อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563

ความคาดหวังต่อ ผบ.ตร.ใหม่ กับนโยบาย 20 ข้อ

“บิ๊กปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ป้ายแดง ได้เปิดแถลงข่าวเป็นครั้งแรกในฐานะ ผบ.ตร. โดยแน่นอนว่า คดีที่เป็นที่สนใจที่สุดที่คนติดตาม (เพราะสื่อบางหัวเล่นมายาวนานเหลือเกิน) คือคดี “ด.ญ.ชมพู่” ที่บิ๊กปั๊ดรับผิดชอบคดีนี้เอง ซึ่งบางคนก็งงๆ ว่า ทำไม ผบ.ตร.ถึงเลือกแถลงคดีที่ยังไม่เสร็จแทนที่จะแถลงนโยบาย พฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม 2563 เวลา 08.00 น.


เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา “บิ๊กปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ป้ายแดง ได้เปิดแถลงข่าวเป็นครั้งแรกในฐานะ ผบ.ตร. โดยแน่นอนว่า คดีที่เป็นที่สนใจที่สุดที่คนติดตาม (เพราะสื่อบางหัวเล่นมายาวนานเหลือเกิน) คือคดี “ด.ญ.ชมพู่” ที่ บิ๊กปั๊ด รับผิดชอบคดีนี้เอง ซึ่งบางคนก็งงๆ ว่า ทำไม ผบ.ตร.ถึงเลือกแถลงคดีที่ยังไม่เสร็จแทนที่จะแถลงนโยบาย แต่ก็ถือว่าเป็นคดีที่คนติดตามก็แล้วกัน



คดีนี้ “ลุงพล” นายไชย์พล วิภา ที่ถูกกล่าวหาว่า “น่าจะมีส่วนในการเสียชีวิตปริศนาของ ด.ญ.ชมพู่” มาฟังบิ๊กปั๊ดแถลงด้วยตัวเอง ซึ่งสื่อบางสื่อคงอยากได้ซีนให้นายไชย์พลถาม แต่ถ้าให้ถามก็เกรงว่าจะยาว ก็เลยสรุปได้ว่า “คดียังไม่ปิด สามารถรื้อฟื้นได้ในช่วง 20 ปี แล้วที่แน่ๆ คือ ด.ญ.ชมพู่ไม่ได้ขึ้นเขาไปเองแน่นอน มีคนพาคนขึ้นไป” พร้อมกันนี้บิ๊กปั๊ดก็ยังบอกให้คนที่พา ด.ญ.ชมพู่ขึ้นไปตายว่า ขอให้คนร้ายที่ฟังอยู่เครียดต่อ เพราะเรายังไม่เลิกสอบสวน



ในโลกนี้จริงๆ ก็มีคดีปริศนาที่คลี่คลายไม่ได้อยู่มาก อยากในเกาหลีใต้ก็มีคดีฆ่าต่อเนื่องที่เอาไปสร้างหนังเรื่อง memories of murder ที่ยังหาตัวคนร้ายไม่ได้ หรือคดีที่เอาไปสร้างหนังเรื่อง frog boy เกี่ยวกับเด็กกลุ่มหนึ่งที่ขึ้นเขาไปหากบ แล้วก็หายไปทั้งกลุ่ม หาอยู่นานกว่าจะพบศพ แล้วดันไปพบไอ้ตรงที่เคยหานั่นแหละ ก็ยังคลี่คลายไม่ได้เหมือนกัน แต่คดี ด.ญ.ชมพู่ก็หวังให้ “บิ๊กปั๊ด” สร้างความกระจ่างให้สังคมให้ได้

จริงๆ แล้ว ในวันเดียวกันนั้น บิ๊กปั๊ดก็ได้แบ่งงานตำรวจระดับรอง ผบ.ตร. และมอบนโยบายตั้งแต่รอง ผบ.ตร.ไปจนถึงระดับสารวัตร ซึ่งนโยบายของ ผบ.ตร.ใหม่มี 20 ข้อ คือ 1.จากนี้ไปการทำงานทุกสายต้องมีคณะทำงานในการงานขับเคลื่อนงานทุกสาย อย่างเป็นระบบ  2.ต้องการให้ตำรวจทุกระดับชั้นมาร่วมกันวาดภาพว่าตำรวจใน 5 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ซึ่งก็เป็นภาพฝันในเรื่องการปฏิรูปตำรวจ ซึ่งตอนนี้ก็ไม่รู้อยู่ไหนเหมือนกัน  

3.ต้องสอนให้ตำรวจทุกระดับมีความรู้ ทั้งด้านกฎหมายและยุทธวิธี มีแผนเผชิญเหตุ ผู้บังคับบัญชาต้องจัดฝึกให้ชำนาญ  4.อยากเห็นตำรวจนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงานภาคสนาม เช่น สายตรวจใช้มือถือหรือ แท็บเล็ต เก็บและตรวจสอบข้อมูล ในการระงับเหตุไว้ทุกครั้งได้ อันนี้ก็ต้องมีการฝึกฝนตำรวจในเรื่องการใช้เทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ต้องระวังกลายเป็นที่แคลงใจอีกว่าจะมีการตั้งงบประมาณซื้ออะไรเพิ่มหรือไม่

5.จะต้องฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ เล่นเหตุตีกันในโรงพยาบาล ตำรวจจะปฏิบัติร่วมกันอย่างไร นี่เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพูดถึงกันในระดับ ผบ.ตร.แล้ว เพราะปัจจุบันเกิดเหตุเช่นนี้บ่อยเหลือเกิน พอไล่จับกันจริงๆ ก็อ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อีผู้ปกครองของวัยโจ๋ที่จะต้องชดใช้ค่าเสียหายเครื่องมือแพทย์ก็อ้างความจนว่าน่าสงสาร แล้วก็ตามมาด้วยวลีประเภท “ลูกฉันเป็นคนดี”ซึ่งฟังแล้วแสลงหูพิลึก ก็อยากให้ ผบ.ตร.จัดการให้เด็ดขาดไปเลย

6.จะฝึกตำรวจอย่างไร อย่างแรกต้องปรับวิธีคิดก่อน โดยเฉพาะการสื่อสารกับประชาชน นี่เป็นเรื่องความท้าทายมากในยุค บิ๊กปั๊ด เป็น ผบ.ตร.เพราะเราก็เห็นกันอยู่ว่า ปัจจุบันนี้ หน่วยงานที่ต้องลงไปจัดการม็อบคือตำรวจ แล้วตำรวจจะสื่อสารอย่างไรไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมนำไปขยายความให้เรื่องมันบานปลายขึ้นไปอีก จนกระทั่งเขามีการรณรงค์ให้แก้ ป.อาญา  ม.116 เพื่อสิทธิในการชุมนุมโจมตีรัฐบาลอยู่  ตำรวจเป็นหน่วยงานหลักต้องรอมชอมได้ ไม่ใช่จับกุมให้บานปลาย

7.ทีมเวิร์คเป็นเรื่องสำคัญ ต้องทำงานเป็นทีม 8.การบริหารงาน เรามีทรัพยากรจำกัด จะต้องบริหารให้ดี เช่น ตำรวจอังกฤษที่ลดจำนวนผู้บริหารสถานีลงเพื่อเพิ่มจำนวนผู้ปฏิบัติงาน 9.ต้องช่วยกันเพื่อเป็นมรดกของคนรุ่นหลัง การตรวจตัวชี้วัด ต้องปรับให้เป็นแนวทางเดียวกัน 10.เรื่องแผนต้องบอกได้ว่าแต่ละปีจะทำอะไรบ้าง เช่น งานจราจร เรื่องตัดแต้มจะเริ่มใช้ 1 มิ.ย.64 นี้ ก็เป็นเรื่องที่ประชาชนต้องการความชัดเจนเช่นกันว่าตำรวจจะทำอะไรบ้าง

11.เซ็ตซีโร่ จุดตรวจ จุดสกัด ด่านตรวจเมา จนกว่าจะสามารถทำให้โปร่งใสได้ ทำอย่างไรไม่ให้มีการตรวจปัสสาวะข้างถนน ถ้าต้องตรวจให้เอาไปตรวจโรงพยาบาล ทำให้เขามั่นใจว่าไม่ถูกโกง ถ้าเรายังทำแบบนี้ไม่ได้ ก็เซ็ตซีโร่ไปก่อนและเซ็ตซีโร่การช่วยราชการตามที่ต่างๆ ซึ่งภายหลังที่บิ๊กปั๊ดออกคำสั่งมา “บิ๊กอู๊ด” พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.ก็สั่งยกเลิกด่านต่างๆ ทันที เพื่อป้องกันการกลั่นแกล้งและการร้องเรียน



บิ๊กปั๊ด ได้ออกคำสั่งซ้ำว่า (1.)ยกเลิกการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ทุกประเภท แต่ไม่ได้หมายความรวมถึงด่านตรวจถาวร ที่ได้รับอนุญาตจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวง หรือกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ( กอ.รมน.) แล้วแต่กรณีจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

(2.)กรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วน ต้องตั้งจุดตรวจ จุดสกัด เพื่อรักษาความปลอดภัยหรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามแผนภารกิจใดภารกิจหนึ่งเป็นการเฉพาะก็ให้สามารถตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ได้เท่าที่จำเป็นแก่กรณี เช่น การรักษาความสงบเรียบร้อยในการจัดกิจกรรมสาธารณะที่มีประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โดยให้หัวหน้าสถานีตำรวจเป็นผู้รับผิดชอบในการควบคุม และกำกับดูแล ทั้งนี้ให้ยกเลิกการปฏิบัติเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจทันที

(3.)ให้กำหนดมาตรการและแผนการจัดสายตรวจหรือกำลังอื่น ๆ ในการป้องกันอาชญากรรมที่เหมาะสมทดแทนการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตามข้อ 1 เช่น การจัดรถสายตรวจประจำจุด การปรากฎกายแสดงกำลัง (Show of Force) การจัดสายตรวจสัมพันธ์ หรืออื่นๆ เพื่อป้องกันเหตุ ลดโอกาสการกระทำผิดของคนร้ายและให้บริการแก่ประชาชน (4.)ให้ รอง ผบ.ตร. และผู้ช่วย ผบตร. ในสายงาน ปป. และ มค.รับผิดชอบในการควบคุมและกำกับดูแลการปฏิบัติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

นโยบายต่อมาคือ 12.ติดกล้องวงจรปิด 5,000 ตัว ราคาตัวละ 3 พันบาท ในกรุงเทพมหานคร ให้เสร็จภายใน 4 เดือน ต่อไปนี้ฝ่ายสืบสวนจะมาอ้างไม่มีกล้องไม่ได้แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่จำเป็นต่อการป้องกันอาชญากรรม กทม.นี่โดนล้อมาตลอดเรื่องกล้องจับความเร็วจราจรล่ะไวนัก แต่พอกล้องจับคดีอาชญากรรมกลายเป็นกล้องหลอกหรือกล้องเสียทุกตัว อันนี้ต้องฝากบิ๊กปั๊ดช่วยกำชับดูแล  

13.การพัฒนาการสอบสวน สำนวนไม่คั่งค้าง การพัฒนาฝึกอบรม ปรับทัศนคติ สร้างภาวะผู้นำให้ตำรวจชั้นผู้น้อย  14.การสร้างภาพลักษณ์เราต้องมีความรู้ มีประสิทธิภาพ โปร่งใส 3 อย่างนี้จะทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีได้ การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของตำรวจ ถามไถ่หลายคนเขาก็บอกว่า ที่สำคัญคืออย่าเลือกปฏิบัติ อย่าให้ใครเชื่อว่า มีบ่อน มีอะไรที่ส่งส่วยแล้วตำรวจทำเป็นนอนหลับไม่รู้นอนคู้ไม่เห็น ก็สอดคล้องกับข้อต่อไปคือ15.ตู้ม้า บ่อนการพนันขนาดใหญ่ การพนันออนไลน์ต้องไม่มี

16.ต้องไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง ถ้ามีต้องถูกจัดการ การสร้างตัวแบบของการเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการแต่งตั้ง แม้ทำไม่ได้ 100 %แต่ต้องช่วยให้คนดีได้รับการตอบแทน คนไม่ดีต้องถูกลงโทษ  เรื่องคนไม่ดีต้องถูกลงโทษนี่ต้องรอดูคดี “บอส อยู่วิทยา” ว่าจะดำเนินการสำเร็จในยุคบิ๊กปั๊ดหรือไม่ หลังจากมีข่าวว่าส่งหมายแดงให้อินเตอร์โปลแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้สื่อต่างประเทศสามารถหาบ้านของเจ้าตัวเจอที่อังกฤษ แล้วตำรวจไทยจะทำอะไรให้คนเห็นว่า “ไม่สองมาตรฐาน” ได้บ้าง

17.การฝึกงานของตำรวจใหม่ ต้องมีพี่เลี้ยงที่ดี ต้องให้ฝึกงานในสถานที่ฝึกงานที่มีตัวแบบที่ดี  18.ต้องสร้างโอกาสให้ลูกน้อง อยากให้เด็กรุ่นหลังมีโอกาส ได้มีไอดอลที่อยากเป็น เรื่องแบรนด์ตำรวจก็คือเรื่องภาพลักษณ์ ก็อยากเห็นเหมือนกันว่า ในยุคบิ๊กปั๊ดที่จะคุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2 ปีนี่จะมีการสร้างแบรนด์ตำรวจแบบไหน ขอให้ได้ตามเพลงมาร์ชที่ว่า “เราอยู่ไหนประชาอุ่นใจทั่วกัน” ก็แล้วกัน

19.ผู้บริหาร ตร. จะหาคนที่ดีที่สุดมาแนะนำ จะสร้างตัวแบบที่ดี ถ่ายทอดดีเอ็นเอที่ถูกต้องให้ตำรวจรุ่นหลัง ให้เห็นความสำเร็จของงานเป็นหลัก มากกว่าการได้ตำแหน่ง  และ 20.ฝากดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงานแม้จะอยู่คนละสายงาน ไม่สำคัญว่าจะนำคนได้อย่างไร แต่สำคัญว่า มีผู้นำเท่าไรที่เราสามารถสร้างได้

ไหนๆ เรื่องข่าว ด.ญ.ชมพู่จะดังกว่านโยบายตำรวจของ ผบ.ตร.คนใหม่ ก็เลยเอามาเล่าสู่กันฟังให้ติดตามกันดูว่าในยุค บิ๊กปั๊ด จะทำได้ครบ 20 ข้อจริงหรือไม่.
.............................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    71%
  • ไม่เห็นด้วย
    29%