อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2563

วัดใจ"บิ๊กตู่"กู้วิกฤติเชื่อมั่น ดันเศรษฐกิจผงกพาไทยรอด

ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก อีกแล้ว!! ประเทศไทยกำลังจะเดินไปข้างหน้า แม้ยังไม่แข็งแรงแข็งแกร่งอะไรกันมากนัก ก็ตาม แต่ก็พยายามก้าวเดินอาจต้องใช้ไม้เท้า…ไม้ค้ำยัน…กันบ้างก็ตาม จันทร์ที่ 7 กันยายน 2563 เวลา 08.00 น.


ที่สำคัญการก้าวเดินแต่ละก้าว ก็ดูเหมือนว่าจะสะดุดขวากหนามให้หัวคะมำกันเรื่อยไป ทั้งเรื่องของ “ทีมเศรษฐกิจ” ที่สุดแสนจะหายาก โดยเฉพาะบรรดา “กูรู” ทั้งหลาย ที่กว่าจะตกลงยินยอม ควานหาตัวมาได้แต่ละครั้ง ก็ต้องหว่านล้อมกันถึงที่สุด

แต่พอหามาได้ ด้วยใจบริสุทธิ์ ต้องการเข้ามาช่วยกันบริหารบ้านเมืองที่กำลังวิกฤติในเวลานี้ให้ลืมตาอ้าปากขึ้นมาให้ได้ ก็ต้องมาพบมาเจอมรสุม “การเมือง” ที่หวังแต่ผลประโยชน์ สุดท้าย!! ทนไม่ไหวด้วยความที่ไม่ใช่ “สไตล์” ก็ต้องขอหลีกลี้หนีภัยออกไป

หรือจะเป็นเรื่องของการรวมพลังของกลุ่มก้อนเลือดใหม่ ที่คัดค้าน “ระบบ” จนอาจกลายเป็นคลื่นใต้น้ำจนส่งผลกระทบถึงการบริหารประเทศ



แม้ในเรื่องของ “ทีมเศรษฐกิจ” ที่ขาดตัว “ขุนคลัง” ที่อาจหาคนใหม่มาแทนได้ จะเป็น…ข้าราชการในกระทรวงการคลัง หรือมาจากหน่วยงานอื่น หรืออาจเป็นทีมของนายกฯ ตามที่หลายฝ่ายคาดเดากันไว้ อาจกู้ความเชื่อมั่นกลับมาได้เร็ว ถ้าคนที่มาใหม่ “ไม่ยี้” จนเกินไปนัก

ขณะที่เรื่อง “การเมือง” แม้เป็นอีกหนึ่งอุปสรรค แต่ก็เชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศยังไม่หวาดวิตก จน “ผวา” กันไปทั้งเมืองหรือทำให้เกิดความระส่ำระสายอะไรกันมากนัก

แต่ที่หนักสุดในเวลานี้ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของการติดเชื้อ “โควิด-19” ในประเทศ ที่ทีมงานทีมบริหาร และคนไทยทั้งประเทศต่างระแวดระวังรักษาตัวเองอย่างเข้มข้น สุดท้ายพอพ้น “100” วัน ก็ต้องพบเจอกับคนที่ติดเชื้อในประเทศ

จนถึงเวลานี้…ยังไม่รู้ที่ไปที่มาด้วยซ้ำไปว่าติดเชื้อมาจากไหน หรือติดเชื้อมาจากใคร แม้ผู้ที่เกี่ยวข้องหรือผู้สุ่มเสี่ยงทั้งเสี่ยงมากและเสี่ยงต่ำ ในหลาย ๆ กลุ่ม ยังไม่ได้ติดเชื้อไปด้วยก็ตาม
ทั้งหลายทั้งปวง ก็ยังไม่สามารถวางใจได้ เพราะต้องรอระยะเวลาการตรวจเชื้อซ้ำ สิ่งเหล่านี้…กำลังกลายเป็นอุปสรรคขวากหนามที่สำคัญ กับการผลักดันให้ประเทศ ให้เศรษฐกิจไทยผงกหัว

ด้วยเหตุที่เกิดขึ้น ถือเป็นเหตุที่กระทบต่อ “ความเชื่อมั่น” ของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ !!



ยิ่งในเวลานี้รัฐบาล ได้พยายามอย่างมุ่งมั่นที่จะเรียกรายได้ของประเทศกลับคืน โดยการใช้ “การท่องเที่ยว” เป็นตัวนำ ด้วยการผุด “ภูเก็ตโมเดล” ขึ้นมา แถมยังเตรียมพร้อมในทุกด้านเพื่อ “คิกออฟ” กันในวันที่ 1 ..นี้

อย่างที่รู้กันประเทศไทยจะยังอยู่กับ “โควิด-19” ต่อไปอีกอย่างน้อย 2 ปี แถมเชื้อโควิด-19 ยังกลายพันธุ์ไปเรื่อย ๆ ความพยายามในการคิดค้นการผลิตวัคซีนออกมาป้องกัน ออกมาต่อสู้ ก็อาจทำได้ในระดับหนึ่ง

แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครรู้ว่าทุกอย่างจะ “สงบ” หรือ “บานปลาย” และต้องใช้เวลาอีกนานเท่าใด!!

ก่อนหน้านี้แบงก์ชาติยอมรับว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะดีขึ้นหรือแย่ลง แม้ว่าในเดือนมิ.ย.-ก.ค.ที่ผ่านมา หลังรัฐบาลคลายล็อกดาวน์ในหลาย ๆ มาตรการ หลายสิ่งหลายอย่างเริ่มดีขึ้นเริ่มผงกหัวขึ้นบ้าง แต่เมื่อมองไปข้างหน้ายังมีความไม่แน่นอนสูง

โดยเฉพาะตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เชื่อว่าจะมีเพียง 6.7 ล้านคน ขณะที่บางสำนักวิจัยได้คาดการณ์ว่าจีดีพีไทย จะติดลบหนักสุดถึง 10% และจะยิ่งหนักหนาสาหัสลงไปอีก หากรัฐบาลต้องใช้มาตรการ “ปิดเมือง” เพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19 รอบสอง

ที่น่าสนใจ…แบงก์ชาติย้ำไว้ชัด ๆ ว่าความสำคัญยิ่งกว่าคือ…จะทำอย่างไรเพื่อให้เศรษฐกิจในปีหน้า หรือในปี 64 นั้นเดินหน้าต่อไปได้ หากนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับเข้ามาไม่ได้ เพราะไทยไม่ฟื้น ขณะที่โลกกำลังฟื้น



การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือททท.บอกว่า เวลานี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยแล้ว 2 คน โดยเป็นชาวเม็กซิกัน ที่ใช้สิทธิเดินทางมากับบัตรอีลิทการ์ด และอีกคนเป็นชาวกัมพูชา ที่เดินทางมาโดยใช้สิทธิกับบริษัทไทยจัดการลองสเตย์

หากความชัดเจนของการติดเชื้อโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ยังไม่ได้ความชัดเจนถึงสาเหตุและที่ไปที่มา ก็จะกลายเป็นว่ามาตรการที่รัฐบาลพยายามทำมาโดยตลอดอาจ “ว่างเปล่า”

แม้ในความจริงแล้วจีดีพีไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “การท่องเที่ยว” อย่างเดียว แต่ในส่วนอื่น ๆ ทั้งการส่งออก การลงทุน การบริโภคในประเทศ ณ เวลานี้ ก็ยังไม่ได้ฟื้นตัวขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่รัฐบาล “ถมเงิน” ไปหลายแสนล้านบาทแล้วก็ตาม

ในฐานะผู้บริหารประเทศ จึงต้องชั่งน้ำหนัก คิดให้หนัก เพื่อให้การเปิดเศรษฐกิจและการป้องกันด้านสาธารณสุข นั้นไปด้วยกันให้ได้...
..............................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู” 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    55%
  • ไม่เห็นด้วย
    45%

บอกต่อ : 126