อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563

THE EIGHT HUNDRED นักรบ 800

ดูหนังกับหมีสัปดาห์นี้ รีวิวภาพยนตร์แอ๊คชั่นดราม่าสงคราม THE EIGHT HUNDRED หรือ นักรบ 800 ที่กำลังกลายเป็นหนังฝ่าวิกฤติ "โควิด-19" โกยรายได้มากที่สุดในปี 2020 ศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2563 เวลา 10.00 น.


ในช่วงต้นปี 2020 หลังจากพิษ "โควิด-19" ทำเศรษฐกิจโลกจนเละตุ้มเป๊ะ จนกระทั่งเวลาผ่านไปถึงกลางปี 2020 หลายประเทศเริ่มควบคุมปริมาณผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อ "โควิด-19" ได้ สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย มีการป้องกันดูแลอย่างเต็มที่ จำนวนผู้ป่วยลดลงเรื่อย ๆ และเข้าสู่ภาวะการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับ "อุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก" ทางค่ายภาพยนตร์เริ่มจับตามองถึงทิศทางภาพยนตร์แนวไหนที่กำลังทำเงินสูงสุดในปีนี้ ผลปรากฏว่าตารางหนังทำเงินมากที่สุดในโลกของปี 2020 เป็นหนังจีนที่ชื่อ The Eight Hundred กวาดรายได้ไปแล้วกว่า 441.7 ล้านดอลลาร์ เรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์เรื่องเดียว ที่สร้างปรากฏการณ์ฝ่าวิกฤติ "โควิด-19" ถล่ม Box Office แซง Bad Boys for Life ที่ทำสถิติไว้ 424.6 ล้านดอลลาร์ เท่านั้น 





"The Eight Hundred" ถือเป็นภาพยนตร์จีนฟอร์มยักษ์ แนวแอ๊คชั่นสงคราม-ดราม่า ลงทุนสร้างไปทั้งหมด 80 ล้านดอลลาร์ และเป็นเรื่องแรกของภาพยนตร์จีนที่ใช้การถ่ายทำด้วยระบบ IMAX ความยาว 149 นาที ผลงานผู้กำกับชื่อดัง "กวน หู" ที่เคยโชว์ผลงานอย่าง  Cow (2009), Mr. Six (2015) และ Wo He Wo De Zu Guo (2019) โดยในช่วงมิถุนายนปี 2019 นั้น "The Eight Hundred"  ได้รับเลือกให้ฉายในเทศกาลหนังเซี่ยงไฮ้นานาชาติมาแล้ว แต่เพราะเนื้อหาที่มีความอ่อนไหว ทำให้ถูกถอดออกจากโปรแกรมฉายเพียง 1 วันก่อนเปิดเทศกาล แน่นอนว่ากำหนดการฉายโรงภาพยนตร์ปกติต้องพลอยเลื่อนไปด้วย...



เรื่องย่อ  "The Eight Hundred"
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้เข้ายึดเซี่ยงไฮ้โดยที่มีกองกำลังของจีนชื่อว่า กองกำลังปฏิวัติแห่งชาติที่ 88 ที่คอยต่อสู้และปกป้องคลังสินค้าซึ่งเป็นที่มั่นสุดท้ายขณะที่มี กองกำลังเพียง 400 คน แต่ ได้วางแผนหลอกล่อกองทัพญี่ปุ่นว่ามีกองกำลังถึง 800 คน และยังได้รับความช่วยเหลือจากประชาชนชาวจีนอย่างลับ ๆ ขณะที่กองทัพญี่ปุ่นก็พยายามทุกวิถีทางแต่ก็ไม่สามารถเข้ายึดโกดังคลังสินค้าได้ กองกำลังปฏิวัติที่ 88 ก็สามารถยืนหยัดต่อสู้อย่างไม่กลัวตาย





จุดเด่นของ  "The Eight Hundred"
คุณภาพของงานแสงสี โทนความหม่นหมอง ฉากและซีจี ทำออกมาได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะฉากบ้านเรือนผุพังเสียหายฝั่งหนึ่ง ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งยังอยู่ในสภาพสวยงาม สื่อให้เห็นถึงความรุนแรงของสงครามโดยไม่ได้บรรยายอะไรเลย บทของตัวละครครบเครื่องโดยเฉพาะ "ทหารจีน" ดุดันเคร่งเครียด ราวกับถูกกดดันตลอดเวลา "ประชาชน" หวาดกลัวแต่ก็ยังพยายามส่งกำลังใจและช่วยเหลือทหาร 

"ฉากการตาย" ต้องยอมรับว่าทำออกมาได้แบบ หดหู่...สุดๆ! ซีนสู้รบล้วนเน้นหนักความเป็นงานดราม่าชาตินิยมเต็มขั้น อารมณ์และความอึดอัดถูกแสดงผ่านสีหน้าของทหารทั้งช่วงมีชีวิตและเสียชีวิต เรียกได้ว่าเป็นหนังสงครามที่สมบูรณ์แบบอีกเรื่องทีเดียว สำหรับฉากเด็ดชวนให้จำมีให้เห็นหลายซีน ส่วนใหญ่จะเป็นแนวอารมณ์ ความเสียสละ ปลูกจิตสำนึกให้คนจีนรู้จักรักชาติ เห็นคุณค่าของการมีชีวิตและความสามัคคี 



จุดอ่อนของ "The Eight Hundred"
ด้วยความเป็นหนังสงครามที่เน้นเรื่องแอ๊คชั่นและซีนการยิงต่อสู้ ทำให้ลืมเรื่องของบทบาทตัวละครต่าง ๆ ที่สำคัญ และเมื่อตัวละครหลักยังไม่มีความโดดเด่น หรือมีจุดขาย ก็ย่อมทำให้ซีนดราม่าออกมาได้ไม่ถึงขั้นเศร้าซึ้ง ในช่วงท้ายของเรื่องฉากการโจมตี ค่อนข้างสะเปะสะปะ ไม่ค่อยสมเหตุสมผล อาจเพราะไปเล่นมุมภาพหลายมุม ทำให้ผู้ชมสับสนได้

4/5 กะโหลก ภาพและงานศิลป์ของฉากทำออกมาได้เนียนสุดๆ แอ๊คชั่นของเหล่าทหารสมจริงดุเดือดชวนหดหู่ (ความรุนแรง 18+) ย่อมไม่เหมาะกับคุณหนู 



ปิดท้ายกันด้วยคำถามประจำสัปดาห์ เพื่อหาผู้โชคดีรับบัตรชมภาพยนตร์ฟรี 5 ท่าน (คนละ 2 ที่นั่ง) ในเครือโรงภาพยนตร์ "เอส เอฟ ซีเนม่า"

คำถามคือ เหตุการณ์ในเรื่อง "The Eight Hundred" คือช่วงที่ "ญี่ปุ่น" กำลังบุกยึดที่ไหน?

ร่วมสนุกตอบคำถามได้ที่ช่องแสดงความเห็นด้านล่างของคอลัมน์เว็บไซต์ Dailynews (ช่องแสดงความเห็นด่านล่าง) หรือเฟซบุ๊ก "ดูหนังกับหมี" ประกาศผลผู้โชคดีในวันที่ 12 ต.ค. สำหรับผู้โชคดีจะต้องเข้ามายืนยันสิทธิด้วยการอินบ็อกซ์ ระบุแจ้งรับสิทธิ ในเพจเฟซบุ๊ก "ดูหนังกับหมี" ก่อนเวลา 18.00 น. ของวันที่ 13 ต.ค. (มิเช่นนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์) ดูหนังกันให้สนุกนะครับผม ^^

..........................
คอลัมน์ : ดูหนังกับหมี
โดย แพนด้าอ้วน

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เว็บไซต์ ยูทูบ และ Golden A

ร่วมสนับสนุนความสนุกในการชมภาพยนตร์โดย SF

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 109