อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2563

THE OUTPOST ฝ่ายุทธภูมิล้อมตาย

ดูหนังกับหมีสัปดาห์นี้รีวิวภาพยนตร์แอ๊คชั่นระห่ำเดือด สร้างจากเรื่องจริงสุดสะเทือนขวัญ เมื่อกองกำลังตาลิบันกว่า 400 คน บุกมาล้อมยิงถล่มทหารของสหรัฐเพียง 54 นาย ที่อยู่ในฐานที่มั่นแบบปิดตาย ใน "THE OUTPOST ฝ่ายุทธภูมิล้อมตาย" ศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2563 เวลา 10.00 น.


ในช่วงปี 2019 - 2020 ค่ายหนังต่างประเทศได้พยายามผลิตหนังแนวสงครามออกมาให้คอหนังแอ๊คชั่นได้ยลกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Midway, 1917, The Last Full Measure หรือแม้แต่ THE EIGHT HUNDRED ของจีนที่โกยรายได้มากที่สุด แต่หนึ่งในภาพยนตร์สงครามที่ไม่น่าจะพลาด โดยมีกำหนดฉายปลายปี 2020 ก็คือ "THE OUTPOST" หรือ "ฝ่ายุทธภูมิล้อมตาย" ด้วยเหตุที่ว่าเรื่องนี้ เป็นการถอดบทเรียนครั้งสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ชนชาติอเมริกัน เพราะถือว่ามีการนองเลือดมากที่สุดของทั้งสองฝ่าย บทสรุปของการต่อสู้ในครั้งนี้ ส่งผลให้กองกำลังบราโว 3-61 ซีเอวี (Bravo Troop 3-61 CAV) กลายเป็นหน่วยที่ได้รับเหรียญกล้าหาญมากที่สุด ท่ามกลางความขัดแย้งยาวนานกว่า 19 ปี



"THE OUTPOST ฝ่ายุทธภูมิล้อมตาย" ดัดแปลงมาจากหนังสือขายดีในชื่อ The Outpost: An Untold Story of American Valo ของ เจค แทปเปอร์ ผู้ประกาศข่าวซีเอ็นเอ็นและหัวหน้าผู้สื่อข่าวนสพ.วอชิงตันโพสต์ บอกเล่าเกี่ยวกับปฏิบัติการเสี่ยงตายของทหารกล้าท่ามกลางสมรภูมิแนวรบด่านนอกคีทติ้ง วงล้อมของกองกำลังตาลิบันในสมรภูมิคัมเดช ประเทศอัฟกานิสถาน เขตแดนที่ไม่มีทางออกและได้ชื่อว่าอันตรายที่สุดในโลก ถ้าพูดกันง่าย ๆ ก็คือ ฐานทัพแห่งนี้ถ้าโดนปิดล้อมโจมตีจากทุด้าน โอกาสจะรอดแทบไม่มีเหลือเลยทีเดียว... 



ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย "ร็อด ลูรี" และยังได้สองนักเขียนบทชื่อดังอย่าง "พอล ทามาซีย์" กับ "อีริค จอห์นสัน" ที่เคยมีชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาบทภาพยนตร์ดั้งเดิมมาแล้วจาก The Fighter (2010) รวมถึง The Finest Hours (2016) และ Patriots Day (2016) มารับหน้าที่เขียนบท ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นการเขียนแนวอ้างอิงและดัดแปลงมาจากเหตุการณ์จริงทั้งสิ้น ในส่วนของนักแสดงล้วนคัดมาแต่ตัว TOP ได้แก่ "สก๊อต​ อีสต์วูด" รับบทเป็นจ่าสิบตรีคลินต์ โรเมชา​, "คาเลบ​ แลนดรี โจนส์" เป็นเจ้าหน้าที่​เชี่ยวชาญ ไท​ คาร์เตอร์​, "ออร์แลนโด้​ บลูม" รับบทเป็นผู้หมวด เบน​ คีทติ้ง, "แจ๊ค เคซี่" รับบทเป็น จ่าโจช เคิร์ก, "เทเลอร์​ จอห์น​ สมิธ" รับบทเป็น สิบเอก แอนดรูว์ บุนเดอร์มันน์, "วิล แอทเทนโบโร" เป็นเจ้าหน้าที่ เอ็ด​ ฟอล์คเนอร์ และ "ไมโล กิ๊บสัน" ลูกชายของนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง "เมล กิ๊บสัน" รับบทเป็นกัปตันโรเบิร์ต ยิลส์แคส 



เรื่องย่อ "THE OUTPOST" 
เมื่อทหารอเมริกัน 54 นาย ต้องตั้งรับการบุกโจมตีครั้งใหญ่จากกลุ่มกองกำลังตาลิบันกว่า 400 คน ทั้งที่เหลืออีกเพียงไม่กี่วัน พวกเขาก็จะถอนกำลังออกจากค่ายที่เปราะบางเพื่อกลับบ้านเกิดเมืองนอน แต่ใครจะรู้เลยว่าโชคชะตาของพวกเขาจะเป็นอย่างไร นอกจากต่อสู้เพื่อให้ชีวิตตัวเองและเพื่อนรอดได้มากที่สุด พวกเขาจะเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือมัจจุราชได้อย่างไร ติดตามได้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น



จุดเด่นของ "THE OUTPOST"
เนื่องจากเรื่องนี้มีตัวละครค่อนข้างมาก ทางผู้กำกับ "ร็อด ลูรี" จึงเลือกใช้การปูเรื่องด้วยการให้ตัวละคร ให้ทำหน้าที่ต่าง ๆ กันเอง มีการโชว์ชื่อและตำแหน่งว่าเป็นใคร ทำหน้าที่อะไร เฉลี่ยบทบาทให้ดูกลมกลืนก่อน รวมทั้งให้ผู้ชมจะซึมซับบรรยากาศในค่ายเพื่อให้รู้จุดยุทธศาสตร์ อาวุธที่ใช้ต่อกรกับอีกฝ่าย ไปจนถึงการสัมพันธไมตรีกับชาวบ้าน จากนั้นก็จะเริ่มบทหนักแอ๊คชั่นจนแทบลืมหายใจ ยิงกันกระสุนปลิวว่อนตลอดเวลา ซึ่งถ้าหากผู้ชมที่ตั้งใจดูในช่วงแรก จะเริ่มรู้ทันทีว่า ศัตรูกำลังบุกโจมตีตามแนวไหนและจุดไหนต้านไม่ไหวแล้ว สำหรับซีนประทับใจมากที่สุด คงไม้พันการใช้มุมกล้องติดตามทหารที่วิ่งหนีกระสุน ไล่ Long Shot เกาะติดตามด้านหลังแบบยาว ๆ ไปเรื่อย ๆ ฝ่าระเบิดที่ตกใกล้ตัวฉิวเฉียด เรียกว่าเป็นมุมภาพที่ชวนให้สัมผัสถึงเหตุการณ์ได้อย่างสมจริงที่สุด 



จุดอ่อนของ "THE OUTPOST"
เพราะสร้างตัวละครไว้เยอะมาก ๆ ทำให้คนดูต้องตั้งใจดูว่าใครทำหน้าที่อะไร และใครคือหัวหน้าหรือลูกทีมกันแน่ แม้ผู้เขียนบทจะพยายามเกลี่ยบทไปแล้วก็ตาม แต่สุดท้ายก็ยังจำกันแทบไม่ได้อยู่ดี ต้องมาอาศัยช่วงซีนหลัง ๆ ที่บทของแต่ละตัวละครจะโดดเด่นขึ้น จึงจะพอรู้ว่าคนไหนเป็นอย่างไร  

4/5 กะโหลก สำหรับหนังแนวสงครามที่ดูเป็นสารคดีในช่วงแรกๆ แต่กลับดุเดือดในช่วงหลังมีมุมภาพที่สมจริง แต่ไม่เหมาะสำหรับเด็ก ๆ เพราะยิงกันโหดมาก!



................................

คอลัมน์ : ดูหนังกับหมี
โดย แพนด้าอ้วน

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เว็บไซต์เอสเอฟซีเนม่า ยูทูบ และ M Pictures

ร่วมสนับสนุนความสนุกในการชมภาพยนตร์โดย SF

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 68