อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2563

ตื่นเถิดเด็ก-เยาวชน ปลดแอกตนพ้นการครอบงำ ตอนที่ 2

เหตุดีนำไปสู่ผลดี เหตุชั่วนำไปสู่ผลชั่ว การกระทำดี (กุศลกรรม) นำไปสู่ผลของการกระทำดี (กุศลวิบาก) การกระทำชั่ว (อกุศลกรรม) นำไปสู่ผลของการกระทำชั่ว (อกุศลวิบาก) ผู้กระทำดีย่อมมีความเป็นปรกติสุขในชีวิตตามอัตภาพ​ พฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน 2563 เวลา 10.00 น.


เหตุดีนำไปสู่ผลดี เหตุชั่วนำไปสู่ผลชั่ว การกระทำดี (กุศลกรรม) นำไปสู่ผลของการกระทำดี (กุศลวิบาก) การกระทำชั่ว (อกุศลกรรม) นำไปสู่ผลของการกระทำชั่ว (อกุศลวิบาก) ผู้กระทำดีย่อมมีความเป็นปรกติสุขในชีวิตตามอัตภาพ​ เมื่อตายจากโลกนี้ไปแล้วจะไปเกิดในสุคติภูมิ ในทางกลับกันผู้กระทำชั่วย่อมมีความเดือดร้อนและทุกข์ใจในชีวิตอยู่ร่ำไป เมื่อตายจากโลกนี้ไปแล้วจะไปเกิดในทุคติภูมิ เป็นไปตามกฎแห่งกรรมที่พระบรมศาสดา พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสไว้

การสร้างภูมิคุ้มกันให้พ้นจากความเลวร้ายในชีวิตของผู้คนทั่วไปในสังคม ไม่ว่าจะเป็นวัยเด็ก วัยเยาวชน วัยกลางคน ตลอดจนวัยชรา สามารถกระทำได้โดยการน้อมนำหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาประพฤติปฏิบัติ ดังที่ปรากฏอยู่ในมงคลสูตร พระสุตตันตปิฎก ซึ่งเป็นเหตุแห่งความสุขและความเจริญก้าวหน้าในการดำเนินชีวิตมี 38 ประการ จะขอนำ 2 ประการแรกในมงคลสูตร คือ ประการที่ 1 ไม่คบคนพาล ประการที่ 2 คบบัณฑิต ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิต เพราะการคบคนพาลจะนำชีวิตไปสู่ความตกต่ำ มีแต่ความทุกข์และความเดือดร้อน ถ้าหากมีการคบค้าสมาคมกับคนพาล ขอให้รีบเลิกจากการคบคนพาลทันที เพื่อมิให้ชีวิตต้องประสบกับความมืดมนจนหาทางออกไม่ได้ ส่วนผู้ที่คบกับบัณฑิตอยู่แล้ว ควรรักษาสายสัมพันธ์ให้ยืนยาวและมีความแนบแน่นมากยิ่งขึ้น ชีวิตจะมีแต่ความสดใส ประสบกับความเจริญก้าวหน้าอันพึงประสงค์



สำนวนไทยมีว่า “คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล” เป็นการนำข้อความ 2 ประการแรกในมงคลสูตรมาเรียบเรียงถ้อยคำให้สัมผัสกัน เพื่อเป็นหลักคิด ง่ายต่อการจดจำแก่เด็กและเยาวชนให้มีภูมิคุ้มกันจากสิ่งที่เลวร้ายต่างๆ เด็กและเยาวชนคงจะจดจำกันได้จากการอบรมพร่ำสอนด้วยความปรารถนาดีและความห่วงใยของพ่อ แม่ ครู อาจารย์ จึงควรนำมาพิจารณาทบทวนกับการมีภูมิคุ้มกัน คิดง่ายต่อการจดจำภิวัตน์ที่มุ่งแต่การพัฒนาความเจริญทางวัตถุ แต่ไม่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทางจิตใจดำเนินชีวิตในขณะนี้อย่างมีสติจะได้ไม่ตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้จากการร่วมกิจกรรมชุมนุมทางการเมืองได้ทุกเมื่อ

หลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ขอน้อมนำมาให้เด็กและเยาวชนได้พิจารณาไตร่ตรองนำไปประพฤติปฏิบัติเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้เกิดโทษต่อตนเอง รวมถึงก่อให้เกิดความเสียหายต่อสังคมและประเทศชาติ พึงทราบว่าการกระทำซึ่งเป็นเหตุนำไปสู่ทุคติภูมิ (อกุศลกรรมบถ) มี 10 ประการ คือ การกระทำชั่วทางกายมี 3 ประการ การกระทำชั่วทางวาจามี 4 ประการ การกระทำชั่วทางใจมี 3 ประการ ในที่นี้ขอให้เด็กและเยาวชนทำความเข้าใจกับการกระทำชั่วทางวาจาซึ่งมี 4 ประการดังนี้

1. พูดเท็จ พูดบิดเบือน (มุสาวาจา)​
2. พูดหยาบคาย (ผรุสวาจา)​
3. พูดส่อเสียด พูดยุยงให้เกิดการแตกแยก (ปิสุณาวาจา)​
4. พูดเพ้อเจ้อ (สัมผัปปลาปวาจา)

สิ่งที่ได้กล่าวถึงมาแล้วนั้นในมงคลสูตรและการกระทำซึ่งเป็นเหตุนำไปสู่ทุคติภูมิ หากเด็กและ​เยาวชน​มีความรู้​ความเข้าใจ​อย่างถูกต้อง​จะเป็นประโยชน์ต่อแนวทางการดำเนินชีวิตที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้าและเป็นกำลังสำคัญของชาติบ้านเมืองในอนาคต จะได้รอดพ้นจากความเลวร้ายในชีวิต หลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะนำพาครอบครัว ชุมชนและสังคมอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ประเทศชาติมีความเจริญมั่นคงเป็นปึกแผ่น



ฉะนั้นเด็กและเยาวชนจึงอย่าได้ประมาทกับการดำเนินชีวิต วันคืนล่วงผ่านไปวันแล้ววันเล่า ไม่มีการหวนคืนกลับมาอีก หากไม่ทำหน้าที่ของตนอย่างมีคุณค่าและคุณประโยชน์ จะเสียใจในภายหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเอาใจใส่กับการศึกษาหาความรู้ด้วยความขยันหมั่นเพียรและมีความรับผิดชอบซึ่งจะเป็นผลดีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา พ่อ แม่ จะได้เบาใจและมีกำลังใจกับการทำงานหนักเพื่อหารายได้ให้ลูกได้ศึกษาเล่าเรียนในระดับที่สูงยิ่งๆ ขึ้นไป ทุกวันนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีความเจริญทางวัตถุมากกว่าความเจริญทางจิตใจอย่างสุดกู่ จิตใจของผู้คนรุ่มร้อนด้วยไฟกิเลส อยากได้ใคร่มีในทุกสิ่งอย่าง ไม่มีความพอเพียง จึงกล้ากระทำทุจริตทางกาย วาจาและใจ เห็นแก่ตัว ไม่เห็นประโยชน์แก่ส่วนรวม โดยไม่ละอายชั่วกลัวบาปแต่​อย่างใด เด็กและเยาวชนจึงต้องปลดแอกตนจากความไม่รู้ที่ชั่วร้ายดังที่เป็นอยู่ในขณะนี้

การไม่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองของเด็กและเยาวชนจากการถูกชักจูงและครอบงำความคิดทางการเมืองอย่างผิดๆ ซึ่งมีเจตนาแอบแฝง จะมีส่วนสำคัญต่อการเสริมสร้างบรรยากาศในการพูดคุยของทุกฝ่ายเพื่อความปรองดองและสมานฉันท์ผ่านกระบวนการตามระบบรัฐสภา จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศด้วยพลังของเด็กและเยาวชนที่มีจิตคิดดี (กุศลจิต) และมีความจงใจดี (กุศลเจตนา)​ โดยมีหลักคิดที่ถูกต้องและไม่บกพร่องในจิตสำนึก

..................................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 72