อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563

เปิดเมนูเช้า-เที่ยงนร.กทม. ถูกหลักโภชนาการแค่ไหน?

กทม.ปรับเพิ่มค่าอาหารเช้าและกลางวันของนร.รร.สังกัดกทม.ทั้ง 437แห่งในปีการศึกษา63 เป็น40บาทต่อคนต่อวัน ทีมข่าวชุมชนเมือง-เดลินิวส์ จึงพาไปดูเมนูอาหาร ว่าครบถ้วนตามหลักโภชนาการ หรือไม่ พุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 17.30 น.


เริ่มกันที่ รร.สุเหร่าสามอิน แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา นายสุเมธ อมรศรีวรากุล ผู้ช่วยผอ.เขตวัฒนา พร้อมด้วย นายสมบัติ เครือกีรติธรรม หัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อมฯ ดร.สุธามาศ โพธิ์จันทร์ ผอ.สถานศึกษา และคณะผู้บริหาร พาชมสถานที่ในการจัดเตรียมอาหาร สถานที่จัดเก็บภาชนะ และเยี่ยมชมห้องเรียน  ดร.สุธามาศ  เปิดเผยว่า รร.แห่งนี้มีการเรียนการสอนในระดับ อนุบาล 1 จนถึงชั้นป.6 และเนื่องจากในรร.มีพื้นที่จำกัด จึงให้นร.รับประทานอาหารกลางวันในห้องเรียน ที่โต๊ะเรียนของตัวเอง และให้ดูแลความสะอาดส่วนบุคคล เป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ได้อีกทางหนึ่ง



ส่วนอาหารนั้น แต่ละห้องจะจัดเวรลงมารับอาหาร และภาชนะในการใส่อาหาร ที่บริเวณห้องครัวนำไปวางไว้หน้าห้องและเด็กๆก็จะตักอาหารกันเองตามปริมาณที่กินหมด หากไม่อิ่มเต็มได้ตลอด ส่วนเด็กเล็กคุณครูที่ดูแลจะจัดเตรียมให้ ด้านการตรวจคุณภาพอาหารนั้นทางรร. จะจัดเวรครูสับเปลี่ยนหมุนเวียนตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบ ไปจนถึงขั้นตอนการประกอบอาหาร และการเก็บล้างให้ถูกสุขลักษณะ และเช็กผู้ประกอบอาหาร ให้แต่งกายให้ถูกต้อง อาทิ สวมหมวก สวมผ้ากันเปื้อน สวมหน้ากากอนามัย สวมถุงมือ
 
ดร.สุธามาศ กล่าวเพิ่มเติมว่า แต่เนื่องจาก รร.ไม่มีตําแหน่งนักโภชนาการ จึงต้องมอบหมายให้ครูผู้มีความรู้ทางโภชนาการเป็นผู้ดูแลและกําหนดเมนูอาหารของนักเรียนในแต่ละวัน โดยสํานักการศึกษาประสานให้สํานักอนามัยกําหนดตัวอย่างเมนูอาหารเช้า และอาหารกลางวัน มาเป็นตัวอย่างให้ครูมาประยุกต์หรือนำมาจัดเป็นเมนูอาหารให้เด็ก นร.และใน 1 สัปดาห์เมนูอาหารจะไม่ซ้ำเดิม มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ อาทิ อาหารเช้า จะเป็นโจ๊กไก่ แซนด์วิชไก่ ซึ่งเด็กจะได้กินตอน 07.00 น. ส่วนกลางวันจะเริ่มกินตอน 11.30 น.โดยมีเมนูยอดฮิตที่เด็กนร.ชอบก็คือ ข้าวมันไก่ แต่รร.ก็จะไม่ทำบ่อย เนื่องจากเป็นเมนูที่มีไขมันสูง อย่างครั้งนี้จะเป็นแกงจืดฟักใส่ไก่และผัดผักรวมมิตร ส่วนขนมก็จะเป็นสาคูเปียกข้าวโพด
 


นายสุเมธ อมรศรีวรากุล ผู้ช่วยผอ.เขตวัฒนา กล่าวว่า ในเรื่องของการตรวจสอบสุขาภิบาลอาหารในรร.นั้น สำนักงานเขตโดยฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล จัดเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจตาม รร.ในสังกัดอยู่เป็นประจำนอกจากจะดูภาพรวมเรื่องสถานที่ การจัดเตรียม บุคคลผู้สัมผัสอาหารแล้ว เจ้าหน้าที่จะตรวจหาเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่าเชื้อโคลิฟอร์ม หากพบเชื้อดังกล่าว แสดงว่าเกิดความไม่สะอาดในกระบวนการผลิตอาหาร เจ้าหน้าที่จะตักเตือนให้ปรับปรุงภายใน 7 วันแล้วจะกลับมาตรวจใหม่ เพื่อความปลอดภัยของนร.
 
ไปดูเมนูอาหารใน รร.กันอีก 1 แห่ง โดย นางมาศวัลย์ ปิ่นสุวรรณ ผอ.เขตปทุมวัน เปิดเผยว่า  หลักเกณฑ์ในการกำหนดเมนูอาหาร โรงเรียนได้มอบหมายให้ข้าราชการครู จำนวน 1 ท่าน ทำการลงทะเบียนเข้าใช้งานโปรแกรม Thai School Lunch for BMA  เพื่อทำการศึกษาตัวอย่างเมนูอาหารเช้าและอาหารกลางวัน จำนวน 100 วัน ซึ่งกำหนดโดยกลุ่มงานโภชนาการ กองสร้างเสริมสุขภาพ สำนักอนามัย กทม. เพื่อนำมาปรับใช้ภายในรร. โดยสลับรายการอาหารเช้า และอาหารกลางวันในวันใดวันหนึ่งของแต่ละสัปดาห์ได้ แต่จะไม่ใช้เมนูอาหารเช้ามาเป็นเมนูอาหารกลางวัน เนื่องจากพลังงานและสารอาหารของอาหารเช้าจะน้อยกว่าอาหารกลางวัน  และกำหนดให้มีผลไม้จำนวน 3 วันต่อสัปดาห์

ตัวอย่างการจัดเมนูอาหารของ รร.สระบัว ใน 1 สัปดาห์ ประกอบด้วย อาหารเช้า อาทิ ขนมปัง ไส้กรอก ไข่ดาว ผักกาดหอม, ซุปมะกะโรนีไก่สับ+ลูกชิ้นปลา+ใส่หอมใหญ่แครอท,ข้าวหมูพริกไทยกระเทียม+แตงกวา,ข้าวต้มทะเล(กุ้ง ปลาหมึก) ส่วนอาหารกลางวัน อาทิ สุกี้ทะเล(กุ้ง ปลาหมึก ปลา), ข้าวสวย+ ไก่ตุ๋นฟักเห็ดหอม+ผัดผักรวมน้ำมันหอย,บะหมี่น้ำหมูแดงลูกชิ้นปลาผักกวางตุ้ง,ข้าวสวย+ต้มข่าไก่ใส่กะหล่ำปลี+ไก่สับกระเทียมพริกไทยปั้นก้อนทอด และจะมีขนมหรือผลไม้ในมื้อกลางวัน อาทิ สาคูเปียกข้าวโพด, แตงโม ชมพู่,ฝรั่ง
 


นางมาศวัลย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การควบคุมคุณภาพ รร.จัดให้มีครูอย่างน้อย 1 ดูแลควบคุมคุณภาพของอาหารที่ปรุงสำเร็จแล้ว รสชาติ ไม่เผ็ด รสไม่จัดจนเกินไปสำหรับเด็กเล็ก ส่วนนร.ที่มีภาวะโภชนาการเกินหรืออ้วน รร.จะจำกัดการรับประทานอาหารให้รับประทานแต่พออิ่ม ไม่เติมบ่อยเพื่อสุขภาพของนักเรียนเอง มีการสุ่มตรวจคุณภาพของวัตถุดิบอาหาร  โดยใช้ชุดทดสอบเพื่อตรวจสอบคุณภาพอาหาร จากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลของสำนักงานเขตปทุมวัน นอกจากนี้แม่ครัวและผู้สัมผัสอาหารทุกคนจะต้องผ่านการตรวจสุขภาพร่างกายจากรพ.หรือศูนย์บริการสาธารณสุข ของกทม.เป็นประจำทุก 6 เดือน และต้องได้รับการรับรองว่าไม่เป็นโรคต้องห้าม จำนวน 9 โรค ตามที่กำหนดสำหรับแม่ครัวหรือผู้สัมผัสอาหารอีกด้วย.
 
 


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 64