อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2563

กราบใจ"ยายแหวว"ผู้เสียสละ เลี้ยงลูก-หลาน-เหลน19ชีวิต

พิษโควิดทำครอบครัวสั่นคลอน “ยายแหวว” ลุกขึ้นสู้ชีวิต หลังลูกหลานตกงาน ย้ายกลับมาอยู่ด้วย หลาน-เหลนเล็กๆ ต้องลำบาก 19 ชีวิต ไม่มีจะกิน ยายแหววออกหาหอย ตกปลา ขอข้าววัดมาประทัง แต่ละวันช่างยากลำบากเหลือเกิน อาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน 2563 เวลา 08.00 น.


สถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ชีวิตใครหลายๆ คนต้องเปลี่ยนแปลงอย่างไม่คาดคิดมาก่อน ทำให้คนอ่อนแอต้องแพ้ไป แต่ที่สำคัญคือกำลังใจ คนที่ตั้งหลักลุกได้เร็วก็เจ็บน้อย คนที่ไม่ทันตั้งตัวก็เจ็บหนัก ต้นทุนของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากันจริงๆ สัปดาห์นี้ “นิยายชีวิต” ขอเสนอเรื่องราวของ..
 
“ยายแหวว” น.ส.สมพิศ จันทร อายุ 63 ปี ยายผู้เสียสละทั้งชีวิตเพื่อลูก-หลาน-เหลน 19 ชีวิต ซึ่งอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 177-178 หมู่ 8 ต.แพรกศรีราชา อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท มาแต่กำเนิด ยายแหวว มีลูก 6 คน เป็นชาย 3 หญิง 3 ซึ่งลูกสาวคนเล็กมีอาการป่วยทางจิตต้องดูแลใกล้ชิด ส่วนสามีนั้นเสียชีวิตไปนานแล้ว พอลูกๆ เติบโตก็แยกย้ายไปทำงานรับจ้างที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รายได้ไม่แน่นอน จะส่งเงินมาให้แม่ใช้บางครั้งบางคราวเพราะต่างคนต่างมีครอบครัว ส่วนยายแหววเองก็เป็นคนขยันไม่ปล่อยวลาให้ว่างใครมาจ้างทำอะไรก็ไม่เกี่ยง  


                                                        
บ้านที่อยู่มาตั้งแต่เกิดเป็นของยายแหววก็จริง แต่ที่ดินยังต้องเช่าที่วัดอยู่ปีละ 520 บาท ซึ่งก็ค้างจ่ายมา 3 ปีแล้ว ค่าไฟฟ้าก็ค้างจ่ายอีกกว่า 6,000 บาท ตั้งแต่เริ่มมีสถานการณ์โควิด-19 ระบาด ยายแหววต้องขอผ่อนจ่าย เนื่องจากลูกๆ ของยายแหววตกงานพาหลานกลับมาอยู่กับยายแหววกันหมด รวมทั้งบ้านมี 19 ชีวิต!!  


 
สภาพความเป็นอยู่แร้นแค้น บ้านเก่าทรุดโทรมผุพัง 2 หลังปลูกติดกัน ฝนตกแทบหาที่นอนไม่มี และไร้สิ่งอำนวยความสะดวก ทีวีไม่มี เตาแก๊สไม่มีต้องใช้เตาถ่าน กว่าจะได้กินต้องผ่าฟืนแล้วก่อไฟควันคลุ้งทั่วบ้าน ข้าวปลาอาหารบางวันไม่มีกิน ต้องไปขอข้าวก้นบาตรจากพระที่วัดวิหารทอง ซึ่งอยู่ใกล้ๆ บ้านมาประทังชีวิต กลางคืนเด็กเล็กๆ 9 คน ต้องนอนเรียงกันเป็นแถวแออัดยัดเยียด
 
“เคยคิดที่จะจบชีวิตตัวเองเพื่อหนีปัญหาไปคนเดียว แต่สุดท้ายก็ทำไม่ลง เพราะกลับมามองหน้าลูกและหลานก็นึกสงสาร หากทำอย่างนั้นก็เหมือนว่าตัวเองเป็นคนเห็นแก่ตัว ลูกและหลานจะอยู่กันอย่างไร” ยายแหวว พูดทั้งน้ำตา และเล่าต่อว่า  


 
ลูกๆ หลานๆ ออกไปหารับจ้างทำงานรายได้ไม่แน่นอน บางวันก็ได้บางวันก็ไม่ได้ แต่ละวันกว่าจะผ่านไปได้แสนยากเย็น ตนทนเห็นลูกหลานอดไม่ได้!! ทุกเช้าหลังเด็กๆ เดินเรียงรายออกไปโรงเรียน พ่อแม่เขาจะจ่ายให้คนละ 10 บาท เป็นค่าข้าว ค่าขนม วันไหนไม่มีก็พากันอด จากนั้นตนก็รีบคว้าคันเบ็ดพร้อมถังน้ำออกตระเวนไปหาหอยหาปลา หาผักในคลองมาไว้ทำกับข้าวไว้ให้ลูก หลาน เหลนได้กินอิ่มท้องในช่วงเย็น


 
เวลาจะไปไหนมาไหนก็ต้องเดินไกลหลายกิโล เพราะไม่มีรถใช้ รถจักรยานคันเก่าที่ใช้มาหลายสิบปีก็พังไม่มีชิ้นดี ส่วนชุดนักเรียนของเด็กๆ ที่มีกันคนละชุด หลังกลับมาจากโรงเรียนถ้าไม่เลอะเทอะก็จะต้องใส่ซ้ำอีกวัน หรือต้องซักตากให้แห้งเพื่ออีกวันจะได้ใส่ต่อ ถุงเท้าก็ไม่มี ช่วงนี้อากาศหนาวเสื้อกันหนาวผ้าห่มไม่มี ต้องไปขอผ้าห่มพวงหรีดจากวัดมาใช้ ลูกๆ ทุกคนก็พยายามหางาน ทำงานรับจ้าง แต่รายได้ก็ยังไม่พอรายจ่ายต้องอยู่กันอย่างลำบาก


 
น.ส.พุทธชาติ จันทร อายุ 43 ปี ลูกสาวคนโตของยายแหวว เปิดเผยถึงชีวิตที่สุดแสนลำเค็ญว่า ตนมีลูก 9 คน เป็นชาย 6 คน หญิง 3 คน ตอนนี้ลูกชายคนโตอายุ 24 ปีแล้ว ส่วนคนเล็กสุดท้องเป็นลูกสาวอายุ 3 ขวบ และมีหลานเล็ก อีก 3 คน ช่วงโควิดตกงานจึงกลับมาขออยู่ที่บ้านแม่ สามีไปทำงานโรงน้ำแข็งมีรายได้วันละ 300 บาท ต้องแบ่งใช้หนี้วันละ 100 บาท ให้ลูกหลานไปกินโรงเรียน 100 บาท ตนและสามีแบ่งกันคนละ 50 บาท และในบางวันตนก็ไปรับจ้างเข็นผักที่ตลาดได้ค่าจ้างวันละ 50 บาท สาเหตุที่ตนมีลูกเยอะเพราะตอนนั้นไม่รู้จักการคุมกำเนิด เมื่อมีแล้วก็มีต่อเลยหัวปีท้ายปี เคยคิดว่าจะไปขายตัวเพื่อหาเงินเลี้ยงลูกแต่แฟนก็ห้ามไว้ ทุกวันนี้เห็นแม่ลำบากเพื่อช่วยลูกหลานเหลนตนก็สุดจะสงสารขอเพียงมีใครหยิบยื่นโอกาสให้ได้ลืมตาอ้าปากบ้าง


 
ยายแหวว หลั่งน้ำตาทิ้งท้ายเอ่ยขอความช่วยเหลือ ตนเองไม่ได้ต้องการอะไรมาก อยากมีทุนและได้รถเข็นสักคันไว้ขายของ หรือเก็บของเก่าขาย หรือรถจักรยานยนต์เก่าๆ สักคัน ไว้ออกหากินเองจะได้ไม่ต้องรบกวนใคร ทั้งนี้ หากผู้ใจบุญต้องการจะช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่ยายแหวว หรือ น.ส.พุทธชาติ เบอร์โทร. 082 974 2936

คอลัมน์ : นิยายชีวิต โดย : อสงไขย
เรื่องและภาพโดย : สุรพล บำรุงศรี, วรชล ฟักขาว เดลินิวส์ออนไลน์ จ.ชัยนาท
แนะนำเรื่องราวชีวิตดั่งนิยาย หรือสอบถามได้ที่ banyen111dailynews@gmail.com
คลิกอ่านเรื่องราว "นิยายชีวิต" เพิ่มเติมได้ที่นี่..  
 

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 67