อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563

จับตารัฐ-เอกชนถกแก้หนี้ กอดคอกันรอดหรือลงเหว!

“หนี้”… กลายเป็นคำแสลงหู ของคนไทยในทุกวันนี้ไปแล้ว ที่สำคัญ!! ยังกลายเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ชีวิตของคนไทยหาความสุขไม่ได้ หากถามว่า…ทุกวันนี้จะมีสักกี่คนที่ไม่เป็นหนี้ คำตอบแบบง่ายๆ โดยไม่ต้องคิดมาก… แทบไม่มี จันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2563 เวลา 08.00 น.


ในการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบศ. นายกฯ บิ๊กตู่ ถึงกับต้องออกปาก “ขอร้อง” บรรดาภาคเอกชน ที่นั่งร่วมโต๊ะเป็นกรรมการ ให้ทุกคนร่วมมือ ร่วมกันเสียสละ

“บิ๊กตู่” หยิบยกปัญาเรื่อง “หนี้” ขึ้นมาเป็นปัญหาแรก โดยย้ำว่าปัญหาของประชาชนที่มีมากที่สุดในวันนี้ คือ “หนี้สิน” ทั้งหนี้ผ่อนบ้าน หนี้ผ่อนรถ และอีกสารพัดหนี้ และทั้งหมดก็เกี่ยวข้องกับธนาคาร ที่ไปก้าวล่วงไม่ได้

ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ในเวลานี้ คือ ต้องขอให้ภาคเอกชนยอมเสียสละ เข้ามาช่วยเหลือ และหากเกิดปัญหาอะไรขึ้นตามมา รัฐบาลก็พร้อมเข้าไปดูแล

ด้วยเพราะสถานการณ์เศรษฐกิจในเวลานี้ เป็นรอยต่อของสถานการณ์ที่มีความรุนแรงต่อเนื่องในเรื่องสุขภาพในต่างประเทศที่มีสถานการณ์ที่ไม่ดี มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกของไทย



สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้รัฐบาลต้องใช้เงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ผ่านการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ เพื่อดูแลและขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจเดินไปข้างหน้าได้

แต่สุดท้ายปลายเหตุ? จะไปขึ้นอยู่กับภาคธนาคาร?...

ไม่ใช่เพียงแค่ประชาชนคนไทยเท่านั้นที่มีหนี้ แต่ในภาคธุรกิจก็ต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องของ “หนี้” โดยเฉพาะเมื่อได้รับผลกระทบจากไวรัสร้ายโควิด-19 ยิ่งเป็นตัวเร่งให้หนี้เพิ่มมากขึ้น จนต้องล้มหายตายจากกันไปเป็นจำนวนไม่น้อย

แม้รัฐบาลจะเข้ามาพยุง มาต่อลมหายใจให้ 3 เดือน ผ่านโครงการพักชำระหนี้ แต่ระยะเวลาเพียงแค่ 3 เดือน ไม่สามารถหายใจได้ทัน

ด้วยเหตุนี้จึงกลายเป็นที่มาของเสียงเรียกร้องให้มีการขยายระยะเวลาการพักชำระหนี้ออกไปอีกอย่างน้อย 2 ปี เพราะในเวลานี้ยังไม่มีใครคาดเดาได้ถูกว่าสุดท้ายแล้ว ผลกระทบจากไวรัสร้ายจะดีขึ้นได้เมื่อใดกันแน่!!

ในแง่ของภาครัฐ ธนาคารรัฐทุกแห่ง ต่างหาช่องทางเพื่อผ่อนปรน ขยายระยะเวลาหายใจให้กับลูกหนี้กันออกไปบ้างแล้ว เพราะต้องดูแลประชาชนตามพันธกิจของตัวเอง

แต่ในแง่ของธนาคารเอกชน แม้บางแห่ง พร้อมให้ความช่วยเหลือ แต่ก็ต้องคัดต้องเลือกช่วยคนดี!! ไม่สามารถที่จะแบกรับภาระเพื่อช่วยทุกคนได้อีก เพราะต้องดูแลกิจการของตัวเองด้วยเช่นกัน
ที่สำคัญ!! หากยังให้ความช่วยเหลือทุกคนแบบไม่เลือก ก็ยิ่งทำให้เกิดความเสี่ยง เพราะลูกหนี้บางคนที่มีความสามารถชำระหนี้คืนได้ แต่กลับไม่ยอมจ่าย…หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ก็ยิ่งทำให้ฐานะของธนาคารแย่ลง ยิ่งทำให้ภาระของธนาคารเพิ่มมากขึ้น

เพราะต้องยอมรับในข้อเท็จจริงว่า การดำเนินมาตรการใด ๆ หากทำเหมือนการเหวี่ยงแห ก็อาจทำให้ปัญหาที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดก็เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิด “มอรัล ฮาซาร์ด” หรือคนจงใจไม่จ่ายหนี้ทั้งที่มีสรรพกำลังเพียงพอที่จ่ายได้



ในเมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ แบบ ก ไก่ และข ไข่ อะไรจะเกิดก่อนกัน จึงทำให้เกิดความพยายามหาทางสายกลาง เพื่อให้ทุกอย่างลงเอยอย่างดีที่สุด ไม่ให้เกิดผลกระทบมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นฝั่งเจ้าหนี้ หรือลูกหนี้

โดยในสัปดาห์นี้ ทั้งสมาคมธนาคารไทย แบงก์ชาติ ธนาคารพาณิชย์ กระทรวงการคลัง สภาพัฒน์ รวมถึงภาคเอกชน เตรียมตั้งวงถก เพื่อแก้ไขปัญหา เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดร่วมกัน

ส่วนแนวทางที่ดีที่สุดจะออกมาเป็นอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไป เพราะมาตรการพักหนี้ของแบงก์ชาติใกล้จะสิ้นสุดในปลายเดือนต.ค.นี้

ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่า การเพียงแต่รอขอความช่วยเหลือ ก็ไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด ลูกหนี้ก็ต้องขยับขยาย หาทางหายใจให้ออกด้วยเช่นกัน

เพราะในยามนี้ ยามที่เศรษฐกิจตกต่ำ การที่ทุกคนจะเห็นแก่ตัวเองเป็นใหญ่ ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องนัก แต่ทุกคนต้องหันมาให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน ตามคำขอร้องของนายกฯ บิ๊กตู่

แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า…จะเกิดขึ้นได้หรือไม่? ตรงนี้สิที่ต้องรอดู เพราะไม่เช่นนั้นการกอดคอกันลงเหว คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม!!!
..............................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 88