อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 16 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 16 กรกฎาคม 2562

เดินหน้าเลิกรางวัลนำจับ ผิดกฎจราจรนำเงินเข้ากองทุนจร.

คณะทำงานศึกษาและพัฒนางานจราจรเห็นชอบยกเลิกรางวัลนำจับตำรวจจราจร สตช.เล็งขอกระทรวงการคลังตั้งกองทุนนำเงินมาใช้จ่ายด้านจราจรเอง ส่วนที่เหลือขอไม่ส่งคืนเป็นรายได้แผ่นดิน ศุกร์ที่ 14 มิถุนายน 2562 เวลา 09.10 น.

พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการกองบัญชาการศึกษา (รองผบช.ศ.) ในฐานะคณะทำงานแก้ไขกฎหมายจราจรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.62ที่ผ่านมาได้มีการประชุมพิจารณาข้อสรุปเบื้องต้นเพื่อเสนอให้แก่คณะทำงานฝ่ายและพัฒนาจราจรในภาพรวมของสตช.โดยมีพล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผบ.ตร. เป็นคณะทำงานเพื่อให้พิจารณาเห็นชอบในการยกเลิกรางวัลนำจับและส่งรายได้คืนกระทรวงการคลัง ซึ่งในที่ประชุมคณะทำงานย่อยได้เสนอแนวทางและรูปแบบการยกเลิกเงินรางวัลนำจับ พร้อมทั้งเสนอแนวทางการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและข้อบังคับกระทรวงการคลังที่เกี่ยวข้องกับการหักเงินรางวัลค่าปรับไว้ใช้จ่ายด้านงานจราจร ซึ่งในที่ประชุมได้เห็นชอบในแนวทางเบื้องต้น



พล.ต.ต.เอกรักษ์ กล่าวต่อว่า โดยแนวทางการแก้ไขระเบียบกระทรวงการคลังในการส่งเงินค่าปรับกลับเข้าแผ่นดิน คณะทำงานย่อยได้เสนอว่าควรจะต้องมีการตั้งกองทุนจราจรให้สามารถนำเงินจากกองทุนไปใช้ในภารกิจที่เกี่ยวข้องกับงานจราจรได้ รวมทั้งค่าตอบแทนในการทำงานแทนเงินรางวัลนำจับ โดยหลักการนั้นส่วนที่จะส่งคืนแผ่นดินร้อยละ 5 ของค่าปรับเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องส่งคืนตามเดิมเงินในส่วนที่เหลือจากการจ่ายเงินค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือค่าอื่นๆ ทางสตช.อาจจะไม่ขอส่งคืนกลับเข้าเป็นรายได้แผ่นดินเหมือนที่ผ่านมาแต่จะนำเข้ามาสู่กองทุนงานจราจรเพื่อให้มีงบประมาณที่จะสามารถนำไปใช้ในภารกิจหรือการจัดอุปกรณ์ต่างๆ แทน แต่การใช้จ่ายเงินจากกองทุนจะต้องลงรายละเอียดให้ชัดเจน ขณะที่เงินที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานท้องถิ่นยังสามารถขอสนับสนุนได้เหมือนเดิม แต่ในหลายท้องถิ่นยังมีข้อจำกัด เพราะมีงบประมาณไม่เพียงพอ ดังนั้นสตช.จึงจำเป็นจะต้องตั้งกองทุนสนับสนุนงานจราจรเองจะทำให้การบริหารจัดการระบบการจราจรทั่วประเทศมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยจะนำข้อเสนอดังกล่าวเพื่อให้ทางผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) พิจารณา.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    43%
  • ไม่เห็นด้วย
    57%

บอกต่อ : 66