อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2563

รัฐกระตุ้นไทยเที่ยวไทย ต่อชีวิตแรงงาน4ล้านคน

อย่าลืมว่า “ท่องเที่ยว” ถือเป็นอีกหนึ่งเซ็กเตอร์ ของการสร้างรายได้เข้าประเทศประมาณ 20% ของจีดีพี ขณะเดียวกันภาคการท่องเที่ยว ยังสร้างรายได้ให้กับแรงงานที่เกี่ยวเนื่องถึง 20% ของแรงงานทั้งประเทศ จันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2563 เวลา 10.00 น.


ดูจะไม่ใช่เรื่องแปลก!!! ของบรรดาหน่วยงาน ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ของไทย ที่พอเข้าใกล้ช่วงปลายปีปฏิทิน หรือต้นปีงบประมาณ ก็มักจัดงานประชุมสัมมนากันถ้วนหน้า

จะด้วยเหตุผลกลใด ก็ตาม แต่ก็ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติทุกปีกันอยู่แล้ว จะด้วยต้องการใช้งบประมาณ จะด้วยการดำเนินการตามปกติ หรือการดำเนินการตามพันธกิจ ก็แล้วแต่

แต่ในรอบนี้...หากสังเกตกันให้ดี ทุกหน่วยงาน ทุกส่วนราชการ ต่างชวนกัน “ลงใต้” กันแทบทั้งนั้น ซึ่งก็หมายรวมถึงการจัดการประชุมครม.ของ “บิ๊กตู่”  ในรอบล่าสุด ด้วยเช่นกัน

เหตุผลใหญ่ ก็เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย การเดินทางท่องเที่ยว ในจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะ ภูเก็ต กระบี่ หรือแม้แต่สมุย ที่อยู่ได้ด้วยเพราะการท่องเที่ยวเป็นหลัก

อย่างที่รู้ อย่างที่เห็นกันอยู่แล้วว่า ที่ผ่านมา เมืองท่องเที่ยวเหล่านี้ถึงกับ “ตายซาก” กันทีเดียว เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศ เดินทางเข้ามาจากความร้ายกาจของไวรัสร้ายโควิด-19
ถามว่า ภาคเหนือ หรือภาคอื่น ๆ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของไทย ก็หนักหนาสาหัสเช่นกัน แต่งานนี้ต้องเลือกจังหวัดท่องเที่ยวในภาคใต้ ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นศูนย์มากกว่านี้

อย่าลืมว่า “ท่องเที่ยว” ถือเป็นอีกหนึ่งเซ็กเตอร์ ของการสร้างรายได้เข้าประเทศประมาณ 20% ของจีดีพี ขณะเดียวกันภาคการท่องเที่ยว ยังสร้างรายได้ให้กับแรงงานที่เกี่ยวเนื่องถึง 20% ของแรงงานทั้งประเทศ

โดยข้อมูลจากสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ระบุว่า แรงงานภาคการท่องเที่ยวในขณะนี้มีอยู่กว่า 4 ล้านคนกันทีเดียว แถมยังไม่นับแรงงานที่ไม่ได้อยู่ในระบบอีกจำนวนมาก
ผิดกับบรรดาภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่สร้างรายได้เข้าประเทศเกือบ 50% ทั้งยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน ปิโตรเคมี แต่กลับจ้างงานเพียงแค่ 4% ของแรงงานทั้งประเทศ



ด้วยเหตุนี้!!! จึงทำให้ภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ต่างตอบสนองการกระตุ้นการท่องเที่ยวกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ โดยใช้ไทยเที่ยวไทยเป็นตัวกระตุ้น ทดแทนการท่องเที่ยวจากต่างชาติไปก่อน

ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ออกมาตรการเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ผ่านโครงการเราเที่ยวด้วยกัน แม้ไม่หวือหวาด้วยข้อจำกัดของการดำเนินการ แต่อย่างน้อยก็มีเงินเข้าสู่ระบบไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท

จากตัวเลขของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บอกว่า ในช่วง 9 เดือน (..-..) ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศสะสมจำนวน 52.71 ล้านคน-ครั้ง ติดลบ 54% มีรายได้สะสมจากการท่องเที่ยว 3.2 แสนล้านบาท ติดลบ 59%

แม้การทดแทนครั้งนี้อาจทดแทนได้ไม่มาก เพราะ รายได้จากไทยเที่ยวไทย มีเพียง 1ใน 3 ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมด รวมถึงยอดการใช้จ่ายแต่ละครั้งของนักท่องเที่ยวไทยอาจเทียบไม่เท่ากับนักท่องเที่ยวต่างชาติก็ตาม



แต่ในยามนี้!! การหวังพึ่งต่างชาติ คงต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยทีเดียว เพราะด้วยพิษร้ายไวรัสโควิด-19 ก็ยังแพร่กระจายไปทั่วจนเกิดการระบาดรอบสองรอบสาม จนหลายประเทศต้องล็อกดาวน์กันแล้วล็อกดาวน์กันอีก

เอาเป็นว่า... ณ เวลานี้ รัฐบาล ต้องหันมาสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวกันแบบยกใหญ่ ทั้งไทยเที่ยวไทย และเทศเที่ยวไทย รวมไปถึงบรรดาเจ้าของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวโดยตรง

ว่ากันว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. เอง ก็วางแผนที่จะเสนอให้รัฐบาล “บิ๊กตู่” ประกาศให้ปี 64-65 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวไทย เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยให้กลับมาเติบโตแบบยั่งยืนอีกครั้งเหมือน “นกฟีนิกซ์” ที่เปรียบเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตที่ยั่งยืนนิรันดร ตามตำนานกรีกและอียิปต์โบราณ

ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของการกระตุ้นการท่องเที่ยวเท่านั้น เพราะต้องยอมรับว่า ผลกระทบจากไวรัสโควิดในครั้งนี้ ได้ทำให้ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน ยิ่งถ่างออกไปมากยิ่งขึ้น จึงต้องขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วง 1-2 ปีนี้ให้ได้ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำลงให้ได้มากที่สุดด้วยเช่นกัน

ทั้งหลาย...ทั้งปวง...คงต้องจับตากันอย่างใกล้ชิดเพราะยิ่งเข้าใกล้ช่วงเทศกาลแห่งความสุข ฤดูกาลแห่งการท่องเที่ยว อารมณ์ บรรยากาศกำลังมา กำลังได้ที่ อยู่ที่ว่ารัฐบาลจะสามารถบริหารให้เกิดประโยชน์ได้มากน้อยอย่างไรนี่สิ!! 
..............................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู” 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    25%
  • ไม่เห็นด้วย
    75%

บอกต่อ : 42