อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2563

ทัวร์ลง! ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ดับฝัน"แทรมภูเก็ต"เปลี่ยนเป็นบีอาร์ที

เหมือนจะมีความชัดเจนว่า จ.ภูเก็ตจะไม่มีแทรมเป็นระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งโครงการนี้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ศึกษาโครงการมาตั้งแต่ปี 2555 เส้นทางท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต–ห้าแยกฉลอง และส่งไม้ต่อให้รฟม. อังคารที่ 10 พฤศจิกายน 2563 เวลา 08.00 น.


เป็นอีก 1 บิ๊กโปรเจคท์ลอตใหญ่งบประมาณรวมนับแสนล้านที่รัฐบาลอัดใส่จังหวัดภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามันเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเขย่าเศรษฐกิจในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.) สัญจรที่ จ.ภูเก็ตเมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา โครงการระบบขนส่งมวลชนรถไฟฟ้ารางเบา หรือแทรม จ.ภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงท่าอากาศยานนานาชาติ-ห้าแยกฉลอง ระยะทาง 41.7 กม. วงเงินประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท ของกระทรวงคมนาคมที่นำรายงานสถานะโครงการให้ที่ประชุม ครม.รับทราบ

แต่ในที่สุด นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กลับให้คำตอบกับผู้สื่อข่าวกระทรวงคมนาคม ว่า ได้มอบหมายการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เจ้าของโครงการไปพิจารณาปรับรูปแบบระบบการเดินรถ เพื่อลดต้นทุนค่าก่อสร้าง ซึ่งปัจจุบันเมืองใหญ่ๆ ในต่างประเทศ ปรับมาใช้เป็นรถเมล์ไฟฟ้า (EV) ล้อยางกันแล้ว ช่วยประหยัดค่าก่อสร้างได้หมื่นกว่าล้านบาท เพราะไม่ต้องทำระบบราง และระบบอาณัติสัญญาณ อีกทั้งยังเกิดประโยชน์กับประชาชนเนื่องจากค่าโดยสารจะถูกลงด้วย



เหมือนจะมีความชัดเจนว่า จ.ภูเก็ต จะไม่มีแทรมเป็นระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งโครงการนี้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ศึกษาโครงการมาตั้งแต่ปี 2555 เส้นทางท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต–ห้าแยกฉลอง และส่งไม้ต่อให้ รฟม. จัดทำรายงานการศึกษาวิเคราะห์โครงการตาม พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 รวมทั้งจัดทดสอบความสนใจของภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการเสนอขออนุมัติดำเนินโครงการต่อไป

ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงที่ รฟม. กำลังออกแบบรายละเอียดโครงการยังสามารถปรับปรุงได้ และในร่างเงื่อนไขเอกสารการประกวดราคา (ทีโออาร์) ก็ไม่ได้ปิดกั้นว่าจะต้องเป็นแทรมเท่านั้น ดังนั้นเมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป ก็ควรเปลี่ยนการเดินรถในรูปแบบเดิมๆ ที่มีราคาแพง และความคุ้มค่าน้อย เพราะดูผลการศึกษาล่าสุดก็พบว่ามีผู้ใช้บริการเพียงแค่ประมาณ 3.9 หมื่นคนต่อวัน น่าจะใช้เวลาพิจารณาไม่นานว่าจะเลือกใช้รูปแบบใดแทนแทรม เบื้องต้นน่าจะเป็นรูปแบบรถเมล์บีอาร์ที แต่เป็นแบบไฟฟ้า วิ่งตามแนวเกาะกลางถนน โดยคาดว่าจะเสนอให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาเห็นชอบได้ภายในปี 63 และมีแผนเปิดบริการในปี 69” รมว.คมนาคมอธิบายถึงความสมเหตุสมผลทีต้องเปลี่ยน

รมว.คมนาคม ระบุด้วยว่า การใช้พื้นที่เกาะกลางถนน ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ซึ่ง รฟม. ได้หารือกับกรมทางหลวง (ทล.) แล้ว จะรื้อเกาะกลางออก ทำผิวจราจรใหม่ และใช้แบริเออร์กั้นระหว่างเลนของรถเมล์บีอาร์ที และรถยนต์ทั่วไป แต่สิ่งที่ รฟม. ต้องพิจารณาเพิ่มเติมคือ การสร้างสถานีที่จะให้ผู้โดยสารเข้าไปใช้บริการ ต้องปรับแบบเพิ่มเติมหรือไม่ และบางแห่งยังสามารถใช้พื้นที่ในเชิงพาณิชย์ได้ด้วย นอกจากนี้ต้องพิจารณาด้วยว่าเมื่อรถถึงทางแยก จะต้องปรับเป็นแบบใด เช่น ทำเป็นอุโมงค์ลอด หรือหากจะให้ประหยัดเงินมากขึ้น ก็ควรใช้เพียงแค่การบริหารสัญญาณไฟจราจรให้รถเมล์บีอาร์ทีไปก่อน





บรรดาโครงการรถไฟฟ้ารางเบาในภูมิภาค ภายใต้ความรับผิดชอบของ รฟม.นอกจากแทรมภูเก็ตแล้วยังมีอีก จังหวัดคือ เชียงใหม่ นครราชสีมา และพิษณุโลก ตามแผนเดิม รฟม.หมายมั่นว่า    แทรมภูเก็ตจะเป็นจังหวัดแรกที่ รฟม.จะปักธงด้วยการขยายรถไฟฟ้าให้คนต่างจังหวัดได้ใช้บริการ สาเหตุสำคัญที่แทรมภูเก็ตต้องเปลี่ยนมาเป็นบีอาร์ทีเพราะตัวเลขผู้โดยสารที่ สนข.คาดการณ์จะอยู่ที่วันละ หมื่นคนแต่ผลการศึกษาของ รฟม.ออกมาจะมีผู้ใช้บริการแค่ หมื่นกว่าคนเท่านั้น

ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวว่า ก่อนหน้านี้คณะกรรม (บอร์ดรฟม.ได้สั่งการให้ รฟม.ทบทวนความคุ้มค่าใน 
การสร้างแทรมใน
4 จังหวัดอย่างละเอียดก่อนเปิดประมูลจริง เพราะกังวลว่ารูปแบบการลงทุนแบบพีพีพีเมื่อเปิดให้บริการแล้ว เกิดภาวะขาดทุนอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เอกชนทิ้งโครงการ รฟม.ทำได้แค่ยึดเงินประกันซึ่งมีไม่มาก ขณะเดียวคนในต่างจังหวัดนิยมใช้รถจักรยานยนต์ เพราะสะดวกและรวดเร็วกว่า

ฉับพลันที่นายศักดิ์สยาม ประกาศเปลี่ยนโครงการรถไฟฟ้า จ.ภูเก็ตเป็นแค่บีอาร์ที ทัวร์ลง! รมว.คมนาคมทันที ถูกวิพากษ์วิจารณ์ยับว่าสมฉายา “แซ่รื้อ” ดับฝันคนต่างจังหวัดที่จะได้นั่งรถไฟฟ้า ขนาดภูเก็ตเมืองท่องเที่ยวอันดับ 1 ของประเทศไทย ยังฝันสลายที่จะมีแทรมมาสร้างมูลค่าให้เมืองภูมิภาค และดึงดูดนักท่องเที่ยว นับประสาอะไรกับจังหวัดอื่นๆ ที่ รฟม. กำลังศึกษาคงจะฝันค้างเช่นเดียวกัน





ปัจจุบันรถโดยสารด่วนพิเศษ (Bus Rapid Transit) หรือ BRT เปิดบริการในกรุงเทพฯ โดยบริษัทกรุงเทพธนาคม หรือเคที ให้บริการมาตั้งแต่ปี 2553 บนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ และถนนพระราม 3 เริ่มต้นที่สถานีสาทร สิ้นสุดสถานีราชพฤกษ์ รวม 12 สถานี ระยะทาง 16 กม. มีรถให้บริการ 25 คันตั้งแต่เวลา 06.00 - 24.00 น. อัตราค่าโดยสาร 15 บาท ตลอดสาย เป็นระบบขนส่งมวลชนที่มีผลประกอบการขาดทุน

ย้อนไปนานกว่านั้น เคยมีบีอาร์ทีวิ่งชิดเกาะกลางลาดพร้าว แต่ก็ต้องล้มโครงการเพราะไม่เวิร์ก ก่อนหน้านี้ประมาณช่วงต้นปีที่ผ่านมา รมว. ศักดิ์สยาม สั่งการให้ สนข. ศึกษาโครงการบัสเลนกลางถนน โดยใช้โมเดลจากประเทศเกาหลีใต้ที่ไปดูงานมาเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ หวังแจ้งเกิดบนถนนพระราม 4 และถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเพราะมีปัญหาอุปสรรคต่างๆ มากมาย

แทรมภูเก็ตถูกดับฝันไปแล้ว 1 สาย ต้องตามลุ้นว่าที่เหลือจะแจ้งเกิดได้หรือไม่!!!
................................
คอลัมน์ : มุมคนเมือง
โดย ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่ง


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    20%
  • ไม่เห็นด้วย
    80%

บอกต่อ : 81