อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2563

คุมเข้มโคนำเข้าจากตปท. สร้างความมั่นใจผู้บริโภค

กรมปศุสัตว์ วางมาตรการเข้มประเทศนำเข้าโคมีชีวิตทางเรือ ต้องไม่พบโรคระบาดสัตว์ ถึงไทยต้องผ่านการตรวจสุขภาพโค-เอกสาร และส่งเข้าสถานกักกันสัตว์ก่อนนำไปใช้ประโยชน์ พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563 เวลา 14.00 น.


นายสัตวแพทย์ชาคริต ภูมิศรีจันทร์ หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ท่าเรือกรุงเทพ กล่าวว่า การนำเข้าโคมีชีวิตจากต่างประเทศโดยทางเรือ ประเทศนำเข้าต้องปลอดโรคระบาดสัตว์ เช่น ปลอดจากโรคปากและเท้าเปื่อย หรือโรคอื่นๆ ที่กรมปศุสัตว์กำหนด โดยยึดหลักเกณฑ์จากองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (World Organization for Animal Health หรือ OIE) และต้องผ่านการตรวจรับรองแหล่งผลิตจากกรมปศุสัตว์ก่อน
 


ปัจจุบัน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่นำเข้าโคมีชีวิต มาจากประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสหรัฐอเมริกา เป็นต้น กรณีประเทศนำเข้าพบโรคระบาดสัตว์ ตาม พ.ร.บ. โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 กรมปศุสัตว์จะประกาศชะลอนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อเข้าสู่ประเทศไทย
 


สำหรับผู้ประกอบการที่มีความประสงค์นำเข้าโคโดยการขนส่งทางน้ำ ต้องได้รับใบแจ้งอนุญาตนำสัตว์เข้าในราชอาณาจักร (แบบ ร.6) และเมื่อโคถึงประเทศไทยต้องผ่านการตรวจเอกสารและสุขภาพโคจากสัตวแพทย์ของด่านกักกันสัตว์ท่าเรือกรุงเทพ เช่น ดูตา ปาก และกีบ เพื่อหาร่องรอยวิการของโรคปากและเท้าเปื่อย หากร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงจึงออกใบอนุญาตนำสัตว์เข้าในราชอาณาจักร (แบบ ร.7) แก่ผู้ประกอบการ
 


เพื่อเคลื่อนย้ายโคจากเรือขึ้นรถบรรทุก โดยก่อนออกจากท่าเรือ เจ้าหน้าที่ ด่านกักกันสัตว์ฯ จะพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรครอบรถทุกคัน ก่อนเข้าสถานกักกันสัตว์ที่กรมปศุสัตว์รับรอง เมื่อทดสอบโรคผ่านจึงจะอนุญาตให้ผู้ประกอบการนำสัตว์ไปใช้ประโยชน์ตามที่ได้แจ้งขออนุญาตต่อไป
 


“กรมปศุสัตว์ มีนโยบายส่งเสริมและผลักดันให้เกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อ เพื่อบริโภคในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น สปป.ลาว และเวียดนาม ยังวางแผนส่งออกโดยเปิดตลาดใหม่ที่ประเทศจีน ดังนั้น กรมปศุสัตว์ จึงต้องทำงานเข้มงวดเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่ เพื่อให้โคที่นำเข้ามีคุณภาพ ควบคู่กับการส่งออกที่ได้มาตรฐาน ถูกสุขอนามัย ปราศจากโรค และปลอดภัยตอบโจทย์ผู้บริโภค” นายสัตวแพทย์ชาคริต กล่าว

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 15