อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2563

เรื่องแปลก ๆ ของ"วิชัย"กับ"กิตติ"

นี่คือเรื่องราวครั้งหนึ่งในกาลเวลา วิชัยนั่งปาดเหงื่อ หัวใจเต้นแรง แต่ก็มิวายขำพรุ่งนี้จะเฉลยให้กิตติฟังว่า ผู้หญิงที่เข้าห้องน้ำไปน่ะ สงสัยจะเป็นผี เจอหลอกเสียแล้ว แต่เจ้าตัวเปลี่ยนใจ โทรฯบอกเลยดีกว่า จะได้ให้มันขนหัวลุกเล่น คิดได้ดังนั้นก็ขำออกมาเสียดัง ทำเอาผู้ช่วยงงว่า เจ้านักข่าวคนนี้มันเป็นบ้าอะไร พุธที่ 9 กันยายน 2563 เวลา 12.00 น.


บางครั้งการทำงานเป็นนักข่าวอาชญากรรม ที่จริงนักข่าวสายอื่น ๆ งานหลักก็คือการ “รอ” มากกว่าจะได้ทำข่าวจริง ๆ เปรียบเหมือนนักวิ่ง 100 เมตรที่ซ้อมเป็นปี ๆ เพื่อที่จะได้วิ่งจริง ๆ ไม่ถึง 10 กว่าวินาที นักข่าวก็แบบนั้นแหละครับคุณผู้อ่านทุกท่าน รอเป็นชั่วโมง นั่งรถไปทำข่าวหลายชั่วโมง เพื่อที่จะทำข่าวจริง ๆ ไม่ถึง 10 วินาทีก็มี

ดังนั้นเวลาไปเฝ้ารอ สมัยที่มือถือยังทำหน้าที่ได้ไม่กี่อย่าง นักข่าวบางคนจึงมักหาเบียร์มาจิบฆ่าเวลากัน จิบไปจิบมา เมาก่อนจะได้ทำข่าวก็มี

วิชัย ดื่มไปหลายกระป๋อง ที่จริงก็ซื้อมาเองไม่เยอะ แต่ตำรวจมาเห็นก็เลยร่วมวงเบา ๆ เบียร์มันเลยขยายไปหลายกระป๋อง ฟากกิตติสมัยยังทำงานนักข่าวก็ร่วมกินกันด้วย เพราะกองบรรณาธิการสุดที่รักสั่งว่าจะมีการพาผู้ต้องหาสำคัญเข้าโรงพัก นักข่าวจำนวนหนึ่งก็รู้ว่าเป็นการสั่งกันไว้ก่อน ไม่มาหรอก แต่เมื่อให้เฝ้าก็ต้องเฝ้า

ที่นี่กินกันแบบหลบมุมในโรงพัก ก็ปวดฉี่ต้องไปเข้าห้องน้ำ ฟากนักข่าวทีวีก็จะมีอีกมุม ฟากนักข่าวหนังสือพิมพ์ก็จะอยู่กันอีกมุม นักข่าววิทยุนั้นตอนกลางคืนไม่ค่อยมี แต่ส่วนใหญ่ก็จะไปคุยกับนักข่าวทีวี เพราะวันหนึ่งคนข่าววิทยุก็อาจจะได้ก้าวไปทำทีวี เพราะมีทักษะด้านเสียง ที่อยู่คนละวงนั้น ไม่ได้เกลียดอะไรกัน แต่เพราะมันเป็นสไตล์การทำงานของใครของมัน นักข่าวทีวีนั้นเป็นสาว ๆ หน้าตาดีเสียมาก ตำรวจบางคนเจอความงามก็ให้ข้อมูลแหลกเลย ส่วนนักข่าวหนังสือพิมพ์นั้นดิบเถื่อน สามารถเกาะติดได้ยาวกว่า ดังนั้นจึงได้ข้อมูลจากตำรวจชั้นประทวน หรือรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในโรงพักที่ไม่ต้องเน้นภาพเสียง ก็จะร่ายเป็นตัวหนังสือได้ดี



นี่คือเรื่องราวครั้งหนึ่งในกาลเวลา สมัยนี้แย่กันหมดแล้วครับ วงการสื่อสารมวลชนอาจต้องจัดการเรียนการสอนชำระจริยธรรมสื่อ กับบทบาทของตัวเองกันหน่อยแล้ว เพราะเราแทบจำกัดความ “ข่าว” ได้แบบเดิมอยู่หรือไม่ ถ้าขนาดผู้ต้องสงสัยในคดีสามารถร้องเพลงแล้วทำข่าวได้ สรรพสิ่งสากลในโลกนี้ ใบไม้ปลิวไหวตกหน้าบ้านคนมีชื่อเสียง ก็เพียงพอจะเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศได้เช่นกัน

ถึงบรรทัดนี้ขอขมวดคิ้วแสดงความเศร้าเซ็งกันนิด

วิชัยบอกกิตติเฝ้าโรงพักไว้ ตัวเองเดินไปฉี่ เจอกับป๋า ร้อยตำรวจตรีตำรวจแก่ ๆ มากประสบการณ์หน้าห้องขังก็ทักทายประสาคนรู้จัก “เข้าเวรเหรอครับป๋า”

“ใช่ ถึงเช้าเลย นี่ห้องขังเพิ่งมีผู้หญิงผูกคอตายด้วย” วิชัยกลืนน้ำลายเฮือก เรื่องศพนะไม่กลัว แต่อะไรบางอย่างที่พิสูจน์ไม่ได้น่ะน่ากลัว แต่ก็หันไปยิ้มให้ป๋าพลางด่าในใจว่าจะพูดทำไม ก่อนเดินเข้าห้องน้ำกันไป



ออกมาก็เดินกลับไปหลบมุมกับวิชัยนั่งครุ่นคิดอะไรกันต่อ เดินผ่านป๋าก็ยิ้มให้ “เมื่อวานสายตรวจเจอคนตายเข้าห้องน้ำ หลอนเลย”

น้ำลายเฮือกใหญ่กลืนลงคอ “ห้องน้ำไหน”

“ที่เอ็งเข้าน่ะ”

วิชัยแน่นิ่งเดินลิ่วไปกินเบียร์กับกิตติต่อ ก็เพลิดเพลินกันเบา ๆ ทีนี้นักดื่มทั้งหลายคงรู้ว่า กินเข้าไปมาก ๆ ของแบบนี้ พอติดเครื่องปวดฉี่บ่อย กิตติลุกไปก่อน วิชัยตัดสินใจหาที่มืด ๆ เงียบ ๆ แล้วซัดเข้ามุมอย่างทันที

“กลับแล้วนะคะ” นักข่าวทีวีสาวสวยเดินมาทัก วิชัยเก็บของตัวเองเกือบไม่ทัน หันมาทักทายยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ดีที่มืด เพราะซิปไม่ทันรูด “ทำอะไรนะพี่”

“จะหาที่สูบบุหรี่หน่อยนะ” วิชัยแก้ตัวขุ่น ๆ บุหรี่นั้นสูบบ้าง แต่ไม่เคยซื้อ ไฟแช็กก็ไม่มี แต่จะบอกว่าปัสสาวะมันก็เสียทรง หญิงสาวนักข่าวทีวีจากไป วิชัยนั่งจิบเบียร์ครุ่นคิดอะไรเพลิน ๆ รอเสียนานกิตติก็ยังไม่มา เริ่มงงว่ามันไปไหน จะโทรฯหาก็ใช่ที่ โรงพักมีแค่นี้จะหายไปไหนได้ สักพักกิตติเดินกลับมา วิชัยถามพลางสงสัยว่าทำไมไปนานนัก

“ก็จะเข้าห้องน้ำแหละ มีผู้หญิงเดินจ้ำ ๆ เข้าก่อนผมนะสิ รอนานเลย ก็ไม่ยอมออกมา เลยต้องขึ้นไปชั้น 3 แทบแย่”

“กลับกันเถอะ” วิชัยฟังจบก็กล่าวสั้น ๆ กิตติพลางงง ยังไม่ออกเวร ทิ้งกันง่าย ๆ เลยเหรอ “เชื่อพี่กลับกันเถอะ กลับๆๆๆ” วิชัยกวาดกระป๋องเบียร์โยนลงถังขยะ แล้วพากิตติเดินจะขึ้นรถใครรถมัน ฟากกิตติยังงง ๆ ไม่หาย “พี่จะรีบไปไหน เห็นนักข่าวทีวีกลับ พี่ก็รีบกลับเลยเหรอ ขี้เกียจนะเรา”

“เชื่อพี่กลับๆๆ หรือไปกินต่อก็ได้ เรียกหนอนโรงพักไปหาร้านนั่งดีกว่า”



กิตติยังไม่หายงง แต่พี่บอก น้องก็ยอมเชื่อ ทั้งสองแยกย้ายกันขึ้นรถขับออกจากโรงพักกันแบบมองเวลา ว่าจะไปไหนต่อ เพราะยังไม่ออกเวร

วิชัยนั่งปาดเหงื่อ หัวใจเต้นแรง แต่ก็มิวายขำพรุ่งนี้จะเฉลยให้กิตติฟังว่า ผู้หญิงที่เข้าห้องน้ำไปน่ะ สงสัยจะเป็นผี เจอหลอกเสียแล้ว แต่เจ้าตัวเปลี่ยนใจ โทรฯบอกเลยดีกว่า จะได้ให้มันขนหัวลุกเล่น คิดได้ดังนั้นก็ขำออกมาเสียดัง ทำเอาผู้ช่วยงงว่า เจ้านักข่าวคนนี้มันเป็นบ้าอะไร

“กิตติ” วิชัยโทรฯหา

“ครับพี่”

“ที่เอ็งเห็นเมื่อกี้นะ”

“เอ่อ...พี่รู้ยัง ป๋าหน้าห้องขังที่เราเจอแกประจำนะ แกเสียแล้วเมื่อวานนี้ ผมเจอสายตรวจเลยถาม เพราะไม่เห็นป๋าแกหน้าห้องขังอีกแล้ว”

ว่าแต่...กิตติพูดต่อ “พี่วิชัยโทรฯบอกว่าเห็นเมื่อกี้นี้ มันเรื่องอะไรเหรอครับพี่...ฮัลโหล...ฮัลโหล...พี่วิชัยได้ยินเสียงผมไหมครับ เฮ้พี่วิชัย...เฮ้ๆๆๆๆ ฮัลโหลๆๆๆ ทำไมแกไม่พูดต่อนะ เป็นอะไรของแก”
................................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    60%
  • ไม่เห็นด้วย
    40%

บอกต่อ : 115