อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 4 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 4 สิงหาคม 2563

''มงคลชีวิต''หลักคิดสำหรับเด็ก-เยาวชนยุคดิจิทัล

เด็กและเยาวชนในปัจจุบันเติบโตมาพร้อมกับสังคมบริโภคนิยม ภายใต้กระแสโลกา ภิวัตน์ที่มีการพัฒนาความเจริญทางวัตถุมากกว่าความเจริญทางจิตใจเพื่อตอบสนองต่อการบำบัดความต้องการของผู้คนทั้งหลายอย่างไม่มีขีดจำกัด พฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.00 น.


“คลื่นลูกหลัง​ทยอยไล่คลื่นลูกแรก” เป็นคำอุปมาเปรียบเทียบให้เห็นถึงความจริงที่สรรพสิ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอกล่าวคือเด็กและเยาวชนกำลังเจริญเติบโต​ในทุกขณะจิตโดยจะเข้ามาแทนที่ผู้ใหญ่ที่กำลังอยู่ในช่วงวัยเสื่อมถอยลงเป็นลำดับ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญ รับผิดชอบต่อชาติบ้านเมืองในกาลเวลาข้างหน้านี้ ทุกภาคของสังคมจึงมีความมุ่งหวังกับเด็กและเยาวชนเป็นอย่างมาก

เริ่มตั้งแต่ครอบครัวมีความมุ่งหวังให้บุตรหลานมีความเอาใจใส่กับการศึกษาเล่าเรียน มีความประพฤติดี และสร้างชื่อเสียงให้แก่วงศ์ตระกูล สถานศึกษามีความมุ่งหวังให้นักเรียน นิสิต และนักศึกษา ได้รับความรู้จากการศึกษาเล่าเรียนแล้วนำไปประกอบอาชีพ สามารถดำเนินชีวิตเป็นปรกติสุขในสังคมได้ หน่วยงานต่าง ๆ มีความมุ่งหวังให้บุคลากรปฏิบัติ​หน้าที่อย่างมีวินัยและมีความรับผิดชอบ​ มีความขยันหมั่นเพียรและซื่อสัตย์ ทำงานตามภารกิจให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายขององค์กร และสังคมโดยรวมมีความมุ่งหวังให้เป็นพลเมืองดี ช่วยเหลือเกื้อกูลต่อกันด้วยความรักและสามัคคี ร่วมกันสร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้าให้แก่ชาติบ้านเมือง

ในขณะที่เด็กและเยาวชนในปัจจุบันเติบโตมาพร้อมกับสังคมบริโภคนิยม ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ที่มีการพัฒนาความเจริญทางวัตถุมากกว่าความเจริญทางจิตใจเพื่อตอบสนองต่อการบำบัดความต้องการของผู้คนทั้งหลายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จึงมีความเคยชินต่อการดำเนินชีวิตสมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและระบบสารสนเทศที่เป็นโลกเสมือนจริง ซึ่งไม่ใช่โลกอันแท้จริง มีความเปราะบางทั้งอารมณ์และความรู้สึก ไม่สามารถพึ่งพาตนเอง ต้องการความช่วยเหลือจากผู้อื่น ใจร้อนตามธรรมชาติของคนที่เปี่ยมด้วยพลัง

ปัญหาของเด็กและเยาวชนในทุกวันนี้ถูกครอบงำความคิดจากสังคมในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาสินค้าและบริการ ละครโทรทัศน์ เกมโชว์ ตลอดจนสื่อสังคม (Social media) ความน่ากังวลที่เกิดกับเด็กและเยาวชน คือ เป็นผู้สูบบุหรี่และดื่มสุราหน้าใหม่ที่ทวีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ติดยาเสพติด ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร (มากเป็นอันดับ 1 ของทวีปเอเชีย)​ ติดการพนัน ติดเกม เสพติดสื่อสังคมอย่างไม่ลืมหูลืมตา ฯลฯ จึงมีผลกระทบต่อการศึกษาเล่าเรียน สุขภาพและสัมพันธภาพกับบุคคลอื่น



ช่องว่างความสัมพันธ์ในครอบครัวทั้งในสังคมชนบทที่ล่มสลายไปแล้วและสังคมเมืองที่ไม่มีเวลา ไม่เห็นความสำคัญกับการอบรมเลี้ยงดูบุตรหลาน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กและเยาวชนตกอยู่ในความเสี่ยงต่อความเลวร้ายที่รุมเร้าอยู่รอบด้านจากสังคมที่มีความเห็นแก่ตัวและคอยเอารัดเอาเปรียบกันทุกวิถีทาง ผลักดันให้เด็กและเยาวชนต้องเดินผิดเส้นทางเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ นับเป็นปัญหาอันใหญ่หลวงของบ้านเมืองที่ทุกภาคส่วนของสังคมจะได้ตระหนักถึงสภาพปัญหาที่เป็นอยู่และหาทางออกร่วมกัน เพื่อเด็กและเยาวชนจะได้มีอนาคตที่ดีขึ้น

เป็นที่น่าเสียดายว่าเด็กและเยาวชนถึงแม้จะได้เรียนวิชาสังคมศึกษา (พระพุทธศาสนา) และเข้าค่ายกิจกรรมคุณธรรมกับวัดต่างๆ แต่ไม่มีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างถูกต้อง จึงไม่เห็นโทษของการกระทำทุจริตทั้งทางกายและวาจา จึงใคร่น้อมนำมงคลชีวิตซึ่งเป็นเหตุแห่งความสุข ความก้าวหน้าในการดำเนินชีวิต มี 38 ประการ อาทิ ไม่คบคนพาล คบบัณฑิต บูชาบุคคลที่ควรบูชา มีวินัยที่ดี บำรุงบิดามารดา มีความถ่อมตน มีความกตัญญู มีความอดทน ฟังธรรมตามกาล ฯลฯ

เด็กและเยาวชนยังต้องระวังทางแห่งการกระทำความชั่ว ซึ่งเป็นทางนำไปสู่ความเสื่อมและความทุกข์ (อกุศลกรรมบถ 10) มี10 ประการ ดังนี้ ทางกาย 3 ประการ คือ ทำชีวิตให้ตกล่วง หรือ ปลงชีวิต ถือเอาของที่เขามิได้ให้โดยอาการขโมย ประพฤติผิดในกาม ทางวาจา มี 4 ประการ คือ พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดหยาบคาย พูดเพ้อเจ้อ ทางใจ มี 3 ประการ คือ คิดอยากได้ของผู้อื่น แค้นใจต่อผู้อื่น เห็นผิดจากทำนองคลองธรรม

สภาพการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันที่มีนักเรียน นิสิตและนักศึกษาออกมาเคลื่อนไหว​ทางการเมืองเพื่อเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ​ ให้นายกรัฐมนตรี​ลาออกและมีการจาบจ้วงสถาบัน กรณีที่มีความบริสุทธิ์​ใจ มีความจริงใจและปรารถนา​ดีต่อชาติบ้านเมืองก็ไม่น่าจะมีปัญหากระไร แต่กรณีที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์เพราะถูกครอบงำความคิดทางการเมืองอย่างสุดโต่งและถูกชักจูงด้วยข้อมูลที่บิดเบือนก็เป็นเรื่องที่น่ากังวล

ส่วนกรณีที่เข้าร่วมกับขบวนการ​บ่อนทำลายชาตินั้นเป็นเรื่องที่น่ากังวลยิ่งต่อความสงบสุขและความเจริญมั่นคงของประเทศชาติ ฉะนั้นการเคลื่อนไหวทางการเมืองของนักเรียน นิสิตและนักศึกษาจะต้องคำนึงถึงความเป็นนิติรัฐของชาติบ้านเมือง ไม่เช่นนั้นแล้วก็จะเกิดกลียุคเป็นสังคมอนาธิปไตย (Anarchy) ไม่ใช่สังคมประชาธิปไตย (Democracy) อย่างที่ขบวนการบ่อนทำลายชาติชอบแอบอ้างกัน โดยมีการยุยงปลุกปั่นสร้างความวุ่ยวายให้กับบ้านเมือง เด็กและเยาวชนจึงต้องปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เป็นพระราชบัญญัติอย่างเคร่งครัด ดังนี้



สภาพการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันที่มีนักเรียน นิสิตและนักศึกษาออกมาเคลื่อนไหว​ทางการเมือง กรณีที่เป็นความบริสุทธิ์​ใจ มีความจริงใจและปรารถนา​ดีต่อชาติบ้านเมืองก็ไม่น่าจะมีปัญหากระไร กรณีเคลื่อนไหวทางการเมืองที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์เพราะถูกชักจูงด้วยข้อมูลที่ถูกบิดเบือนก็เป็นเรื่องที่น่ากังวล แต่ถ้าหากเป็นกรณีเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีอกุศลจิตและอกุศลเจตนาเข้าร่วมกับขบวนการ​บ่อนทำลายชาติบ้าน​เมืองนับเป็นเรื่องอันตรายยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดก็ตามแต่ ผู้เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองจะต้องคำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก รวมถึงการเข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองในที่สาธารณะ​ต้องเป็นไปตามกฎหมาย​ที่บัญญัติไว้ทั้งในกฎหมายรัฐธรรมนูญ​และกฎหมายที่เป็นพระราชบัญญัติ

บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น และมีเสรีภาพในการชุมนุมสาธารณะ ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ได้บัญญัติไว้ว่า การจำกัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทำมิได้ เว้นแต่เพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยสาธารณะความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น ดังนั้น เพื่อให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย จึงมีการกำหนดหลักปฏิบัติให้ผู้ชุมนุมปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2558 โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

การจัดการชุมนุมสาธารณะใดๆ นั้นจะต้องเป็นไปโดยสงบและปราศจากอาวุธ โดยผู้ชุมนุมมีหลักปฏิบัติ เช่น ไม่ทำกระทำการอันใดให้เกิดความไม่สะดวกแก่ประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ ไม่พกพาอาวุธ ไม่ใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญผู้อื่นให้ได้รับอันตรายหรือถึงแก่ชีวิต ไม่บุกรุกหรือทำลายซึ่งทรัพย์สิน ไม่ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ผู้ซึ่งดูแลความสงบเรียบร้อยของการชุมนุมสาธารณะ และไม่เดินขบวนหรือเคลื่อนย้ายการชุมนุมระหว่างเวลา 18.00 น. – 06.00 น. เป็นต้น

ทั้งนี้ การชุมนุมสาธารณะจะต้องไม่กีดขวางหรือมีลักษณะเป็นการขัดขวางการปฏิบัติในสถานที่ดังนี้ เช่น สถานที่ราชการ ท่าอากาศยาน ท่าเรือ สถานีขนส่งสาธารณะ โรงพยาบาล สถานศึกษา เป็นต้น ห้ามจัดการชุมนุมในรัศมี 150 เมตร จากพระบรมมหาราชวัง พระราชวัง วังของพระรัชทายาท หรือของพระบรมวงศ์ตั้งแต่สมเด็จเจ้าฟ้าขึ้นไป พระราชนิเวศน์ พระตำหนัก หรือจากที่ซึ่งพระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท พระบรมวงศ์ตั้งแต่สมเด็จเจ้าฟ้าขึ้นไป หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ประทับหรือพำนัก หรือสถานที่พำนักของพระราชอาคันตุกะ รวมทั้งภายในพื้นที่ของรัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล และศาล เว้นเสียแต่จะมีการจัดสถานที่การชุมนุมสาธารณะภายในพื้นที่เป็นการเฉพาะ การขออนุญาตการชุมนุมสาธารณะ ผู้ประสงค์จะดำเนินการจัดการชุมนุมสาธารณะจะต้องแจ้งต่อหัวหน้าสถานีตำรวจในพื้นที่นั้นๆ ไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง



สำหรับบทกำหนดโทษในกรณีที่มีการฝ่าฝืนพรบ.การชุมนุมสาธารณะ เช่น ผู้จัดการชุมนุมไม่ได้แจ้งว่าจะมีการชุมนุมสาธารณะต่อเจ้าหน้าที่ มีโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท การชุมนุมสาธารณะในสถานที่ต้องห้าม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ชุมนุมดำเนินการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อาทิ การพกพาอาวุธ มีการบุกรุก มีการทำให้เกิดความกลัว ทำอันตรายต่อสิทธิเสรีภาพ ใช้กำลังประทุษร้ายต่อร่างกาย ฯลฯ มีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นต้น

ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์​จะดำรงอยู่กับประเทศไทยตราบนานเท่านานต่อเมื่อคนในชาติมีหลักคิดที่ถูกต้องและไม่บกพร่องในจิตสำนึก ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กำลังลุกลามขยายตัวไปทั่วโลกอย่างไม่หยุดยั้งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรงในขณะที่รัฐบาลยังมีปัญหาใหญ่ต้องสะสางแก้ไขอีกพะเรอเกวียน อาทิ ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ปัญหาการหลอกลวงฉ้อโกงประชาชนปัญหาความไม่เป็นธรรมทางสังคม ปัญหายาเสพติด ปัญหาการพนัน ปัญหาการค้ามนุษย์ ปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัญหามลพิษ

ตลอดจนการเดินหน้าปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ฯลฯ เป็นสิ่งที่คนในชาติต้องร่วมกันตระหนักถึงสภาพปัญหาที่มีอยู่ ทุกภาคส่วนของสังคมจึงต้องมีส่วนร่วมในการแสวงหาทางออกเพื่อแก้ปัญหาต่างๆให้ลดน้อยลงหรือหมดสิ้นไป เพื่อรักษาประเทศชาติให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และส่งมอบต่ออนุชนคนรุ่นหลังให้มีความวัฒนาถาวรสืบไป
............................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    79%
  • ไม่เห็นด้วย
    21%

บอกต่อ : 32