไม่มีการช่วยเหลือ

อยากจะเขียนอะไรมากกว่านี้ แต่ในเมื่อทั้งอัยการ ทั้งตำรวจ กลับมารื้อคดีใหม่ ก็ขอรอดูการทำงานอีกสักอาทิตย์ว่าจะเป็นอย่างไร ? ผลจะออกมาเหมือนเดิมหรือไม่ที่ยืนยันว่าให้ถอนหมายจับ แล้วก็กลายเป็นตำรวจที่ตายตกเป็นจำเลยร่วมเสียอย่างนั้น ข้อหาขับรถตัดหน้ารถเฟอรารี่หรูจนเสียชีวิตเอง ซึ่งมันฟังไม่ขึ้นไปหน่อยเพราะ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้ตายถูกรถหรูลากไปร่วม 200 เมตร ถ้าชนด้วยความเร็วแค่ 79 กม./ ชม.ก็น่าจะลงมาช่วยเหลือทัน

คนรวยไม่ติดคุก ไม่ใช่คดีแค่ในประเทศไทยหรอก ในต่างประเทศก็มี แต่มันก็ไม่ใช่อะไรที่น่าจะต้องยอมรับสภาพโดยดุษฎีกัน เพราะมันทำให้คนเสื่อมศรัทธาต่อองค์กร ต่อระบบยุติธรรม และถ้าถึงจุดหนึ่งที่คนทนไม่ได้ ระวังจะเกิดภาวะไร้ระเบียบที่คนไม่เกรงกลัวกฎหมายและพร้อมจะเล่นงานกันคืนด้วยศาลเตี้ย ความอยุติธรรมนี้เป็นปีศาจที่ตามหลอกหลอนสังคมไทยให้เรารู้สึกเหมือนเห็นผีอยู่ต่อหน้าแต่จัดการเล่นงานอะไรมันไม่ได้

ใน 1-2 สัปดาห์นี้ต้องมีการเร่งกอบกู้วิกฤตความเชื่อมั่นให้ระบบยุติธรรมไทยอย่างเร็วที่สุด ตั้งแต่ฝ่ายตำรวจ (ซึ่งก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.ชี้มูลตำรวจทำคดีล่าช้าแค่ผิดวินัยไม่ร้ายแรง จนทำให้ความศรัทธาเสื่อมไประดับหนึ่งแล้ว) ฝ่ายอัยการ ที่ไม่ใช่การออกเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์ แต่ต้องชี้แจงเหตุผลแบบให้ถามตอบเป็นทางการ ไปถึงฝ่ายรัฐบาลเอง ที่จะต้องมีแอคชั่นให้เห็นว่า ไม่ได้เอื้อนายทุน” เราไม่อยากเห็นการท่องคาถา “ไม่ก้าวล่วงหน่วยงานอื่น” แล้ว

ต่อไป คนที่เป็นชนชั้นนำของสังคม ก็น่าจะแสดงสปิริตเคารพกฎหมาย แค่ยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว เยียวยาเหยื่ออย่างเหมาะสม มันก็เป็นต้นแบบให้คนเห็นว่า การบังคับใช้กฎหมายไม่ได้เหลื่อมล้ำ.
..............................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%